อีริค ชมิดต์ (Eric Schmidt)
ซีอีโอกูเกิลคนดังข้ามห้วยไปอยู่กับค่ายแอปเปิล คอมพิวเตอร์แล้ว
โดยจะเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารหลักของบริษัทร่วมกับสตีฟ จ็อบส์ คนดังแห่งวงการไอที
ซึ่งหลายฝ่ายยังมองว่าการย้ายค่ายครั้งนี้ของซีอีโอเสิร์ชเอนจินชื่อดังน่าจะส่งผลดีต่อสายสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทมากกว่าผลเสีย
"แอปเปิลเป็นหนึ่งในบริษัทระดับโลกที่ผมสนใจจะร่วมงานด้วยมากที่สุด
การได้ร่วมงานกับสตีฟ จ็อบส์ และบอร์ดคณะผู้บริหารของแอปเปิลเพื่อร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ
เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก" ชมิดต์กล่าวหลังได้รับตำแหน่ง
การย้ายบ้านครั้งนี้ของอีริค
ชมิดต์มีผลให้เขากลายเป็นบอร์ดผู้บริหารของแอปเปิลคนที่ 8 โดยในจำนวนบอร์ดทั้งหมดของแอปเปิลนี้ มีนายอัล
กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วย
ด้านสตีฟ จ็อบส์
ซีอีโอของแอปเปิลก็หยอดคำหวานผ่านสื่อว่า จากผลงานอันโดดเด่นที่เขาสร้างไว้ที่กูเกิล
เราทุกคนที่แอปเปิลต่างเฝ้ารอที่จะได้ร่วมงานกับอีริคอย่างไม่ต้องสงสัย
อีกทั้งกูเกิลและแอปเปิลต่างก็ให้ความสำคัญที่การพัฒนานวัตกรรมเพื่ออนาคตเช่นเดียวกัน
จึงเชื่อว่าประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของอีริคจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันแอปเปิลให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างแน่นอน
อีริคเข้าร่วมงานกับกูเกิลเมื่อเดือนมีนาคม
2001 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซีอีโอของกูเกิลในเดือนสิงหาคม 2001
สำหรับประวัติการทำงานของชมิดต์ก่อนหน้าร่วมงานกับกูเกิล เขาเคยดำรงตำแหน่งซีอีโอของโนเวลล์ (1997-2001)
และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีของซัน ไมโครซิสเต็มส์มาก่อนด้วย โดยดูแลในส่วนของภาษาจาวา
(Java) ซึ่งในระยะเริ่มแรกของการทำงาน เขาเคยเป็นนักวิจัยอยู่ที่บริษัท
ซีร็อกส์มาก่อนด้วย
นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับให้อีริคเป็นบุคคลที่รวยที่สุดอันดับที่ 129
ของโลก โดยมีทรัพย์สินประมาณ 4.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ที่สำคัญเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับตำแหน่งมหาเศรษฐีนี้จากมูลค่าหุ้นที่เขาได้รับจากการเป็นพนักงานภายในองค์กรเสียด้วย
(บุคคลแรกที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าวคือ สตีฟ บอลเมอร์ ซีอีโอจากไมโครซอฟท์)
และวันนี้
เขากำลังจะก้าวไปสร้างสรรค์นวัตกรรมครั้งใหม่ให้กับแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์แล้ว
ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ
© ปกป้อง POAKPONG.com ผลงานเขียนในเว็บบล็อกนี้ ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย
เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา และวัฒนธรรมที่ดีงาม ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน