เมื่อนานมาแล้วมีร้านให้เช่าวีซีดีอยู่หนึ่งร้าน เปิดขึ้นพร้อมกับหมู่บัานจัดสรร ขนาดใหญ่ (รึป่าว?) และได้ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าของกิจการมาเรื่อยจนปัจจุบัน ร้านวิซีดีร้านนี้ก็เกิดมีคู่แข่งขึ้นมาประจันหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้
เกริ่นนำมาซะยาว เรื่องก็คือร้านวีซีดี MovieZone เป็นร้านเล็กๆ ที่ซื้อลิขสิทธิ์จากค่ายใหญ่ๆ บางค่าย บางค่ายก็ไม่ได้ซื้อ แบบว่าตามมีตามเกิด และตอนนี้ร้านวีซีดีสัญชาติญี่ปุ่น TsuTaYa ก็ได้เซ้งกิจการร้านอาหาร (ตรงข้ามร้าน MovieZone) ทำร้านเช่าวีซีดีสมบูรณ์แบบ แข่งกันเห็นได้ชัด
เอาล่ะสิงานนี้ใครจะอยู่ใครจะไป ก็ต้องดูกันที่บริการ-กับ trick แล้วล่ะ ((ร้าน TsuTaYa อาจจะมีหนังครบทุกค่ายบนดิน-แต่ร้าน MovieZone อาจจะมีหนังเกือบบนดิน/หรือแม้แต่หนัง R ให้เช่า [เคยเห็นแว๊บๆ]))
ก่อนหน้านี้สงครามแย่งลูกค้าของร้านสะดวกซื้อชื่อต่างชาติ (ในหมู่บ้านนี้) ก็เพิ่มเริมขึ้น ตอนนี้มีอีกหนึ่ง ก็ต้องดูยกันยาวๆ
...
มาดูเรื่องสวยๆ งามๆ กันบ้างดีกว่า วันก่อนได้คลิกดู SI.com (งงกันรึเปล่า อะไรฟ่ะ SI) ก็นิตยสารกีฬาระดับโลก Sports Illustrated เป็นนิตยสารเกี่ยวกับกีฬาอันดับต้นๆ ของโลก จำได้ว่าเมื่อปี 1997 เคยซื้อมาอ่าน(จริงๆ นะดูซะมากกว่า) คราวนี้เลยเหมือนระลึกถึงความหลังยังไงไม่รู้ ^_^![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
เหล่านี้คือหน้าปกตั้งแต่ปี 1996 ถึงปัจจุบัน
อันนี้หน้าแรกของเว็บไซต์ SI Swimsuit Collection
คราวนี้เอาแฟชั่นข้างใน ((ที่เค้าให้ดู)) มาฝากกันบ้าง ชุดนี้เป็นชุด body paint (นางแบบใจถึงกว่าเมืองไทยเยอะเลย ^_^)







ฮั่นแน่... สนใจกันล่ะสิ ยังไงก็ลองเข้าไปชมที่เว็บไซต์ของเค้าเลยล่ะกันนะครับ SI Swimsuit Collection
...
Poakpong's Blog | Add New Comments
ในทุกสมรภูมิย่อยต้องมีผู้ชนะ คงไม่มีใครที่จะเสมอกันในสนามรบ/ในชีวิตจริง ร้านสะดวกซื้อก็เป็นสมรภูมิหนึ่งที่แข่งขันกันอยู่ดุเดือนรุนแรง
เมื่อสัก 4-5 ปีก่อน ร้านสะดวกซื้อชื่อ FamilyMart สาขาปากซอยจรัญฯ 40 เปิดเด่นเป็นสง่า เป็นที่พักพิงของคนผ่านไปผ่านมาตลอด 24 ชม.โดยเฉพาะช่วงกลางคืน เป็นแสงสว่างให้กับป้ายรถเมล์ที่อยู่ใกล้เคียง
เวลาผ่านไปเมื่อสักปีที่แล้วได้ ร้านสะดวกซื้อคู่แข่งได้รุกคืบมาขนาบข้างอย่างจังเบอร์ (( หลังจากหลบอยู่ในซอยจรัญฯ 40 อยู่อีกหนึ่งสาขามานานแล้ว )) ร้าน 7-eleven สาขาล่าสุดอยู่ห่างจาก FamilyMart เพียง 4-5 ห้องอาคารพาณิชย์กั้นกลาง
เวลาผ่านมาหลังจากเปิดเทียบรัศมีอยู่แรมปี ความตั้งใจ (( หรือไม่ก็ตาม )) ของ 7-eleven ก็ประสบความสำเร็จ วันนี้ร้าน FamilyMart มีผลกระทบด้านยอดขาย ถึงขั้นต้องเลิกกิจการไปในที่สุด - ภาพสุดท้ายที่ไปเจอคือ ห้องเปล่าๆ สีขาว ที่ไม่มีอะไรเหลือให้เห็นอีกแล้วว่า นี่คือหนึ่งในร้านสะดวกซื้อ (( ย่านปากซอยจรัญฯ 40 )) ที่เคยสว่างไสว
นี่ขนาดเป็นร้านสะดวกซื้อเหมือนกัน ยังกระทบกันขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นร้านสะดวกซื้อ มาตีกับร้านโชว์ห่วยล่ะ คงไม่เหลืออะไรเลย ?
...
ช่วงนี้สถานการณ์การเมืองตึงเครียด (( รึป่าว? ^_^ )) ทั้งในด้านฝั่งรัฐบาล ศึกในยังเคลียไม่จบ ต้องดูกันยาวๆ ว่าหลังจากอภิปรายแล้ว เค้าจะกลับมาจูบปากกันหรือไม่
ด้านฝ่ายค้าน ก็เก็บเงียบ ซุ่มข้อมูลเด็ดไปเปิด ไปแฉ กันในสภาวันที่ 27 มิ.ย. เต็มที่ ต้องคอยดูกันว่าจะแค่อ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง หรือมีข้อมูลที่เรายังไม่รู้เพิ่มเติมอีก
ด้านสื่อมวลชน ทุกวันนี้ ต้องคอยระวังให้ดีว่าไปเข้าตีนใครรึเปล่า ยิ่งเดียวนี้ ภาครัฐ ถูกคุมด้วยอำนาจของคนไม่กี่คน อย่างทำอะไรก็ได้ อยากทำเอาใจใครก็ได้ ล่าสุดผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า ปิด"92.25" นายกฯกลัวอะไร?, อีกใบเสร็จโกงกล้าพันธุ์ยางฯ เนื้อความบางส่วนบอกว่า - “...ที่นี่เป็นวอลล์สตรีทของประเทศไทย ที่นี่เป็นเส้นเลือดใหญ่ ศูนย์กลางการเงิน ฉันจะต้องยิง 1,000 วัตต์ทำไมให้เสียตังค์ ฉันให้คน 3 เส้นได้ยินเรื่องราวที่ฉันทำนี้พอไหม ฉันต้องการแค่คนที่นี่ คนนั่งทำงานออฟฟิศ นั่งรถเข้ามาทำงานสีลม สาทร สุขุมวิท ออฟฟิศบิลดิ้งทั้งนั้น มานั่งแล้วทำงานมีคลื่นเล็ก ๆ 92.25 นั่งอยู่บนตึกสูง แล้วมีวิทยุเล็ก ๆ อยู่ในหู แล้วฟัง 92.25 คุณได้ยินคนที่อยู่ในสาทรเข้ามาโฟนอินใช่ไหม ว่าเมื่อไหร่อากาศจะดี คุณได้ยินคนสีลมโทรมาแสดงความคิดเห็นเรื่องแก้รัฐธรรมนูญใช่ไหม คุณได้ยิน แก้วสรร อติโพธิ คุณได้ยินกรณ์ จาติกวณิช พูดเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ วิเคราะห์ และวิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจ แล้วใช่ไหม.” - ยาวไปหน่อย แค่อ่านแล้ว เออจริงว่ะ !! สนใจอ่านทั้งหมดก็ตามลิงก์ข้างต้นเลยครับ
...
หลังจาก iMac G4 Flat Panel 15นิ้ว มีอันต้องเตรียมเปลี่ยน harddisk เลยยกไปฝากไว้ที่บ้านเพื่อน ตอนนี้นอนรอมีด ((ไขควง)) คุณหมดอยู่ - มีหมออยู่เพียบ แต่ยังไม่มีมีด อิอิ
ล่าสุดไปซื้อ iFire ตัวเชื่อมต่อลำโพลง Apple Pro Speakers กับคอมพิวเตอร์มาใช้ (( Pro Speakers เป็น option หนึ่งที่มากับ iMac G4 เมื่อ 3 ปีก่อน ))

พยายามหามาใช้นานแล้วคือด้วย design ของ Pro Speakers มันน่าใจกับอุปกรณ์ทุกชนิด แต่ด้วยความที่เป็น mini jack ไม่สามารถเอาไปใช้กับเครื่องเสียงอื่นๆ ได้ ต้องมีตัวแปลง
แต่ตอนนี้ได้มาแล้ว อุปกรณ์สำคัญที่ทำให้ Pro Speakers ทำงานได้กับ PowerBook หรือแม้กระทั้ง iPod เยี่ยมไปเลย ^_^


Poakpong's Blog | Add New Comments
หลังจากเคยเกริ่นไปนานแล้วว่า ในหมู่บ้านเราจะมี TESCO LOTUS express มาเป็นสาขา หลังจาก 7-eleven มาเปิดได้ไม่กี่เดืือน ตอนนี้ทั้งสองร้านพร้อมทำสงครามกันอย่างดุเดือน (( แต่แว่วๆ ว่า LOTUS express จะได้เปรียบในด้านราคา แต่ 7-eleven จะได้เปรียบตรงสินค้าเจอกลุ่มมากกว่า )) อันนี้คงต้องดูกันยาวๆ

หายหน้าหายตาไปเป็นอาทิตย์ไม่ได้มาอัพเดทเว็บสักเท่าไหร่ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องอะไรต้องบั่นทอนเวลาในการอัพเดทไปเยอะพอสมควร ตอนนี้คิดว่าจะมีเวลาอัพเดทมากขึ้น (( เหลือแต่ว่าเวลาจะอัพเดทเว็บ แล้วเซิร์ฟเวอร์จะดาวน์รึเปล่าแค่นั้น เซ็งจริงๆ -_-!! ))
จากเมื่อคราวที่แล้วได้บอกถืงเรื่องราวที่อยากทำ บางอย่างมันไม่สามารถเริ่มได้จากตัวเรา ก็คงต้องชะลอการทำไปก่อน แต่ตอนนี้คิดว่า อะไรที่ตัวเราทำได้ ควบคุมได้ คงจะต้องออกมาให้เป็นรูปเป็นร่างให้เร็วที่สุด
ย่อหน้าเมื่อกี้ เพ้อเจ้อไปใหญ่แว้ว.... ^_^
ฝากไว้ก่อนจากกัน สำหรับคนที่ไม่เคยใช้เครื่อง Macintosh แต่สนใจจะใช้งาน ก็ลองเข้าไปเล่นตามร้านค้าที่มี logo Apple ได้นะครับ (( มีทั้ง SiamDiscovery, Fortune, และพันธ์ทิพย์พลาซ่า )) รวมทั้งที่ Central World Plaza ชั้น 6 โซน คอมพิวเตอร์นะครับ (( มี iMac G5 ให้ลองเล่น อยู่ในฮอลตรงกลางเท่มาก )) และหากต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมก็ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ www.thaimacclub.net ลองเข้าไปอ่านบทความดูก่อนครับ ไม่ยากเกินเข้าใจ
ครั้งนี้แค่นี้ก่อนละกัน พิมพ์มากๆ เดี๋ยวเซิร์ฟเวอร์ดาวน์อีกจะอดอัพเดท ^_^
Poakpong's Blog | Add New Comments
หลังจากเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา พ่อเราได้ไปร่วมประท้วง! ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าเรียกร้อง แสดงจุดยืนของกลุ่มคนตาบอด ที่มีอาชีพค้าขายลอตเตอรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลนั่นเอง (ชื่อกินแบ่งรัฐ - แต่ความเป็นจริงรัฐกินเกือบหมด แล้วค่อยเหลือให้คนขายน้อยนิด) โดยการจัดการแถลงข่าวครั้งที่ผ่านมาจัดที่ อนุสาวรีย์ 14 ตุลา (บริเวณสี่แยกคอกวัน - ตรงข้ามธนาคารออมสิน)
โดยพื้นที่แห่งนั้น(อนุสาวรีย์) ก่อนที่จะมาสร้างอนุสาวรีย์ก็ถึอเป็นจุดยุทธศาสตร์หนึ่งในการดำเนินการ เรื่องลอตเตอรี่ มานานแล้ว (ตั้งแต่เรายังเด็กจนโต - ก่อนที่จะถูกนำไปสร้างอนุสาวรีย์ บริเวณซุ้มลอตเตอรี่ก็เลยต้องถูกย้ายไปหัวถนนราชดำเนินกลาง - ข้างๆ สำนักงานสลากดังในปัจจุบัน
เนื่อความของถ้อยแถลง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 10 มิ.ย. 48 ได้เรียบเรียงไว้ดังนี้
-----
เรื่องปก
ส.คนตาบอดโวย ขายหวยกำไรหด
10 มิถุนายน 2548 - กองบรรณาธิการ
สมาคมคนตาบอดฯ ร้องผลกระทบหวย 40 บาท รายได้หดหาย กำไรลดลง ขณะที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบอานเดือนละ 2% ค่าครองชีพสูงขึ้น
เร่งรัฐบาลช่วยเหลือด่วน 3 ข้อหลัก หาแหล่งเงินทุนใหม่ จัดสรรหวยออนไลน์ ตั้งกองทุนสวัสดิการ
นายมณเฑียร บุญตัน นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการจัดสัมมนา "จุดยืนและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลในการจัดการอาชีพค้าสลากเพื่อความเป็นธรรม" ว่า คนพิการตาบอดประสบปัญหาจากมาตรการการควบคุมราคาจำหน่ายสลากราคาฉบับละ 40 บาท ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เนื่องจากอัตราส่วนต่างระหว่างราคาจำหน่ายปลีกและราคาต้นทุนลดน้อยลง ประกอบกับคนพิการตาบอดต้องมีภาระดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบที่นำมาใช้จ่ายในการซื้อขายสลาก ทำให้รายได้จากการจำหน่ายสลากไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
ทั้งนี้ การซื้อขายสลากของคนพิการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกว่า 40 ปี ต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินนอกระบบในอัตราดอกเบี้ย 1.5-2% ต่อเดือน ขณะที่โควตาสลากที่จัดสรรให้คนพิการมีเพียงคนละ 10 เล่มเท่านั้น ซึ่งส่วนต่างจากการขายสลากที่ได้รับมีเพียงงวดละประมาณ 3,200 บาท ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ เนื่องจากคนพิการจะมีต้นทุนการใช้ชีวิตที่แพงกว่าคนปกติ
"การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ซึ่งจะทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สาธารณะได้รับรู้ข้อมูลความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือดูแลคนพิการ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ไม่เห็นมีแนวนโยบายช่วยเหลือคนพิการอย่างแท้จริง ไม่มีการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เพียงพอให้กับคนพิการ" นายมณเฑียรกล่าว
สำหรับข้อเรียกร้องมี 3 ข้อ คือ 1.เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไขคือ การหาแหล่งเงินทุนในการค้าสลากให้กับคนพิการ โควตาสลากที่ได้รับการจัดสรรให้ถือเป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้ค้ำประกันการรับสลากไปจำหน่ายได้ เพิ่มส่วนลดแก่ผู้ค้าสลากรายย่อย เฉพาะสลากสีน้ำตาลเป็น 15% จากที่ได้รับ 8% และสมาคมคนพิการ เพิ่มเป็น 17% จากที่ได้รับเพียง 10%
2.หามาตรการสร้างหลักประกันในอาชีพค้าสลากของคนพิการตาบอด โดยให้สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยเข้ารับสัมปทานการจัดจำหน่ายสลากจากสำนักงานสลากฯ โดยเป็นผู้บริหารจัดการค้าสลากในโครงการเครื่องจำหน่ายสลากออนไลน์ เพราะเดิมสมาคมไม่เห็นด้วย แต่เมื่อสำนักงานยังดำเนินการก็ควรให้คนตาบอดได้รับจัดสรรอย่างน้อยร้อยละ 3 ของเครื่องจำหน่ายออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งเครื่องดังกล่าวต้องได้รับการออกแบบเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการ และต้องการให้สำนักงานสลากฯ แก้ไข พ.ร.บ.สลากฯ พ.ศ. 2517 โดยให้คนพิการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ
3.การปรับรื้อโครงสร้างการจัดสวัสดิการและการส่งเสริมอาชีพสำหรับคนตาบอด โดยจัดตั้งคณะกรรมการคนตาบอดแห่งชาติ (National Commission for the Blind) เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด และนำรายได้จากการจำหน่ายสลากที่สมาคมเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด 4,650 เล่ม หรือประมาณเดือนละ 7.44 ล้านบาทต่อเดือน เป็นทุนจัดสวัสดิการและดำเนินการส่งเสริมอาชีพให้สมาชิกที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 8,000 คน.
-----
โดยที่ผ่านมารัฐบาลชุดต่างๆ ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับคนพิการสักเท่าไหร่นัก (หมายถึงคนพิการทั้งหมด) พอมาถึงรัฐบาลชุดนี้ เมื่อตอน ทักษิณ 1/1 เข้ามาบริหารใหม่ ได้มีทางงานในด้านคุณภาพชีวิตของคนพิการ มีการรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ เข้าไปพิจารณา แต่ไม่นานเรื่องต่างๆ ก็เข้าหายไปในกลีบเมฆ เหมือนพยายามจะซื้อใจคนพิการ พอเอาเข้าจริงๆ เรื่องคนพิการก็เป็นแค่จิ๊บๆ เมื่อรัฐบาล มัวแต่หลงไหลสนใจมองแต่ตัวเลขเศรษฐกิจ จนไม่ได้คิดเรื่องอื่นอีกเลย
จากเรื่องคนพิการ - โยงเข้าเรื่องการเมือง - จบด้วยเรื่องสวยๆ งามๆ ก็แล้วกัน
วันก่อน นิตยสาร Maxim ของเมกา ได้ส่ง eNews มาให้ร่วมโหวด Hometown Hotties (คล้าย Girl Next Door ของ FHM นั่นแหละครับ) ท่านในสนใจร่วมโหวดก็คลิกที่ลิงก์ด้านล่างได้เลยนะครับ ^_^

Maxim's Hometown Hotties 2005
จากโครงการรวมพลังไทย ลดใช้พลังงาน ที่รัฐบาล ทักษิณ 2/1 คิดได้ในช่วงต้นเดือน(มิ.ย.)ที่ผ่านมา มองสะท้อนออกมาได้หลายมุม มุมตื้นๆ ก็คือช่วยกันลดใช้พลังงาน เพื่อช่วยให้ประเทศไทยประหยัดเงินในการจัดซื้อพลังงานจากต่างประเทศ โดยในสปอตโฆษณา(บางตัว) ได้อ้างอิงถึง ตัวเลขขาดดุลการค้า กับต่างประเทศ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้า นั่นคือการนำเข้าพลังงานนั่นเอง และพลังงานที่ว่าก็คือน้ำมันเกือบทั้งหมด ส่วนในมุมมองกลับกัน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้คิดนั้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หลังจากละเลยการประหยัดการใช้นำมันของคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว 20+ ล้านคัน (ตัวเลข ณ สิ้นปี 47) มาแล้ว 6-8 เดือน
((รัฐบาล ทักษิณ ให้ความสำคัญกับตัวเลข ประเภท(เศรษฐกิจ)นี้มาก ถึงขั้น sensitive กับการขึ้นลงของตัวเลขเพียงน้อยนิด เพราะได้ประกาศออกไปแล้วว่าสิ้นปีจะมีตัวเลข GDP เป็นเท่าไหร่(หากไม่เป็นดังเป้าถือว่าเสียหน้า) ทำให้ต้องหากลยุทธในการผลักดันให้เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้))
หากกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้มีการนำเข้าพลังงานมากจนผิดปกติ ทำให้ตัวเลขมันผิดไปจากปกติมากเกินไป สิ่งหนึ่งมาจากนโยบายด้านราคาน้ำมันภายในประเทศเมื่อประมาณ 6-8 เดือนที่แล้ว โดยครั้งนั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นเกินกว่าปกติ แต่รัฐบาลทักษิณ ได้นำเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานฯ ไปสำรองจ่าย เพื่อให้ราคาน้ำมันภายในประเทศไม่ปรับตัวไปตามกระแสโลก (จริงอยู่การประคับประคองราคาน้ำมันภายในประเทศเป็นสิ่งจำเป็น - แต่ไม่ควรสำรองจ่ายส่วนต่างเป็นเวลานาน) ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ของรัฐบาล ทักษิณ 1 ราคาน้ำมันจึงถูกใช้เป็น ส่วนหนึ่งในกระบวนการหาเสียง - และสุดท้ายก็ไม่สามารถอุดหนุนได้ตลอด ต้องปล่อยลอยตัวในที่สุด
จากนโยบายดังกล่าวทำให้ประชาชนคนไทย - เน้นว่า ผู้ที่มีรถยนต์(ทุกประเภท) - ได้ใช้น้ำมันในราคาที่ภาครัฐได้ทำการอุดหนุนไม่ให้ราคาแพง (ตามราคาตลาดโลก) ได้เคยตัวกับการใช้น้ำมันราคาถูก โดยที่ไม่สำนึกว่าจริงๆแล้ว รัฐบาลนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้อุดหนุนเพื่อให้ราคาน้ำมันไม่แพงตามความเป็นจริง
หลังจากนั้นเมื่อราคาในตลาดโลกทำท่าว่าจะไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ (ราคาน้ำมันไม่ลง) รัฐบาลหมดเงินไปกับการอุดหนุนมากมายหลายแสนล้านบาท ทำให้ในที่สุดต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันภายในประเทศลอยตัวตามสภาพจริง (หลังจากการเลือกตั้งผ่านไปเรียบร้อยแล้ว)
และล่าสุดโครงการรวมพลังไทย ลดใช้พลังงาน ที่รัฐบาลได้คิดขึ้นนี้ เป็นอีกทางหนึ่งที่รัฐบาล PR นักหนาว่าจะช่วยอนุรักษ์พลังงานได้หลายล้านบานเช่นกัน - จากคำโฆษณา เผยปิดไฟแค่ 5 นาที ประหยัด 1.18 แสนบาท หากร่วมปิดไฟเป็นเวลา 1 ปีจะประหยัดพลังงานได้ 43 ล้านบาท - แล้วไอ้ที่เสียไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาทนั้น (ตัวเลขเฉพาะในช่วง ม.ค.-เม.ย. 48) มันจะหักลบกันได้หรือไม่ -
จริงอยู่การประหยัดพลังงานไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากทุกคนร่วมมือกัน - และถามว่าถ้าเกิดไม่ทำตามกระแส (โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว) จะถือว่าเป็นพวกไม่รักชาติได้หรือไม่ - ตอบได้เลยว่า คนละเรื่องกัน
จากการคิดโครงการครั้งนี้ ในมุมมองคิดว่าเป็นเสมือนกับ การโยนความรับผิดชอบให้กับคนไทยทุกคนโดยถ้วนหน้า จากความไร้สำนึกของคนใช้รถยนต์ส่วนตัว 20+ ล้านคัน
โครงการรณรงค์ปิดไฟ - อาจจะเป็นเรื่องไร้สาระ - ถ้ายังใช้น้ำมันแบบไม่มีจิตสำนึก
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.