วันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ติดรถน้องอ้อม กับเจ๋หวาน แฟนคลับบราโว่ ไป ไหว้พระ 9 วัด ที่จังหวัดอยุธยา - แต่ได้เข้าไปไหว้พระได้แค่ 8 วัด วัดสุดท้ายฝนตกหนักมากเลยไหว้กันที่กำแพงวัดแทน
1. วัดพนัญเชิงวรวิหาร
2. วัดใหญ่ชัยมงคล
3. วัดหน้าพระเมรุ
4. วัดกษัตราธิราชวรวิหาร
5. วัดพุทไธศวรรย์
6. วัดไก่เตี้ย
7. วัดขนอมเหนือ
8. วัดพระราม (พระมงคลบพิตร)
9. วัดมเหยงคณ์
ปล. ใครจะไปไหว้พระเก้าวัด อย่าไปตามลำดับข้างบน เพราะจะเสียเวลาวนรถไปมา... ให้ดูที่เว็บ ททท. หรือไม่ก็เว็บ ขสมก. ที่เค้ามีทริปท่องเที่ยวน่าจะดีกว่า อิอิ :p
ดูภาพทั้งหมดได้ที่ > http://www.flickr.com/photos/poakpong/sets/72157605225636250/
Poakpong's Blog | Add New Comments
มีคนพูดว่า "...ส่วนใหญ่คนไทยไม่ค่อยรู้ เยาวชนสมัยนี้สนใจแต่วันวาเลนไทน์ เป็นเรื่องน่าเสียดาย พวกเราชาวพุทธจำวันวาเลนไทน์ได้ง่าย แต่นึกไม่ออกว่าวันมาฆบูชาตรงกับวันไหน..."
พูดกันทุกปี วาเลนไทน์ vs มาฆบูชา วันไหนจำง่ายกว่า ผมว่าไม่ต้องคิดหรอก วาเลนไทน์จำง่ายกว่าเยอะ เพราะมันวันเดียวกันทุกปี แต่วันมาฆะบูชา มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ใครมันจะรู้ ถ้าไม่มีใครบอก หรือดูปฏิทิน
แล้วปี 2551 วันมาฆบูชาวันไหนล่ะ บอกหน่อย ~ จบ.
Poakpong's Blog | Add New Comments
![]()
ดูเหมือนว่า ไม่มียุคไหนอีกแล้วที่หน่อเนื้อนาบุญแห่งพระพุทธเจ้าต้องผละจากการแสวงหาหนทางไปสู่โลกุตรธรรม เพื่อกระโดดลงมาเรียกร้องในทางโลกียะเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้...
คนรู้เรื่องศาสนาเพียงหางอึ่งคงไม่กล้าถกเถียงถึงหลักธรรมชั้นสูง แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ซึ้งก็คือหลักพื้นฐานอย่าง ‘มัชฌิมาปฏิปทา’ ที่เรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าจะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างปกติสุข โดยไม่ต้องไปดิ้นรนหาเครื่องรางของขลังหรือวัตถุมงคลใดๆ มาห้อยคอให้เมื่อย และไม่ต้องไปบีบบังคับจิตใจใครให้มายอมรับในรัฐธรรมนูญที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติด้วย...
กระแสบูชาจตุคามฯ เพื่อหวัง ‘บุญบันดาล’ ก็ดี หรือการปักหลักเรียกร้องให้บรรจุเรื่องพุทธศาสนาลงไปในรัฐธรรมนูญก็ดี...ล้วนสะท้อนภาพที่ผู้เรียกตัวเองว่าชาวพุทธควรหันมาเอาใจใส่กันให้มากๆ
เพราะความพอดีแบบทางสายกลาง นับวันจะยิ่งเลือนลางไปจากความรู้สึกของใครต่อใคร ทั้งที่เราอยู่ในยุคที่เรียกร้องหา ‘ความพอเพียง’ แท้ๆ แต่กระแส ‘รวยล้นฟ้า’ ‘รวยไม่มีเหตุผล’ หรือแม้กระทั่ง ‘รวยมหาเศรษฐี’ กลับเบ่งบานยิ่งกว่ายุคไหนๆ
เช่นเดียวกับที่ ‘ความดี - มีคุณธรรม’ กลายเป็นประเด็นสำคัญในการชี้นำทุกๆ เรื่อง
แต่ในทางกลับกัน เรามีการตรวจสอบตรวจทานความดีงามเหล่านั้นน้อยยิ่งกว่าน้อย...
-----
อ่านแบบเต็มๆ ได้ที่ : หากินกับพระ – เรียกร้องกับพุทธ (Prachatai Weekend)
Poakpong's Blog | Add New Comments
"รัฐธรรมนูญต้องให้ความเป็นกลาง อย่าเชิดชูพุทธย่ำยีศาสนาอื่น" บางส่วนของบทสัมภาษณ์ ศักดินรินทร์ เขื่อนอ้น ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 30 เมษายน 2550 (หน้า 15)
หมายเหตุ : นายศักดินรินทร์ เขื่อนอ้น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ตัวแทนนิสิตนักศึกษา สะท้อนมุมมองของเยาวชน ที่มีข้อเสนอให้บัญญัติศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ![]()
ฝ่ายสงฆ์พยายามยกเหตุผลเพื่อให้บรรจุศาสนาพุทธลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในฐานะเยาวชนในสภาร่างรัฐธรรมนูญเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างไรบ้าง
ผมเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทยโดยปฏิบัติอยู่แล้วตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรกจนถึงปัจจุบัน แต่ถ้ามองๆ แล้วการที่จะบรรจุก็ไม่ได้ทำให้คนไทยเข้าวัดบ่อยขึ้น หรือทำบุญมากขึ้น และไม่ได้ทำให้คนไทยนับถือศาสนามากขึ้นหรือน้อยลง
ผมมองว่ารัฐธรรมนูญต้องให้ความเป็นกลาง เพราะเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศและมีผลต่อกฎหมายลูก และอีกอย่างประเทศไทยไม่ได้มีเพียงศาสนาพุทธ เพียงอย่างเดียวยังมีศาสนาอื่นๆ การบรรจุหรือไม่บรรจุนั้นจะขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติมากกว่าถ้าเราเกิดบรรจุแล้วช่วงแรกอาจไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ต่อมามีกลุ่มคนบางกลุ่มอาจคิดไม่ดี ใช้พระสงฆ์มาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ของตน ก็อาจเป็นไปได้ถึงแม้เราไม่บรรจุเราก็ยังคงปฏิบัติตามพระพุทธศาสนากันเหมือนเดิม
ถ้าสมมติว่าคุณศักดินรินทร์ เป็นผู้นับถือศาสนาอื่น คุณศักดินรินทร์ จะตั้งคำถามไหมว่าเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นแล้วในรัฐธรรมนูญ หรือรวมถึงหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ จะถูกย่ำยีในกรณีนี้
เป็นผมนะ ผมก็จะรู้สึกน้อยใจ เหมือนถูกย่ำยีแต่ก็คงไม่มาเรียกร้องตรงนี้ ประเทศไทยให้สิทธิในการนับถือศาสนาอยู่แล้ว หรือการประกอบอาชีพอื่นๆ ก็ดี ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเป็นการสร้างความแตกแยกให้ประเทศมากกว่า
ส่วนตัวของคุณศักดินรินทร์ คิดว่าน่าจะบรรจุศาสนาพุทธ ในรัฐธรรมนูญหรือไม่
ผมคิดว่าเรื่องนี้เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนคนอื่นจะรับหรือไม่รับเรื่องนั้น น่าจะอยู่ที่เหตุผลในการแปรญัตติ ต้องรอเสียงส่วนใหญ่ แต่ส่วนตัวผม สาระสำคัญเรื่องศาสนาพุทธ อยู่ที่การปฏิบัติตัวมากกว่าเรื่องของตัวอักษร ซึ่งผมมีเหตุผลอธิบายดังนี้
1. ในเรื่องหลักสิทธิเสรีภาพ "บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย ฐานันดรศักดิ์โดยกำเนิดก็ดี โดยแต่งตั้งก็ดี โดยประการอื่นใดก็ดี ไม่กระทำให้เกิดเอกสิทธิ์อย่างใดเลย" ดังนั้น การนับถือศาสนาพุทธ ไม่ทำให้มีอภิสิทธิ์อย่างในเลย
2. รัฐธรรมนูญควรเป็นหลาง รัฐบาลก็ควรเป็นกลางในทางศาสนา เช่นเดียวกับให้ความยุติธรรมในทางเศรษฐกิจและการเมือง
3. ในฐานะที่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่ ไม่ควรเขียนให้คนไทยที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธนั้น รู้สึกผิด
4. ละชั่ว ประพฤติดี ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว เป็นหลักของศาสนาพุทธ คุณค่าที่แท้จริงอยู่ตรงนี้ ต้องเป็นหลักปฏิบัติ อย่าใจแคบ ยิ่งต่อสู้ให้บัญญัติในรัฐธรรมนูญมากเท่าใดยิ่งบอกว่าเราใจแคบมากเท่านั้น
Poakpong's Blog | Add New Comments | Read more: อ่านทั้งหมด »
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.