เป็นประจำของทุกปีที่จะต้องมีการสรุปข่าวของรอบปีที่ผ่านมาว่ามีเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องฮ๊อตฮิต เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ รวมทั้งสายการเมืองที่จะมีการตั้งฉายาให้กับการทำงานของรัฐบาล และเหล่าคณะรัฐมนตรี ออกมาทั้งกระเซ้าเย้าแหย่จนถึงตอกย้ำภาพที่ได้เห็นจากรัฐมนตรีคนนั้นๆ
สำหรับบล๊อกวันนี้ขอหยิบเอาบางส่วนมาจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่สรุปเรื่องราวเอาไว้ดังนี้
ภาพจากผู้จัดการออนไลน์
...
ฉายาประชาระทม - ทักษิณ 2 - พ่อมดมนต์เสื่อม
นักข่าวสายทำเนียบฯ หยิกส่งท้ายปีเก่า ตั้งฉายาส่งท้ายปี 48 ทักษิณ เป็น พ่อมดมนต์เสื่อม ส่วนรัฐนาวาทักษิณ 2 ได้ชื่อ ประชาระทม ขณะที่รองนายกฯ กวาดฉายา 5 เก้าอี้ วิษณุ-สุริยะ-ชิดชัย-สุชัย-สุวัจน์ ฝ่าย มท.1 เป็น รมต.พลัง น้ำ วัฒนา-อิกคิวเซ็ง ส่วนวาทะแห่งปีหนีไม่พ้น ...จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้เราต้องดูแลเป็นพิเศษ...
1. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ่อมดมนต์เสื่อม ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนท่วมท้นกว่า 19 ล้านเสียง นั่งแท่นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองอย่างสง่างาม แต่จากการทำงานช่วงระยะเวลาไม่ถึงปี ภาพเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็น เทวดา เก่งและเนรมิตได้ทุกเรื่อง ใครแตะต้องไม่ได้กลายเป็น พ่อมด ที่ใช้แต่อารมณ์ ยิ่งเมื่อถูกรุมเร้าด้วยปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง สุดท้ายต้องแหงนหน้าพึ่งดาวพุธถอยฉากตั้งหลัก ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นลด ลงไปเรื่อย ๆ เพราะถูกจับได้ไล่ทันว่าไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้ ประชาชนเสื่อมศรัทธาไม่เชื่อถือในความซื่อสัตย์ ไม่เพียงแค่ประชาชน แม้แต่ลูกพรรคไทยรักไทยยังออกมาลองของไม่เว้นแต่ละวัน คำพูดของท่านผู้นำที่เคยศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้กลับเสื่อมถอยลง
2. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ทนายหน้าหอ เป็นเนติบริกรให้กับรัฐบาลทักษิณ เพื่อใช้ข้อกฎหมายมาพลิกแพลงให้เป็นคุณต่อรัฐบาล บางครั้งถึงกับยอมพลิกลิ้น ฉีกตำรากฎหมาย หาช่องทางสนองบัญชาให้เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาล มาในปีนี้ยิ่งหนักข้อขึ้น เมื่อรัฐบาลเจอวิกฤติร้อน ๆ สารพัดเรื่อง จากสถานะมือกฎหมายของรัฐบาล นายวิษณุจึงต้องตกที่นั่งรับหน้าที่เป็นทนายแก้ต่าง เพื่อคลายปมปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทุจริตซีทีเอ็กซ์ ปัญหา กสช. การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช การถ่ายโอนโรงเรียนไปยังท้องถิ่น จึงเปรียบได้แค่ทนายหน้าหอ มีหน้าที่คอยแก้ตัวสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลเท่านั้น
3. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรม ซากซีทีเอ็กซ์ ถูกฝ่ายค้านลากขึ้นเขียงอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นคนแรกของรัฐบาลทักษิณ 2 จากกรณีการทุจริตจัดซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 ในโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ภาพลักษณ์รัฐบาลติดลบ สอบตกเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตอย่างร้ายแรงนับแต่นั้นมา แม้นายกรัฐมนตรีจะปรับพ้นเก้าอี้ รมว.คมนาคม เพื่อลดกระแส แต่ยังเอื้ออาทรยอมให้ตำแหน่งรองนายกฯ ควบกระทรวงอุตสาหกรรม แถมยังให้อำนาจกำกับดูแลกระทรวงคมนาคมต่อ และแม้จะพยายามดิ้นสุดฤทธิ์จนได้เครื่องซีทีเอ็กซ์เจ้าปัญหามาการันตีความบริสุทธิ์แล้วก็ตาม แต่สังคมปักใจเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ชะตากรรมของนายสุริยะจึงไม่ต่างกับซากซีทีเอ็กซ์ที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนตลอดไป
4. พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม ปลั๊กหลวม เป็นนายตำรวจรุ่นพี่นายกรัฐมนตรีมีดีกรีถึงดอกเตอร์ ถูกคาดหวังให้มารับผิดชอบเรื่องความมั่นคง แทน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รับหน้าเสื่อดับไฟใต้ แต่เมื่อทำงานจริงกลับไม่สัมฤทธิผลตาม ราคาคุย ถึงจะขยันออกนโยบายแต่ไม่เป็นผลในทางปฏิบัติ เพราะฝีมือไม่ถึง บารมีไม่พอ ขาดประสบการณ์ เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปลั๊กหลวม เสียบแล้วใช้การได้ไม่เต็มที่ ติดๆ ดับๆ ไม่สามารถลดสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ลงได้
5. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายก รัฐมนตรี พี.อาร์.25 ชั่วโมง ขึ้นชื่อเป็นรัฐมนตรีที่เน้นการประชาสัมพันธ์ให้ตัวเองเป็นหลัก มากกว่าผลงานในหน้าที่ มุ่งทำตัวเองให้เป็นข่าว ออกหน้าจอทีวีเสมอ เก็บทุกประเด็นไม่แยกแยะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ขอให้ได้เป็นข่าวก็พอ จนเกิดปัญหาเกาเหลากับรัฐมนตรีเจ้าสังกัดโดยตรง ตกเป็นข่าวครึกโครมกับ นายประชา มาลีนนท์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กรณีรับธงซีเกมส์ จึงขอมอบฉายา พี.อาร์. 25ชั่วโมง
6. น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรี เด็กนายหญิง รัฐมนตรีสายตรงจากนายหญิง ถูกส่งเข้ามาคุมกระทรวงหมอ แต่ด้วยความที่เป็นเด็กเส้น ขาดประสบการณ์การงาน บริหาร แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เข้าไปทำงาน ได้สร้างความปั่นป่วน ด้วยการสั่งปลดโยกย้ายบิ๊กสาธารณสุขลอตเดียว 9 คน จนเกิดแรงต้านจากกลุ่มหมอในกระทรวง ลุกลามไปสู่การประลองกำลังระหว่างเจ๊ใหญ่ กับ นายหญิง ส่งผล ให้นายกรัฐมนตรีต้องรีบปลดชนวนระเบิด สั่งทบทวนโผโยกย้าย แต่เจ้าตัวยังฟึดฟัดขัดขืน ประกาศยื่นใบลาออก ร้อนถึงนายหญิงต้องออก แรงอุ้มไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี เพื่อรักษาศักดิ์ ศรีจันทร์ส่องหล้า
7. นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รมต.สำนัก นายกรัฐมนตรี คลื่นแทรก รับบทบาทพิฆาตสื่อ คอยเป็นกันชนไม่ให้เกิดผลกระทบต่อรัฐบาล ซ้ำร้ายจ้องจับผิดสื่อที่เป็นอริ สร้างความอึดอัดใจกันทั้งวงการ มีการใช้สารพัดวิชามารใต้ดินบนดิน แทรกแซงจนสื่อแทบขาดอิสระในการทำงาน โดยเฉพาะสื่อของรัฐโดนครอบงำให้เสนอแต่เรื่องที่เป็นคุณแก่รัฐบาลข้างเดียว บทบาทของนาย สุรนันทน์จึงเป็นเหมือนคลื่นแทรกที่คอยก่อกวน และสกัดการทำงานของสื่อ
8. พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รมว. มหาดไทย ได้ฉายา รมต.พลัง น้ำ เพราะอาศัยบารมี ลูกน้ำ ศรีภรรยา ซึ่งเป็นเพื่อนและเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยานายกรัฐมนตรี จนได้นั่งเก้าอี้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางเสียงคัดค้านของกลุ่มมุ้งการเมืองในไทยรักไทยที่พลาดตำแหน่ง ขณะที่ผลงานติดลบตลอด ถูกลูบคมด้วยประทัดยักษ์ถึงหัวบันไดกระทรวง ไม่สามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนได้ เสนอไอเดียออกมาแต่ละอย่างมีแต่เสียงโห่ไล่ เช่น การติดยูบีซีในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนถูก ส.ส.รวมหัวตะเพิดออกจากตำแหน่ง แต่ด้วยพลังภายในของลูกน้ำ ทำให้พี่บิ๊กยังเกาะเก้าอี้แน่นต่อไป
9. นายวิเศษ จูภิบาล รมว.พลังงาน โบรกเกอร์รัฐบาล ถูกส่งมากำกับดูแลด้านพลังงาน ท่ามกลางวิกฤติน้ำมันแพง แต่กลับทำตัวเป็นโบรกเกอร์ที่คอยต่อรองสร้างผลกำไรให้กับกลุ่มทุนซีกรัฐบาล โดยเฉพาะการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่นำ กฟผ. เข้าตลาดหลักทรัพย์ จนถูกมองว่านำทรัพย์สินของประเทศไปขาย ขณะเดียวกันปัญหาน้ำมันแพงก็ยังแก้ไม่ตก ส่งผลให้กองทุนน้ำมันติดลบมหาศาล เนื่องจากนำเงินไปพยุงราคาน้ำมันแบบฝืนกลไกการตลาด สุดท้ายชาวบ้านต้องก้มหน้ารับกรรมใช้น้ำมันแพงต่อไป
10. นายวัฒนา เมืองสุข รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อิกคิวเซ็ง มีไอเดียแหวกแนวเหมือนอิกคิวซัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีปัญญา แต่ทว่าชอบคิดอะไรเพี้ยน ๆ สวนกระแสสังคมบ่อยครั้ง หวังสร้างกระแสให้ตัวเอง อาทิ การจัดถนนให้วัยรุ่นซิ่งรถจักรยานยนต์ การให้ภรรยากราบเท้าสามีก่อนนอน การฉายสปอตไลต์หน้าโรงแรมม่านรูดในคืนวันลอยกระทง จนถูกประณามอย่างหนัก พฤติกรรมดังกล่าวจึงน่าจะเข้าข่ายอิกคิวเซ็ง ที่คิดอะไรแย่ๆ อวดฉลาด จนคนในสังคมเซ็งกับความคิดของท่าน รมต.วัฒนา
ส่วนฉายารัฐบาล ประชาระทม ที่ผ่านมารัฐบาลโหมใช้นโยบายประชานิยมโฆษณาชวนเชื่อ จนประชาชนมอบความไว้วางใจด้วยคะแนนท่วมท้นให้เป็นรัฐบาลอีกสมัย โดยหวังว่า จะเข้ามาพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตให้อยู่ดี กินดี แต่หลังจากบริหารประเทศยังไม่ทันครบปี ปรากฏว่า นโยบายประชานิยมกลับพ่นพิษ ทำให้ประชาชนต่างทุกข์ระทม ภาวะหนี้สินทุกครัวเรือนพุ่งขึ้น ไม่หยุด เข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง เกิดความรุนแรงในสังคม กอปรกับสถานการณ์ความไม่ สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีทีท่าจะยุติ มิหนำซ้ำยังมีข่าวฉาวคอร์รัปชัน เอื้อผลประโยชน์พวกพ้อง ขนาดองค์กรอิสระที่ชาวบ้านหวังเป็นที่พึ่ง ยังถูกครอบงำจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ แม้รัฐบาลจะตีปี๊บประโคมข่าว ตัวเลขอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจะดีดตัวสูงขึ้น แต่ประชาชนชั้นรากหญ้ายังต้องระทมทุกข์ต่อไป
วาทะแห่งปี จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้เราต้องดูแลเป็นพิเศษ เป็นคำพูดของนายกฯ ที่สร้างความฮือฮาให้กับคนทั้งประเทศ และถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด ในระหว่างการลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร จ.นครสวรรค์ หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อม โดยเฉพาะที่ จ.พิจิตร เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของผู้นำในการเลือกปฏิบัติ เน้นการเมืองสำคัญมากกว่าการบริหารประเทศ
| แน่นอนครับ…ผมตรงไปตรงมา ผมไม่อ้อมค้อม จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้เราต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งเราก็ต้องดูแลคนทั้งประเทศ แต่เนื่องจากว่าเวลามันจำกัด เอาเวลาไปจังหวัดที่ไว้วางใจเราเป็นพิเศษก่อน จังหวัดที่ไว้วางใจเราน้อยก็ไปทีหลัง ไม่ใช่ไม่ไป แต่ไปทีหลัง ก็เรียงคิว ต้องเรียงกัน |
Permanent Link: Poakpong's Blog [www.poakpong.com/568]
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.