บล็อกวันนี้ไม่มีข้อความใหม่ แต่ไม่อยากตกข่าวเลยขอก๊อปข้อความข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ เอามาแป๊ะเอาไว้ที่นี่ด้วยละกัน
...
สรุปคำวินิจฉัยตุลาการศาลรธน.ให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ
ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ลงมติประเด็นแรกการเลือกตั้ง2เม.ย.ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 6 และประเด็นที่สองควรให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ 9 ต่อ 5 โดยมีสรุปคำวินิจฉัยดังต่อไปนี้
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ส่งคำร้องของ อาจารย์บรรเจิด สิงคเนติ และ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ที่ขอให้วินิจฉัย ในคำร้องกรณีการเลือกตั้งเมื่อ 2 เม.ย.ที่ผ่านมาใน 4 ประเด็นประกอบด้วย
เรื่อง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 198 กรณีการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2549 จนถึงปัจจุบัน มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2549 จนถึงปัจจุบัน มีปญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงขอให้เพิกถอนการเลือกตั้งเพื่อจะได้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ด้วยสาเหตุตามประเด็น ดังนี้
1.คณะกรรมการการเลือกตั้งให้ความเห็นในเรื่องการกำหนดระยะเวลาสำหรับการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง อันนำไปสู่การประกาศกำหนดวันเลือกตั้งในพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่เหมาะสมและไม่เที่ยงธรรม ขัดกับหลักการเรื่องความเป็นกลางในทางการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และขัดกับหลักการเรื่องการควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
2.การจัดคูหาเลือกตั้งที่ผู้เลือกตั้งหันหน้าเข้าคูหาลงคะแนนและหันหลังให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งกับบุคคลภายนอกที่มาสังเกตการณ์การเลือกตั้งหน้าหน่วย เป็นการละเมิดหลักการเรื่องการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งซึ่งจะต้องดำเนินการโดยใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
3.พรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่ส่งผู้สมัครในทุกเขต ทั่วประเทศว่าจ้างให้ผู้สมัครจากพรรคการเมืองขนาดเล็กหลายพรรคส่งผู้สมัครเข้าแข่งขันในการเลือกตั้งตามที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่กำหนด เป็นการละเมิดหลักการพรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกเข้าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้เพียงคงเดียวในเขตเลือกตั้งนั้น
4.คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติ สั่งการ ออกประกาศ และออกคำสั่งในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง การสืบสวนสอบสวน เพื่อวินิจฉัยข้อปัญหาโต้แย้งเกี่ยวกับการเลือกตั้งตลอดจนการพิจารณาประกาศและรับรองผลการเลือกตั้งไปโดยไม่มีการประชุมปรึกษาหารือ หรือมิได้มีการปรึกษาหารือกันโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งครบถ้วนตามอำนาจที่มีอยู่ และการพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งมิได้ดำเนินการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมดโดยมติเอกฉันท์
ประเด็นเบื้องต้น
ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 198 หรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า เป็นกรณีที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกา มติ สั่งการ ประกาศ ซึ่งมีลักษณะเป็นกฎตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 198 เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกฤษฎีกา มติ สั่งการ ประกาศ ศาลรัฐธรรมนูญจึงรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยได้
ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
หลังจากที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้แถลงด้วยวาจาก่อนลงมติและลงมติแล้ว มีประเด็นที่ต้องลงมติ 2 ประเด็น ดังนี้
1.การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2549 จนถึงปัจจุบัน มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 8 คน วินิจฉัยว่า การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2549 จนถึงปัจจุบัน มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 6 คน คือ นายผัน จันทรปาน นายจิระ บุญพจนสุนทร นายนพดล เฮงเจริญ นายมงคล สระฏัน นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ และนายอภัย จันทนจุลกะ เห็นว่า ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญด้วยเหตุตามคำร้อง ข้อ 1 และข้อ 2 และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน คือ นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ และนายอุระ หวังอ้อมกลาง เห็นว่า ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญด้วยเหตุตามคำร้อง ข้อ 2
ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 6 คน วินิจฉัยว่า การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2549 จนถึงปัจจุบัน ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ คือ นายจุมพล ณ สงขลา นายมานิต วิทยาเต็ม นายศักดิ์ เตชาชาญ นายสุธี สุทธิสมบูรณ์ พลตำรวจเอกสุวรรณ สุวรรณเวโช และนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ อนึ่ง นายมานิต วิทยาเต็ม แม้วินิจฉัยว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ด้วยเหตุผลที่ได้แถลงต่อที่ประชุมก็เห็นว่า ให้มีการเพิกถอนผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่
2.เมื่อการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2549 จนถึงปัจจุบัน มีปัญหาเกี่ยวกับชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงมีการลงมติในประเด็นว่า ให้มีการเพิกถอนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจัดการการเลือกตั้งจนถึงการประกาศผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษำรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ หรือไม่
ในประเด็นนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 9 คน คือ นายผัน จันทรปาน นายจิระ บุญพจนสุนทร นายนพดล เฮงเจริญ นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ นายมงคล สระฏัน นายมานิต วิทยาเต็ม นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ นายอภัย จันทนจุลกะ และนายอุระ หวังอ้อมกลาง วินิจฉัยว่า ให้มีการเพิกถอนการเลือกตั้งและต้องจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปใหม่
ข้อความต้นฉบับอ่านได้ที่ สรุปคำวินิจฉัยตุลาการศาลรธน.ให้เลือกตั้งเป็น'โมฆะ' - กรุงเทพธุรกิจ
...
Poakpong's Blog | Add New Comments
กลุ่มนักศึกษารามกู้ชาติจากพรรคสานแสงทอง มหาวิทยารามคำแหงกว่า 10 คน ได้ขน"ปี๊บ"มาแจกจ่ายให้กับ ส.ส.ที่แพ้คะแนนโนโหวต ที่หน้ารัฐสภา ในวันรายงานตัววันที่สาม โดยให้เหตุผลว่า "เป็นการประณาม ส.ส.ที่แพ้คะแนนโนโหวต แต่ยังไม่มีสำนึกและยังไม่ละอายแก่ใจ ยังมีหน้ากล้ามารายงานตัว จึงสมควรเอาปี๊บคลุมหัว ทั้งๆ ที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการ จึงมีผลเป็นคะแนนโนโหวตซึ่งพบว่ามีถึง 70 เขตทั่วประเทศ"
ส่วนบรรดา ส.ส.ที่บรรดานักศึกษาเห็นสมควรว่าจะได้รับปี๊บ มีทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า เช่น น.ต.ศิธา ทิวารี, ดนุพร ปุณณกันต์, ยุรนันทน์ ภมรมนตรี, ภิมุข สิมะโรจน์, จักรภพ เพ็ญแข, ศันสนีย์ นาคพงศ์, ณหทัย ทิวไผ่งาม เป็นต้น พร้อมทั้งได้นามสกุลใหม่เป็นของแถมด้วย
ว่าแต่เจ้าของปี๊ปที่ติดชื่อว่า "น.ต.ศิธา ปี๊บกรุงเทพ" จะกล้าเอาหน้ามารับไหมเนี่ย..
ที่มา... บนความเคลือนไหว (ปี๊บแด่ส.ส.แพ้โนโหวต) กรุงเทพธุรกิจอินเตอร์เนต 27 เมษายน 2549
...
เมื่อคืนก่อนได้เปิดเว็บ คม-ชัด-ลึก เจอคอลัมน์น่าสนใจ เลยอยากแนะนำให้เข้าไปเปิดอ่านกันครับ
- คุยกัย ชัยวัฒน์ สาระน่ารู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ที่บางเรื่องเราคาดไม่ถึง
- คุยกับลุงแจ่ม คอลัมน์ตอบปัญหาจากผู้อ่าน โดยเป็นการติดต่อสอบถามไปถึงต้นตอของปัญหา ช่วยตอบปัญหาได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำให้นึกถึงความเป็นไปในสังคมได้อย่างดี
...
Poakpong's Blog | Add New Comments
... "อารยะขัดขืน" หรือ Civil Disobedience กำลังกลายเป็นคำยอดฮิต และไอเดียของมันกำลังเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แก่สังคมไทยภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ... ขอไม่ให้คำจำกัดความของ "อารยะขัดขืน" ในตอนแรก แต่จะขอยกตัวอย่างจริงสัก ... กรณีก่อนที่จุพูดถึงมันในตอนท้าย ...
... ขบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมกันของคนผิวดำในสหรัฐอเมริกา (เดิมเรียกว่า Negros ซึ่งถือเป็นคำดูถูก ต่อมาเปลี่ยนเป็น Black Americans ปัจจุบันเป็น Afican American) ที่เรียกว่า Civil Rights Movement ระหว่างปี ค.ศ. 1955-1968
ก่อนหน้าการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันนี้ คนผิดดำและผิวขาวต้องแยกห้องน้ำกันใช้ ร้านอาหาร โรงเรียน โรงพยาบาล รถเมล์ แหล่งที่อยู่อาศัย ก็แยกกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐทางใต้ที่คนผิวดำเคยเป็นทาสเก็บฝ้าย ทำงานรับใช้ในบ้าน ทำงานในฟาร์ม ฯลฯ มาก่อน
คนอเมริกันผิวขาวส่วนหนึ่งไม่พอใจกับการแบ่งแยกดังกล่าว แต่อีกส่วนหนึ่งรังเกียจผิดและต่อต้านกฎหมายที่ออกมาบังคับให้เลิกการแบ่งแยก การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันโดยใช้กฎหมาย กระทำตั้งแต่กลางทศวรรษ 1950 จนได้รับชัยชนะด้วยการออกกฎหมาย Voting Rights Act of 1965 และ Civil Rights Act of 1968
ในช่วงก่อนหน้าที่กฎหมายจะออกมา มีคนผิวดำจำนวนมากที่ใช้ "อารยะขัดขืน" ต่อสู้ความไม่เป็นธรรม ขอเล่าบางเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไปนี้
ในปี 1955 Rosa Parks หญิงผิวดำโดยสารรถเมล์ปฏิเสธที่จะลุกขึ้นให้ที่นั่งแก่คนขาวตามที่กฎหมายท้องถิ่นกำหนดในกรณีที่อนุญาตให้นั่งรถเมล์ร่วมกัน เธอถูกจับขึ้นศาลและถูกตัดสินจำคุก
เมื่อคดีถึงหูกลุ่มเพื่อนสีผิวเดียวกัน ผู้นำ 50 คนก็รวมตัวกันบอยคอตรถเมล์ (ดังที่มีชื่อว่า Montgomery Bus Boycott) เพื่อประท้วงการบังคับที่แตกต่างกันของคนละสีผิวในการขึ้นรถเมล์ ต่อสู้อยู่กว่า 1 ปี ท้องถิ่นก็จำต้องยกเลิกกฎหมาย
เมื่อกรณีนี้ทราบกันทั่วก็สร้างแรงกดดันอย่างมากแก่ท้องถิ่นที่ยังมีกฎหมายเช่นนี้อยู่
อีกกรณีหนึ่งคือนักเรียนผิวดำในหลายรัฐได้ใช้วิธี "sit in" กล่าวคือ พากันมานั่งหน้าเคาน์เตอร์ขายอาหารกลางวันในร้านที่ปฏิเสธการรวมกันใช้สถานที่ของผิวขาวและดำ พวก "sit in" เหล่านี้จะแต่งตัวสุภาพ เข้ามานั่งในทุกที่นั่งหน้าเคาท์เตอร์ขายอาหาร โดยผลิดเปลี่ยนเวียนกันเข้าไปนั่งจนไม่มีที่ว่างให้คนอื่นเลย จนร้านทำธุรกิจไม่ได้
นักศึกษาผิวดำและผิวขาวจำนวนมากที่เห็นใจ ก็พากันเลียนแบบวิธีการ "sit in" จนกระจายไปทั่วรัฐทางใต้ และระบาดไปถึงสวนสาธารณะ ชายทะเล ห้องสมุด โรงหนัง พิพิธภัณฑ์ และสถานที่สาธารณะต่างๆ ด้วย เมื่อถูกจับ นักศึกษาเหล่านี้ก็ไม่ยอมประกัน ต้องการติดคุกเพื่อให้เป็นข่าวและสร้างภาระแก่ผู้ดูแลคุกในเรื่องพื้นที่และอาหาร
ตัวอย่างของ "อารยะขัดขืน" ข้างต้น ล้วนเกี่ยวพันการปฏิเสธที่จะกระทำตามกฎหมายที่คิดว่าไม่ถูกต้องหรือขาดจริยธรรม หรือเรียกร้อง หรือบังคับรัฐบาล หรือผู้มีอำนาจ ให้กระทำบางอย่างด้วยสันติวิธี
กฎหมายที่ออกโดยตัวแทนของประชาชนนั้น บางครั้งก็อาจขัดแย้งกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นระบบการเมืองที่ทุพพลภาพออกกฎหมายโดยไม่ฟังเสียงของประชาชน ตามแนวคิดของ "อารยะขัดขืน" ประชาชนมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นโดยสันติวิธี แต่ต้องหลีกเลี่ยงการบีบบังคับขู่เข็ญด้วยกำลังเพื่อให้รัฐกระทำตามความต้องการของตน
การต่อต้านคำสั่งหรือกฎหมายที่คิดว่าไม่เป็นธรรมนี้ มีเป้าหมายอยู่ที่การสื่อสารให้สังคมรับทราบปัญหาความเดือดร้อน และความอยุติธรรม โดยผู้ต่อต้านยินยอมรับการลงโทษอันอาจเกิดขึ้นตามกฎหมาย ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่เป็นผลดีต่อผู้มีอำนาจอย่างกว้างไกล
"อารยะขัดขืน" เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก และใช้กันอย่างกว้างขวางในแอฟริการใต้เพื่อต่อสู้การแบ่งแยกผิว และถูกใช้ในสแกนดิเนเวียในการต่อต้านการยึดครองของนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง
"ยายไฮ" แชมเปี้ยนของผม(ผู้เขียนต้นฉบับ) ผู้ต่อสู้เพื่อความถูกต้องเมื่อที่นาถูกเวนคืนไปอย่างอยุติธรรม การขึ้นไปนั่งนอนอยู่บนยอดไม้หลายครั้งหลายหนเป็นเวลายาวนานเพื่อประท้วง ถือเป็น "อารยะขัดขืน" ขนานแท้ ... ในบางช่วงเวลาอาจถูกจับในข้อหาก่อความไม่สงบเรียบร้อย ...
และ รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ไชยพร รายล่าสุด
คัดลอกข้อความบางส่วน จากคอลัมน์อาหารสมอง โดยวีรกร ตรีเศศ ในมติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 14-20 เมษายน 2549 / ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต
Poakpong's Blog | Add New Comments
ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ณ วันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่ทักษิณจะประกาศผ่านทีวีพูลว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกฯ ทั้งๆ ที่ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการก็ยังไม่ออก กกต.ยังไม่ได้รับรองอะไรทั้งสิ้น... (ภาพด้านล่างดึงมาจากหนังสือพิมพ์ The Nation ฉบับวันที่ 4 เม.ย. 2549) บ่งบอกถึงอะไรหลายๆ อย่าง การใช้สิทธิ Vote for NO VOTE เกิดขึ้นแบบไม่เป็นปกติ ในส่วนของเขตเมืองและภาคใต้ สังเกตพื้นที่สีแดง
มีหลายท่าน/หลายสื่อให้ข้อสังเกตเอาไว้หลายอย่าง ดังนี้
- ไม่อาย-ไม่ออก! เกาะรากหญ้ากลบกระแสแพ้ในกทม.
- โนโหวต-บัตรเสีย ฝันร้ายเขย่าบัลลังก์ทักษิณ
- เทพเทือกชี้คะแนนโนโหวตท่วมท้น สะท้อนชาวบ้านไม่พอใจระบอบทักษิณ
- กวีล้านนาฉะ ทักษิณหน้าด้าน โนโหวตพุ่งขาดจริยธรรมแล้ว
- ความแปลกประหลาด 10 ประการ ของการเลือกตั้ง 2 เมษายน
อ่านบทวิเคราะห์ไปก็เท่านั้นลองพิจารณากันเอาเองดีกว่าว่าภาพดังกล่าวนี้บ่งบอกถึงสถานการณ์ปกติหรือไม่? คุณคิดเอาเอง!
ภาพจาก นสพ. The Nation ฉบับวันที่ 4 เม.ย. 2549
ทำไมต้องมีหน้าที่เลือกตั้ง
รัฐธรรมนูญกำหนดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่มีสัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาน้อยกว่า 5 ปี มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง ถ้าไม่ไปต้องแจ้งเหตุว่าไม่ไปเพราะเหตุใด
ถ้าไม่แจ้งเหตุที่สมควรก็เสียสิทธิทางการเมืองตรงนี้น่าคิด เรียกว่าเป็นการสร้างระเบียบวินัยฝึกจิตสำนึกให้เราต้องรับผิดชอบต่อการเลือกคนไปออกกฎหมาย ซึ่งจะมาใช้ บังคับกับเราทุกคน... นั่นคือเรามีหน้าที่เลือก ส.ส ไปทำงานเหล่านี้แทนเรา "ส่วนการเลือกใคร เลือกพรรคใด หรือไม่เลือกใครเลยนั้นเป็นสิทธิของเรา"
บัตรเลือกตั้งมีกี่แบบ
บัตรเลือกตั้ง 2 แบบ คือ แบบ "แบ่งเขต" และแบบ "บัญชีรายชื่อ" บัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบมีสีต่างกัน มีที่สำหรับพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาอยู่ที่มุมบนด้านขวาของต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้รับบัตรเลือกตั้งแล้ว
ถ้ามีการร้องเรียนว่าที่หน่วยเลือกตั้งนั้นมีการทุจริตเลือกตั้ง ก็สามารถนำต้นขั้วดังกล่าว มาเป็นหลักฐานสำคัญในหารตรวจสอบได้ ผู้ใดไม่มีนิ้วหัวแม่มือขวา ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้าย ถ้าไม่มีให้ใช้นิ้วใดนิ้วหนึ่ง ถ้าไม่มีนิ้วเลยให้พิมพ์ลายฝ่ามือ ถ้าไม่มีมือให้ยกเว้น ทั้งนี้ให้บันทึกหมายเหตุไว้
บัตรดี - บัตรเสียเป็นอย่างไร
บัตรดี คือ บัตรที่ผู้เลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) ในช่องทำเครื่องหมายเพียงหมายเลขเดียวโดยถือจุดตัดของกากบาทเป็นสำคัญ และนำมานับเป็นคะแนนได้ หรือกากบาทในช่องไม่ลงคะแนน (เป็นการแสดงว่าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่จะไม่นำมานับเป็นคะแนน)
บัตรเสีย คือ
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.