Jump to: navigation, Search
Poakpong.com ปกป้อง ดอมคอม Life is random

We are BRAVO

ผมไปเชียร์ฟุตบอล (ทีมกรุงเทพฯ) ที่สนามบางมดมาครับ ^^

Bangkok Bravo Football Club

Poakpong's Blog | Add New Comments | Read more: อ่านทั้งหมด »

ฟุตบอลโลกฟีเวอร์(มั้ง)!!!

ช่วงนี้ก็ผ่านรอบแรกไปแล้วสำหรับ FIFA World Cup Germany 2006 ไปแล้ว 48 แมทช์ 32 ทีม คัดให้เหลือเพียง 16 ทีม(ของจริง) เข้าไปฟาดแข้งกันรอบน็อคเอาท์ต่อไป

จากวันนี้ (24 มิ.ย.) ก็เหลืออีกเพียง 16 แมทช์ก็จะรู้แล้วว่าใครจะเป็นทีมที่ครอบครองถ้วย World Cup ไปในปีนี้

16 ทีมที่ผ่านรอบแรก มีดังนี้:
- เยอรมัน (เจ้าภาพก็เข้ารอบนะ ^^)
- สวีเดน
- อาร์เจนตินา
- เม็กซิโก
- อิตาลี
- ออสเตรเลีย
- สวิสเซอร์แลนด์
- ยูเครน
- อังกฤษ
- เอกวาดอร์
- โปรตุเกส
- ฮอนแลนด์
- บราซิล
- กาน่า
- สเปน
- ฝรั่งเศส

สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้จากฟรีทีวีในบ้านเราที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกับไป (บางทีก็ถ่ายหลางช่องพร้อมกัน)

หรือจะติดตามผ่านเว็บไซต์ก็ได้ มีเว็บแนะนำ 2 เว็บ ที่ให้ความรู้สึกดีกว่าแค่ดูตัวเลขเวลากับ สกอร์ล่าสุด

- FIFA World Cup (www.fifaworldcup.com) อันนี้เป็น official เว็บไซต์เลย มีข้อมูลเยอะ WebCast เค้าก็ดีมีภาพบรรยากาศในสนามมาให้ดูด้วย แถมยังสามารถ chat กับคนที่เปิดเว็บดูพร้อมกับเราได้อีก



- ESPN Soccernet (www.soccernet.com) อันนี้เป็นเว็บเกี่ยวกับฟุตบอลโดยเฉพาะ ถ้าในฤดูกาลปกติจะเน้นไปทางบอลยุโรป แต่ในบรรยากาศบอลโลกก็ไม่พลาด GameCast ของ Soccernet สนุกตรงที่มี การแสดงตำแหน่งในสนามให้เราได้ลุ้น



ทั้งสองเว็บมีข้อดีคนละอย่าง FIFA World Cup มีภาพจริงให้ดู ทำเป็น mini-window ได้ด้วย ESPN Soccernet ได้รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวในสนามมากกว่า

ชอบอันไหนก็คลิกเปิดดูนะครับ แต่ยังไงๆ ก็สู้ดูถ่ายทอดสดไม่ได้ - [แต่ถ้าบิ๊กจ๊ะบรรยายก็ไม่แน่] -_-!!

Poakpong's Blog | Add New Comments

รู้ไว้ใช่ว่ากับฟุตบอลโลก 2006

สำหรับชุดทีมชาติส่วนใหญ่ สีที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จะมาจากสีจากธงชาติเป็นหลัก หรือถ้าจะมีแตกต่างก็อาจจะเป็นสีของสมาคมกีฬา อย่างอิตาลี ก็จะใช้สีน้ำเงินเป็นสีตัวแทนสีของสมาคม รวมถึงเป็นสีธงประจำตัวของนายกรัฐมนตรีอีกด้วย ดังนั้น ทีมชาติอิตาลีจึงเป็นขุนพลอัซซูรี่ ซึ่งแปลว่า สีน้ำเงิน นั่นเอง

ส่วนสีส้มของฮอลแลนด์ มีที่มาจากสีประจำของราชวงศ์ Oranje Nassau ซึ่ง Oranje ในภาษาดัตช์แปลว่า สีส้ม นั่นเอง ซึ่งราชวงศ์ Oranje ได้ปกครองประเทศเนเธอร์แลนด์มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 จึงเป็นที่มาของสมญานามที่ใช้เรียกทีมชาติเนเธอร์แลนด์ว่า อัศวินสีส้มนั่นเอง นอกจากนี้ รูปสิงโตบนหน้าอกเสื้อของทีมฮอลแลนด์ก็ยังถอดแบบมาจากตราประจำราชวงศ์อีกเช่นกัน

ซึ่งในความจริงแล้วสีธงชาติฮอลแลนด์ ที่เราเห็นในปัจจุบัน ที่มีสีแดง ขาว และน้ำเงินนั้น แต่ก่อนแถบสีธงชาติจะเป็นสีส้ม ขาว และน้ำเงิน ต่อมาในปี 1937 ทางการเนเธอร์แลนด์ได้เปลี่ยนเป็นสีแดง โดยให้เหตุผลว่า ถ้าธงชาติต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน จะทำให้ซีดจางได้

ดังนั้น ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลรายการสำคัญๆ โดยเฉพาะฟุตบอลโลก ในเนเธอร์แลนด์จึงเต็มไปด้วยสีส้ม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หมวก ธง ตุ๊กตา อุปกรณ์การเชียร์ รวมถึงนม ขนม น้ำแร่ และพวกหีบห่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงเน้นสีส้มในการออกแบบเป็นหลัก













----------------

เนื้อหาจากคอลัมน์ Inside Sport นิตยสาร Flash Mag ฉบับที่ 88 วันที่ 12-18 มิ.ย. 2549 / ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

Poakpong's Blog | 1 Comment

ผลการแบ่งกลุ่ม world cup final 2006

ก็คงได้ทราบกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ผลการจับสลากแบ่งสายสำหรับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ในกลางปี 2006 ที่จะถึงนี้ โดยทางเจ้าภาพได้ทำการจัดการจับสลากกันขึ้นในคืนที่ผ่านมา (เริ่มงานประมาณ 2.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย แต่กว่าจะเริ่มจับกันจริงๆ ก็ปาไปเกือบตี 3 - รอดูจนหลับ สุดท้ายมาดูข่าวเอา) จากงานถ่ายทอดสดไปทั่วโลกในครั้งนี้ มีอยู่อย่างนึงที่เป็นจุดเด่นอยู่บนเวทีเมื่อคืน นั่นคือ พิธีกรสาวสวยในชุดสีฟ้า สวยงามดูเหมือนพระจันทร์ที่มาดวงดาว (เหล่านักเตะ และผู้บริหาร องค์กรต่างๆ ที่เดินเพ่นพ่านกันให้ทั่วเวลา ตามลำดับเวลา)

รายชื่อชื่อทีมต่างๆ ในฟุตบอลโลก 2006 - ชื่นชอบทีมไหนก็ตามเชียร์กันเอาเองนะครับ :p



ทิ้งท้ายด้วยชุดภาพของ Heidi Klum สาวงามที่สวยที่สุดบนเวทีเมื่อคืนนี้ :)






...




ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก www.fifaworldcup.com

Poakpong's Blog | Add New Comments

ฟุตบอลโลก เยอรมนี 2006

เริ่มเข้าใกล้กระแสฟุตบอลโลก เยอรมนี 2006 เข้าไปทุกขณะ ถึงแม้จะมีการจัดจัดการแข่งขันรอบสุดท้ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มิถุนายน - 9 กรกฎาคม ปีหน้าก็เถอะ แต่เราก็เกือบจะได้ทีมที่จะไปโม่แข้งกันเกินครึ่งแล้ว



สรุป 24 ทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006 รอบสุดท้าย...

จากโควตาทั้งหมด 32 ทีม หลังผ่านพ้นการแข่งขันรอบคัดเลือกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ได้ 24 ทีม เข้าไปโม่แข้งรอบสุดท้ายที่เยอรมัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แบ่งออกเป็นแต่ละโซนดังนี้

โซนยุโรป (8 ทีม) : เยอรมัน (เจ้าภาพ), ยูเครน, เนเธอร์แลนด์, อังกฤษ, โปแลนด์, อิตาลี, โปรตุเกส, โครเอเชีย
(หมายเหตุ : เหลือโควตาอีก 6 ทีม ซึ่งก็รวมไปถึงทีมที่จะมาเพลย์ออฟกัน 3 คู่ ด้วยกัน)

โซนแอฟริกา (5 ทีม) : อังโกลา, ไอวอรี่ โคสต์, กานา, โตโก, ตูนิเซีย

โซนอเมริกาใต้ (4 ทีม) : อาร์เจนติน่า, บราซิล (แชมป์เก่า), เอกวาดอร์, ปารากวัย
(หมายเหตุ : ทีมอันดับ 5 จะต้องไปเพลย์ออฟกับ ออสเตรเลีย แชมป์โซนโอเชียเนีย)

โซนเอเชีย (4 ทีม) : ญี่ปุ่น, อิหร่าน, เกาหลีใต้, ซาอุดิอาระเบีย
(หมายเหตุ : เหลือโควตาอีก 1 ทีม โดยผู้ชนะเพลย์ออฟระหว่าง อุซเบกิซสถาน กับ บาห์เรน จะต้องไปเพลย์ออฟอีกครั้งกับทีมอันดับ 4 จากโซนคอนคาเคฟ)

โซนคอนคาเคฟ (3 ทีม) : เม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา, คอสตาริกา
(หมายเหตุ : ทีมอันดับ 4 จะต้องไปเพลย์ออฟกับตัวแทนจากโซนเอเชีย)

...

ตารางการแข่งขัน (ล่วงหน้า) ที่ยังไม่ได้ระบุว่าใครพบกับใคร สามารถดาวน์โหลดได้แล้วเช่นกัน คลิกที่นี่ (.pdf)

...

ตํานานโทรฟี่ฟุตบอลโลก

ความเป็นมาของถ้วยฟุตบอลโลกที่นับเป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะทีมต่างๆ ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ฝีมือและศักดิ์ศรีของประเทศนั้นมีด้วยกันสองรุ่น โดยรุ่นล่าสุดนี้เป็นถ้วยรางวัลที่มีน้ําหนักถึง 4,970 กรัม ทําด้วยทองแท้ 18 กะรัต สูง 36 เซนติเมตร เรียกว่า
ถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ (FIFA World Cup Trophy) ออกแบบโดยประติมากรรมชาวอิตาเลียน ซิลวิโอ กาซซานิก้า ในปีค.ศ.1971 โดยเส้นของรูปปั้นบิดขึ้นมาจากฐานเป็นรูปนักกีฬาสองคนยืนหันหลังยกโลก ดูมีพลังเคลื่อนไหวในตัวเพื่อเป็นจังหวะแห่งการ
ฉลองชัยชนะ



ถ้วยเวิลด์คัพใบนี้เริ่มใช้ครั้งแรกในการแข่งขันปีค.ศ.1974 ที่ประเทศเยอรมนีเป็นเจ้าภาพ และเยอรมนีก็คว้าถ้วยใบนี้สําเร็จครอบครองไว้นาน 4 ปี จากนั้นจึงลงไปอยู่อเมริกาใต้ แล้วกลับขึ้นมายุโรป สลับกัน 2 ทวีป อย่างนี้ในทุก 4 ปี เพราะประเทศที่ได้แชมป์จากเยอรมนีก็คือ อาร์เจนตินา (1978) อิตาลี (1982) เยอรมนี (1990) แล้วก็ล่าสุดคือบราซิล (1994)

แต่ถ้วยฟีฟ่าไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฟีฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ถือว่าถ้วยนี้จะต้องอยู่ถาวรกับฟีฟ่า ผู้ชนะจะได้รับถ้วยจําลองที่ทําจากทองผสม ส่วนที่ฐานซึ่งมีแหวนคาดสองเส้น มีพื้นที่ไว้สลักชื่อผู้ชนะ 17 ช่อง ซึ่งเมื่อถึงปีค.ศ.2038 ชื่อก็จะเต็มช่องเหล่านี้ จากนั้นจะทําอย่างไรต่อไป ฟีฟ่าก็คงต้องปรึกษากัน



สําหรับถ้วยเดิมชื่อถ้วยจูลส์ ริเมต์ ซึ่งเป็นชื่อของประธานฟีฟ่าชาวฝรั่งเศสที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกสําเร็จในปีค.ศ.1930 ถ้วยแรกทําจากเงินและทองหนัก 3.8 กิโลกรัม สูง 38 เซนติเมตร ฐานทําด้วยหินล้ําค่าสีฟ้า หรือไพฑูรย์ (Lapislazule) เป็นรูปเทพธิดาแห่งชัยชนะ (Goddess of Victory) ตรงเหลี่ยม 4 ด้านของฐาน สลักชื่อประเทศที่ได้แชมป์ที่ 9 ราย ชื่อนับตั้งแต่ปี 1930-1970

ถ้วยจูลส์ ริเมต์ หายไปถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกในปีค.ศ.1966 ช่วงที่อังกฤษได้แชมป์ มีคนมาพบว่าถูกฝังอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง โดยฝีมือการดมหาของเจ้าสุนัขตัวเล็กชื่อพิกเกิ้ลส์ แต่ถ้วยมาหายจริงๆในปีค.ศ.1983 ช่วงบราซิลได้สิทธิ์ครอบครองถ้วยนี้อย่างถาวร หลังจากคว้าแชมป์ 3 สมัยได้สําเร็จ โดยขโมยมือดีฉกจากที่เก็บในนครริโอเดอจาเนโร

ข้อมูลจาก ตํานานโทรฟี่ฟุตบอลโลก จากจูลส์ ริเมต์ ถึงฟีฟ่า เวิลด์คัพ

...

ความตื่นตัวเรื่องบอลโลก

ด้านเจ้าภาพ/ผู้จัด ตอนนี้ได้มีการจัดทำ FIFA World Cup Germany 2006 Official Website, Official Partner by Yahoo! สามารถเข้าไปดูความเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการได้ที่ www.fifaworldcup.com มีให้เลือกอ่านตามความถนัดถึง 4 ภาษาหลัก ในนั้นจะมีข่าวสาร/ ล่าสุด/ บทความวิเคราะห์ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน/ ภาพ/ วิดีโอ/ น่าสนใจอีกเพียบ ว่างๆ ก็ลองเข้าไปชมกันนะครับ

ส่วนด้านสื่อของไทยก็เริ่มต้นกับกระแสฟุตบอลโลกแล้ว เช่นผู้จัดการ ก็เริ่มจัดกิจกรรมเล่นเกมชิงตั๋วเข้าชม และอื่นๆ เข้าไปอ่านข้อมูลได้ที่ www.manager.co.th/worldcup/

...

คราวหน้าจะเอาเรื่องตัวนำโชว์ (Mascot) เอามาให้อ่านกันเล่นๆ :D

Poakpong's Blog | 1 Comment

To support Thai language in iPod.

Inside Poakpong.com
มีอะไรใน ปกป้อง ดอทคอม

Subscribe RSS Feed

Recent All Posts

Poakpong's Playground

Copyright Notice

POAKPONG.com,
Update to 2008.

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.

Our Network:

Create in Mac OS X

Search in Poakpong
ค้นหาใน ปกป้อง ดอทคอม



Advertising

เปิดเนต เปิดใจ
ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
(ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์)

Web Links

SEO Stats powered by MyPagerank.Net