80th Academy Awards
Motion Picture of the Year Nominees
ตามกระแสออสก้า 2007 ที่จะมาถึงในเร็ววันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2551) เว็บไซต์ Apple - Movie Trailers ก็จัดหน้าพิเศษ สำหรับแฟนๆ ออสก้า ให้ดูตัวอย่างหนังที่เข้าชิงในรางวัลต่างๆ




รายชื่อหนังเข้าชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม...
> Atonement
> Juno
> Michael Clayton
> No Country For Old Man
> There Will Be Blood
คลิกดูตัวอย่างหนังที่เข้าชิงรางวัลทั้งหมด ที่นี่ > www.apple.com/trailers/awards
Poakpong's Blog | Add New Comments
ก่อนหน้านี้ได้สมัครเว็บไซต์ flickr.com ไว้นานแล้ว แต่เพิ่งได้มาใช้บ่อยๆ ก็ช่วงนี้แหละ ยิ่งมีรูปถ่ายเยอะ มีเพื่อนร่วมเล่นเยอะ มันเพลินดี ตอนนี้มีรูปอยู่ใน flickr.com อยู่เกิน 400 รูปเข้าไปแล้ว (ฟังก์ชั่นแสดงรูปมากกว่า 200 นี้ต้องสมัครแบบ Pro ก่อนถึงจะได้)
ล่าสุดไปเล่นของเล่นอีกอันคือบัตรประจำตัว flickr ดูแล้วขำดี มีบัตรกะเค้าด้วยเว้ย อิอิ
สมาชิก flickr ทดลองทำได้ที่นี่ครับ -> http://www.bighugelabs.com/flickr/badge.php
เมื่อคุณคิดว่าจะซื้อ หรือเพิ่งทำการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอช (Macintosh) หรือผลิตภัณฑ์ไอพอด (iPod) มาใหม่ๆ สิ่งแรกที่ต้องทำ/หรือตรวจสอบ คือการลงทะเบียน (register) ผลิตภัณฑ์ที่เราซื้อ กับเว็บไซต์ของ Apple เพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของ และแสดงสถานะการรับประกัน (ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็อาจจะต้องมีการ register ผ่านเว็บไซต์เช่นกัน แต่ในครั้งนี้ขอเอ่ยถึงผลิตภัณฑ์ของ Apple เท่านั้น)
บางคนอาจมองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก เพราะถ้าเกิดคอมฯ หรือไอพอด มีปัญหาก็ไปหาร้านที่เราทำการซื้อ เพราะมันจะมีสติกเกอร์รับประกันของร้านติดอยู่ด้วยเสมอ(โดยเฉพาะในประเทศไทย-ดูรปประกอบ) จริงๆ แล้วการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ในเว็บไซต์นี้มีมากกว่าการแสดงการเป็นเจ้าของ หรือแสดงสถานะการรับประกัน แต่นัยสำคัญมันมีมากกว่านั้น เป็นการบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมานั้น ถูกใช้งานอยู่ในประเทศไหนอีกด้วย
สำหรับสถานะการรับประกัน ก็มีผลเกี่ยวพันกับการต่ออายุประกัน ซึ่งปกติ Apple จะมีโปรแกรมคุ้มครองการใช้งานที่ชื่อ AppleCare Protection Plan โดยเป็นการเพิ่มระยะประกันไปอีก 2 ปี รวมกับประกันที่มีมากับเครื่องก็รวมเป็น 3 ปี นับจากวันที่ซื้อเครื่อง - การต่อประกันต้องดำเนินการก่อนหมดอายุในปีแรกประมาณ 1 เดือน
ในจุดนี้หากเราไม่เคยลงทะเบียนผลิตภัณฑ์กับทางเว็บไซต์ของ Apple อาจจะก่อให้เกิดความยุ่งยากเล็กน้อยในการต่ออายุประกัน กล่าวคือไม่สามารถซื้อ AppleCare จากร้านอื่นได้ ต้องไปซื้อจากร้านที่เราซื้อเครื่องเท่านั้น (เพื่อยืนยันว่าเครื่องที่เราซื้อนี้ยังไม่เกินกำหนดของการเพิ่มระยะประกัน) - ที่เป็นเช่นนั้น เพราะถ้าซื้อกับร้านอื่น เค้าต้องทำการเช็คกับทางเว็บไซต์ Apple ก่อน ว่าเครื่องเรายังสามารถต่อประกันได้หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่เคยลงทะเบียน ก็จะไม่สามารถขายประกันให้เราได้นั่นเอง (ซึ่งบางครั้งอาจมีเงื่อนไขของโปรโมชั่นราคาและของแถมตามมา)
ปกติการลงทะเบียนจะเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อสินค้า เมื่อซื้อมาแล้วก็ให้รีบดำเนินการลงทะเบียน เพื่อแสดงการเป็นเจ้าของ/แสดงสถานะการประกัน/และข้อมูลอื่นๆที่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นั้นๆ ต้องการรู้พอสังเขป - ในส่วนนี้อาจหมายรวมถึง ปริมาณการใช้งานในภาคพื้นต่างๆ ทั่วโลก เช่น ถ้าสมมติมีคนไทย(Thai) ลงทะเบียนการใช้งาน iPod กันเยอะๆ ก็อาจจะมีผลทำให้ฟังก์ชั่นการทำงานสนับสนุนภาษาไทย(Thai Language) เพิ่มขึ้นมา (อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างนะ) :p
ก่อนอื่น เราจะต้องเช็คก่อนว่าเครื่องฯของเรานั้นได้ทำการ register ไปเรียบร้อยแล้วหรือยัง (อาจหมายถึงทางร้านได้บริการให้เราเรียบร้อยแล้ว) โดยเข้าไปที่หน้า Apple - Supoort เลื่อนลงมาด้านล่างขวามือ ในหัวข้อ About Your Support Coverage ให้เราใส่ serial number ของเครื่องที่เราซื้อมาให้ระบบตรวจสอบ หากยังไม่มีการลงทะเบียนระบบจะถามว่าต้องการลงทะเบียนหรือไม่ แต่ถ้ามีแล้วก็จะบอกระยะเวลาการประกันของเครื่องเรา
กลับมาถึงวิธีการลงทะเบียนด้วยตนเองไม่ยุ่งยาก เริ่มต้น เพียงแค่เข้าไปที่หน้า Welcome to Apple Product Registration หากยังไม่เคยใช้ลงชื่อเข้าใช้ (sign up) เอาไว้ ก็ให้เลือก To get start, ... create one.
ทำการเลือกประเทศ และภาษาในการใช้งาน จากนั้นคลิก Create Account
ต่อจากนั้นก็เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวในหน้า Create My Apple ID ใส่ข้อมูลให้ครบตามช่องที่ระบุ (ดอกจันสีแดง *) แล้วทาง Apple ก็จะมีการส่งอีเมลเพื่อทำการยืนยัน
หลังจากได้ Apple ID เรียบร้อย ก็กลับไปที่หน้า Welcome to Apple Product Registration อีกครั้ง เพื่อทำการ Login เข้าใช้งาน
เมื่อ Login เรียบร้อยก็ทำตามขั้นตอนที่ระบบถาม
- ระบุจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต้องการลงทะเบียน
- เลือกผลิตภัณฑ์
- ระบุ Serial Number และการใช้งาน
- หลังจากนั้น Apple ก็จะส่งอีเมลกลับมาแจ้งสถานะการลงทะเบียน


หลังจากลงทะเบียนผลิตภัณฑ์กับทางเว็บไซต์ Apple แล้วเราสามารถตรวจสอบสถานะการประกันเครื่องได้ที่หน้า Apple - Supoort เช่นเดิม หากระบบพบว่ามีการลงทะเบียนเอาไว้ ก็จะบอกว่าระยะเวลาประกันของเครื่องเรานั้นเหลืออีก(ประมาณ)กี่วัน (ภาพตัวอย่างจากการเช็คระยะเวลาประกัน AppleCare ของ PowerBook ของผมเอง ;) )
Poakpong's Blog | Add New Comments

คนไทยเป็นคนที่ซื้อรถกันง่ายที่สุด ระบบการจ่ายเงินจองทั้งที่รถยังไม่ได้มีการผลิตออกมาเลยจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ยี่ห้อขายดีทั้งหลาย ทำให้คนไทยต้องซื้อรถโดยไม่มีโอกาสได้ทดลองหรือไม่มีโอกาสแม้จะเห็นตัวจริงของรถยนต์ที่จะซื้อ เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับวงการซื้อขายรถยนต์ใหม่ป้ายแดงในประเทศไทยมานานแล้ว
แต่ในวงการธุรกิจรถยนต์มือสอง ที่มีตัวตนจริงๆของรถจอดรอก่อนจะทำการซื้อขายกัน คนไทยเราก็ยังเพิกเฉยในการที่จะรับรู้ข่าวสารหรือรักษาสิทธิของตนเอง หลายครั้งจึงพบว่าคนซื้อรถยนต์มือสองถูกหลอกถูกต้มตุ๋นกันอยู่เป็นประจำ สิ่งที่ทำให้คนไทยผู้นิยมซื้อรถยนต์มือสองส่วนใหญ่ถูกหลอก คือคำที่ว่า "รถบ้าน ไม่ใช่รถเต๊นท์"
รถบ้านหมายถึงรถยนต์ที่ผู้ใช้นำมาขายกันเองกับผู้ที่จะซื้อไปใช้โดยตรง ส่วนรถเต๊นท์หมายถึงรถยนต์ที่พ่อค้าไปหาซื้อมาจากคนใช้ทั่วไป แล้วนำมาขายให้คนที่ต้องการใช้รถอีกต่อหนึ่ง โดยมีกำไรจากส่วนต่างของราคาที่ซื้อมากับขายออกไป ซึ่งวิธีการของพ่อค้ารถหรือเต๊นท์รถที่เรียกกันจะมีวิธีการดำเนินธุระกิจที่ต่างกันออกไป บางรายซื้อรถมาสภาพอย่างไรก็นำมาทำความสะอาดล้างสีภายนอกเท่านั้น จากนั้นก็ขายออกไปตามสภาพเดิม แต่บางรายหรือส่วนใหญ่ที่มีทุนหนาเพียงพอ จะนำรถที่ซื้อมาทำการขัดสีฉวีวรรณทั้งตัวถัง, เบาะนั่ง และ เครื่องยนต์รวมทั้งช่วงล่าง เป็นการทำให้ฟื้นฟูสภาพกลับมามากที่สุด ให้สวยงามสะดุดตาลูกค้ามากที่สุด แล้วจึงขายออกไป ผู้ซื้อที่ไม่เข้าใจจะคิดว่าพ่อค้ากลุ่มหลังซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่นี้ทำการ "ย้อมแมว"
ซึ่งการย้อมแมวนั้นหมายถึงการนำเอารถยนต์ที่มีข้อบกพร่องมาก แล้วมาทำการซ่อมเพียงแค่กลบเกลื่อนข้อบกพร่องนั้น จากนั้นขายออกไปในราคารถที่ไม่มีตำหนิ จะต่างกันกับพ่อค้ารถยนต์ประเภทที่กล่าวมา พ่อค้ารถยนต์ที่กล่าวมานั้นจะทำการซ่อมบำรุงฟื้นสภาพ และแม้ว่าจะขายรถราคาค่อนข้างสูง แต่ส่วนใหญ่จะให้การรับประกันรถยนต์ที่ตนเองจำหน่ายออกไปตามระยะทางหรือระยะเวลาของรถที่ตนเองฟื้นสภาพมาแล้ว
ดังนั้นการจะซื้อรถยนต์มือสองไม่ให้ถูกหลอกจริงๆ จึงต้องเริ่มต้นที่ เลือกซื้อรถยนต์จากเจ้าของเก่าที่รู้จักคุ้นเคยกันดีในกรณีที่ต้องซื้อ "รถบ้าน" เพราะหลายครั้งที่พบว่า "รถบ้าน" ที่ประกาศขายกันทั่วไปนั้น มากกว่าร้อยละห้าสิบเป็นรถยนต์จากพ่อค้าที่นำมาประกาศขายตามสื่ออีกช่องทางหนึ่ง เพราะค่าลงโฆษณาประกาศขายจะมีต้นทุนต่ำกว่าค่าเช่าที่จอดเป็นรายวัน
และในจำนวนนั้นจะมีรถไม่น้อยที่พ่อค้าจำใจต้องซื้อเข้ามาทั้งที่รู้ว่าเป็นรถสภาพไม่ดีผ่านการเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว หรือเป็นรถที่พ่อค้าซื้อเข้ามาด้วยการดูรถพลาดไป หลังจากซื้อแล้วจึงพบว่าเป็นรถยนต์ที่มีความเสียหายรุนแรงไม่สามารถซ่อมคืนสภาพได้ ครั้นจะนำไปจอดขายในเต๊นท์ของตนเอง ก็จะทำให้เสียชื่อเสียงไปด้วย หากมีผู้รู้มาดูแล้วพบว่ามีรถสภาพแย่ๆ อยู่ในเต๊นท์
พ่อค้าที่มีรถสภาพดังกล่าว จึงนำรถไปประกาศขายลงพิมพ์ตามสื่อ และแจ้งว่า "รถบ้าน ผู้หญิงใช้" จากนั้นก็จะใส่ชื่อพนักงานของตนเองหรือญาติที่เป็นผู้หญิงให้ทำการติดต่อไป วิธีการนี้ผู้ซื้อสามารถสังเกตได้จากหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อผู้ขาย จะพบว่าหมายเลขดังกล่าวจะมีการประกาศขายรถหลายคันในหลายสื่อ หรือมีการประกาศจำหน่ายรถกันทั้งปีเปลี่ยนยี่ห้อและรุ่นไปเรื่อยๆ
การซื้อ "รถบ้าน" จึงต้อซื้อจากเจ้าของรถเดิมที่ท่านรู้จักจริงๆ และยิ่งดีมากขึ้นหากรู้และเห็นการใช้งานของรถยนต์คันนั้นอยู่ตลอดเวลา รู้ว่ารถยนต์คันนั้นผ่านการซ่อมการชนอะไรมาบ้าง และได้รับการแก้ไขจากที่ไหนอย่างไร เพื่อที่จะได้ตามแก้ไขกันถูกจุดหากเกิดข้อบกพร่องหลังจากที่ซื้อไปแล้ว รถยนต์ที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดคือรถยนต์ที่ผ่านการดัดแปลงเปลี่ยนสภาพไปจากมาตรฐานแล้วเช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ไปเป็นเครื่องยนต์ยี่ห้อหรือรุ่นที่ต่างไปจากเครื่องยนต์ติดรถตามมาตรฐานของผู้ผลิต
รถยนต์ที่ควรหลีกเลี่ยงนอกเหนือไปจาก "รถบ้านเทียม" แล้ว คือรถที่มีการย้ายโอนทะเบียนไปมาหลายครั้งและไม่สามารถตรวจสอบต้นขั้วได้ เช่นมีการแจ้งหายของสมุดคู่มือประจำรถไป แล้วถือสมุดคู่มือที่ออกให้ใหม่ทดแทน หรือรถยนต์ที่เห็นว่าผ่านการซ่อมตัวถังมาอย่างหนักมีการดัดแปลงชิ้นส่วนตัวถังมาหลายชิ้น เพราะรถคันดังกล่าวอาจจะผ่านอุบัติเหตุร้ายแรงมาจนยากที่จะซ่อม เจ้าของจึงใช้วิธีการหาอะไหล่ใช้แล้วมาตัดต่อดัดแปลง หากไปซื้อมาอาจจะต้องพบกับปัญหาเรื่องที่มาของอะไหล่ใช้แล้วนั้นๆได้
รถยนต์ที่ตกลงซื้อขายกันแล้วจะต้องถูกนำไปโอนกันทันทียังที่ทำการขนส่ง จงหลีกเลี่ยงวิธีการซื้อขายรถยนต์ด้วยวิธีการที่รู้จักกันในนามของการ "โอนลอย" จงหลีกเลี่ยงการซื้อ "รถบ้าน" จากการประกาศขายทั่วไป จงหลีกเลี่ยงการซื้อรถยนต์จาก "ผู้ประกอบการกล่อง" หมายถึงผู้ที่นำรถไปจอดข้างถนน แล้วตั้งกล่องกระดาษติดหมายเลขโทรศัพท์เอาไว้บนหลังคารถ 
หลีกเลี่ยงรถยนต์ประเภทที่ผู้เป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายเอง เพราะนอกเหนือไปจากปัญหาด้านการบริการหลังการขายที่ยุ่งยากแล้ว กรรมวิธีการนำเข้าของพ่อค้าอิสระเหล่านั้นมีวิธีการที่หลากหลายและซับซ้อนซ่อนเงื่อนต่างกันออกไป ผู้ที่จะซื้อรถยนต์จากผู้นำเข้าประเภทนี้ได้ ควรเป็นผู้ที่มีรถยนต์ไว้ใช้งานเกินกว่าหนึ่งคัน และต้องทำใจได้หากรถยนต์คันนั้นถูกตรวจสอบพบว่ามีการนำเข้าผิดกฎหมาย ต้องเสียค่าปรับเพิ่มหรือถูกยึดรถ เพราะนี่คือประเทศไทย
สรุปสั้นๆ ว่าการซื้อรถยนต์มือสองให้ถูกหลอกน้อยที่สุดคือ จงซื้อรถยนต์จากผู้ที่รู้จักสนิทสนมกันเป็นอย่างดีทั้งตัวบุคคลและตัวรถ จงซื้อรถจากผู้ประกอบธุระกิจซื้อขายรถยนต์ที่ประวัติการทำธุระกิจมานานและมีที่อยู่ที่ตั้งของหน้าร้านเป็นหลักแหล่ง จงกำหนดวงเงินงบประมาณในการซื้อ และกันเงินจำนวนหนึ่งสำหรับการซ่อมและฟื้นฟูสภาพรถยนต์มือสองที่จะซื้อมาเอาไว้ด้วย จงโอนทะเบียนรถทันทีที่จ่ายเงินค่ารถกันไปแล้ว จงอย่าซื้อรถยนต์ที่ขายในราคาต่ำมากจนผิดสังเกต เพราะท่านคงไม่ใช่คนดวงดีขนาดที่จะได้รับโชคจากลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งในการซื้อขายรถยนต์
จงหลีกเลี่ยงการซื้อรถยนต์ด้วยวิธีการประมูลจากสถานจัดการประมูลทั่วไป ยกเว้นแต่ท่านมีความชำนาญในการดูรถเทียบเท่ากับพ่อค้ารถทั้งหลายที่ต่างมีสิทธิเข้าประมูลเท่ากับท่าน จงหลีกเลี่ยงการซื้อรถยนต์ใช้แล้วที่ผู้ขายไม่อนุญาติให้ท่านได้ทดลองติดเครื่องยนต์และขับทดสอบ
จงตรวจสอบประวัติรถยนต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนตัดสินใจซื้อ เช่นตรวจจากประวัติการประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว หรือตรวจสอบจากคนใกล้เคียงของเจ้าของเดิมเอาไว้ด้วย และท้ายที่สุดเมื่อพบว่ารถยนต์ที่ซื้อมามีข้อผิดพลาดจนยากที่จะซ่อมกลับมาสู่มาตรฐานได้ จงตัดใจขายออกไปอย่าเก็บเอาไว้ใช้งาน เพราะท่านจะต้องปวดหัวกับรถยนต์คันนั้นทุกครั้งที่ใช้งานมันครับ
ข้อมูลจาก Fw: Mail / รูปประกอบจาก Internet
Poakpong's Blog | Add New Comments

สมัยนี้มีข่าวรถหายให้ได้เห็นกันอยู่เป็นประจำ ทั้งที่จอดไว้ตามห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ในบ้านของตัวเอง ก็ยังไม่วายโดนโจรงัดแงะเอาไปได้ ยิ่งเป็นรถของคุณผู้หญิงทั้งหลาย ยิ่งต้องระวัง เพราะบางทีมิจฉาชีพพวกนี้อาจไม่เอาแค่รถ แต่รอจังหวะลงมือทำร้ายเจ้าของรถอีกด้วย ฉะนั้นสาวๆ ต้องรู้จักวิธีเตรียมการและป้องกันภัยไว้แต่เนินๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพวกโจรขโมยรถ
1. ไม่ว่าคุณจะจอดรถที่ไหนก็ตาม แม้กระทั่งในบ้านที่คุณคิดว่าปลอดภัย อย่าลืมล็อกรถทุกครั้ง และก่อนออกจากรถ ยอมเสียเวลาตรวจตรากระจกทุกบานว่าปิดสนิท และประตูรถทุกด้านล็อกเรียบร้อย
2. อย่าเผลอวางทรัพย์สิน กระเป๋า หรือของมีค่าไว้ล่อตาล่อใจ เพราะเพิ่มโอกาสให้รถคุณเสี่ยงต่อการถูกงัดแงะหรือขโมยมากขึ้น
3. ดับเครื่องและนำกุญแจติดตัวไปด้วยเสมอ ไม่ว่าคุณจะแวะจอดรถช่วงสั้นๆ อย่างลงไปเข้าห้องน้ำ หรือซื้อของ หรือแม้มีคนนั่งอยู่ในรถก็ตาม มิฉะนั้นอาจหายไปทั้งรถ ทั้งคนอย่างที่เคยเป็นข่าว
4. กรณีจอดรถในที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า ในตึกหรือออฟฟิตที่คุณมาติดต่อ เลือกจอดให้ใกล้ประตู หรือบริเวณที่มีคนเดินผ่านไปมา หรือจอดในที่ที่มีแสงไฟสว่างมองเห็นได้ง่าย
5. ทันทีที่ขึ้นรถต้องรีบล็อกประตู โดยเฉพาะผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มัวแต่เก็บของ เปลี่ยนรองเท้า อาจจะเปิดโอกาสให้ขโมยขึ้นรถ และจี้ปล้นได้
6. ติดตั้งสัญญาณกันขโมย หรืออุปกรณ์กันขโมยต่างๆ อาทิ ที่ล็อกล้อ ล็อกเกียร์ ล็อกพวงมาลัย หรือจะให้ดีก็ติดตั้งตัวตัดน้ำมันไปเลย อุปกรณ์เหล่านี้แม้ป้องกันไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถ่วงเวลาให้คุณอาจกลับมาทันก่อนถูกขโมย
7. กรณีที่คุณนำรถไปล้าง หรือนำรถเข้าอู่เพื่อซ่อม ให้เก็บกุญแจอุปกรณ์กันขโมยต่างๆ รวมทั้งกุญแจบ้าน (ถ้ามี) ออกจากรถ เพื่อกันไม่ให้ทางอู่ลักลอบนำไปทำกุญแจสำรอง แล้วย้อนมาขโมยได้ในภายหลัง
เดี๋ยวนี้มิจฉาชีพเหล่านี้มีเทคนิคการขโมยที่เราๆ คาดไม่ถึง ดังนั้นต้องรู้จักเรียนรู้หาทางป้องกันและไม่ประมาทไว้ตั้งแต่ต้น จะช่วยรักษาทรัพย์สิน และชีวิตของคุณให้ปลอดภัยได้
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.