Translate this blog to...

Chinese (Simplified) Dutch English French German Japanese Korean Spanish Swedish

หนังตัวอย่าง กับความรับผิดชอบทางสังคม


กลายเป็นประเด็นให้ฉุกคิดได้พอสมควรทีเดียวสำหรับกรณีของตัวอย่างหนังไทยเรื่อง "รับน้องสยองขวัญ" จากค่ายสหมงคลฟิล์มฯ ที่ถูกวิพากษ์อย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้

สาเหตุที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็เพราะภาพที่ออกมานั้นค่อนข้างจะ รุนแรง เหวะหวะ ที่สำคัญคือตัวอย่างหนังเรื่องรับน้องฯ ที่ว่านี้กลับถูกฉายในรอบหนังเรื่อง Corpse Bride (ฝรั่งจัดให้เป็นหนังในเรต PG)ที่มีเด็กจำนวนไม่น้อยเข้าไปร่วมชมอยู่ด้วย

ว่าไปแล้วตัวอย่างหนังไทยที่สื่อถึงเนื้อหาที่รุนแรงหรือค่อนข้างจะห วือหวาแต่ถูกนำไปฉายในช่วงเวลาหรือรอบหนังไม่ควรฉายนั้นได้เกิดขึ้นและมีมาน าน เพียงแต่หลายคนอาจจะไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่และไม่มีการพูดถึงกันอย่างจร ิงๆ จังๆ ที่สำคัญปัญหาที่ว่ามันได้ผูกติดอยู่กับเรื่องใหญ่ที่มีการพูดกันมานมนานอย่ างการจัด "เรตหนัง" ที่วันนี้ก็ยังลูกผีลูกคนไม่รู้จะเดินไปในทิศทางใด

นอกจากเรื่อง "รับน้องสยองขวัญ" แล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่ดูจะโดนหนักไม่แพ้กันก็คือตัวอย่างหนังเรื่อง "ลองของ" จากค่ายไฟว์สตาร์ ที่แต่ละภาพหลายคนมองว่าชวนแหวะเอามากๆ

กับปัญหาของการฉายหนังตัวอย่างที่ผิดที่ ผิดเวลา ที่จะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นด่านแรกคงจะหนีไม่พ้นทางโรงหนังเอง อย่างไรก็ตามเมื่อสอบถามไปยังแหล่งข่าวคนหนึ่งของ บ.เมเจอร์ฯ ได้รับการยืนยันว่าในส่วนของทางโรงฯ เองค่อนข้างจะเอาใจใส่กับเรื่องนี้อยู่โดยจะพยายามไม่จัดเอาหนังตัวอย่างที่ มีความรุนแรงหรือฉากโป๊เปลือยรวมทั้งหนังติดเรตไปฉายในรอบที่เป็นหนังเด็กอย ่างเด็ดขาด ขณะที่ทาง "ก้องเกียรติ โขมสิริ" ในฐานะของคนเขียนบทและดูแลการผลิตหนังเรื่อง "ลองของ" ได้บอกถึงกระแสในด้านลบที่มีต่อความรุนแรงของหนังเรื่องนี้ว่า โดยส่วนตัวแล้วตนเองไม่เห็นด้วยที่จะไปตัดสินว่าอันไหนแรง อันไหนโหดและเหมาะสมไม่เหมาะสม เนื่องจากตรงนี้เป็นเรื่องของรสนิยมมากกว่า

"ลองของ"

"มันเหมือนคุณเอารสนิยมมาเปรียบเทียบกัน ถ้าคุณเอาคนไม่ชอบฟังเพลงคลาสสิกมานั่งฟังเพลงคลาสสิกเขาก็จะบอกว่ามันอืดเก ินไปหรือเปล่า ทำไมไม่เห็นป็อปเลย คุณก็ไปหาเพลงป็อปฟังซิ รสนิยมมันต่างกันจะมาบอกว่าอันนี้น้อยไป อันนั้นมากไปไม่ได้หรอก เพราะถ้าในกรณีคนที่ชอบเขาอาจคิดว่ามันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ"

"ผมทำหนังน่ากลัวไม่ได้ทำหนังรักมันก็ต้องน่ากลัวซิ ถามว่ามันรุนแรงเกินไปผมรู้สึกว่าคนไทยต้องเข้าใจยอมรับความจริงซะทีว่า ไอ้ภาพพวกนี้ไม่ใช่คนเพิ่งมาเคยเห็นในหนังของผมหรอก หนังอย่างนี้มันมีมาตั้งเยอะแล้ว โดยเจตนาคือมันเป็นหนังสยองขวัญ ขึ้นชื่อว่าหนังสยองขวัญมันจะน่ารักหรือว่าคิกขุมันก็แล้วแต่คนทำ ถ้าเป็นภาษาหนังผมว่ามันต้องดุ ต้องแรง"

ตัวอย่างหนังมีแต่ภาพหวาดเสียวและรุนแรงจนบางครั้งดูเหมือนเป็นการยัดเยียดเกินไปจนลืมมองถึงความเหมาะสมไปหรือเปล่า?

"นั่นยังน้อย มันยังไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เลย ในหนังผมมีเยอะกว่านั้นอีกผมถึงบอกว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยม อย่างเช่นว่าผมเล่นเพลงร็อก แล้วคุณบอกว่าทำไมมันต้องเบสหนักขนาดนั้น ทำไมกลองตีหนักขนาดนั้น มันเป็นเรื่องไม่ถูก มันคือภาษา วันหนึ่งถ้าเกิดผมทำหนังรักภาษามันก็ต่างไป"

มีข้อจำกัดในการฉายตัวอย่างหนังมั้ย?

"ทำหนังสยองขวัญแต่ห้ามโฆษณาว่าเป็นหนังสยองขวัญแม้ว่ามันจะเป็นอย่างนั้นก็ ตาม ฟังดูมันแปลกๆ นะ คือคนต้องมีวิจารณญาณ คือคุณเข้าไปดูมหรสพมันก็คือมหรสพ มันคือภาพยนตร์ ถ้ามันเหมือนจริงจนไปจิ้มเอาความรู้สึกของคนขึ้นมาได้ ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่การสื่อสารทางอารมณ์คราวนี้มันจะรุนแรงเกินไปหรื อไม่ ผมว่าต้องดูที่เจตนาของตัวหนัง เรื่องภาพนี่มันเป็นธรรมดา ตัวอย่างหนังมันมีอยู่แค่ 1 นาทีมันจะเป็นอารมณ์รวมของหนังเรื่องนี้ มันพูดยาก"

แสดงความคิดเห็นหนังไทยไม่จำเป็นต้องมีข้อความเตือนเหมือนหนังฝรั่งเนื่องจากคนไทยมีวิจารณญาณในการดูอยู่แล้ว

"มันเป็นใครไอ้สมาคมอเมริกานี่ ยอมให้เขามาบอกคุณว่าดูหนังเรื่องนี้ได้นะ ดูหนังเรื่องนี้ไม่ได้นะ เราจะไปดูหนังไทยต้องรอให้ไอ้กันมาบอกหรือว่าควรดูหรือเปล่า มันไม่ใช่เรื่อง คือถ้าเอาตามกันอย่างนั้นหนังเรื่องลองของก็มีขึ้น ตอนนี้ก็จะมีเวอร์ชั่นโปสเตอร์ตัวแดงว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความรุนแรง ผู้ปกครองควรใช้วิจารณญานและควรแนะนำเด็ก มันเหมือนมีแค่นี้ มันก็สบายใจกันแล้ว ไม่ทำลายโลกแล้ว"

"ผมไม่เห็นด้วยกับการโกหกกับโลกที่มันไม่จริง มันเหมือนวิธีการเดียวกับการเอาปืนจ่อหัวพยายามจะทำภาพเบลอ คุณว่าเด็กมันคิดว่านั่นเอาข้าวโพดหรือเอามันบดจ่อหัวกันอยู่เหรอ ไม่รู้เหรอว่าเด็กมันคิดจริงๆ ว่านั่นคือปืน อย่าโกหก คือจะบอกว่าผมมีความคิดต่อโลกอีกแบบหนึ่ง ควรเข้าใจความจริงแล้วยอมรับว่ามันคืออะไรมันเหมือนการโกหกอยู่เสมอ ว่าเด็กทุกวันนี้ต้องเป็นเด็กดี เป็นเรื่องมายาที่เราพยายามจะบอกว่าเป็นสังคมแบบที่ดีนะ มันเหมือนหลอกกันเอง"

บ่นอุบ คนไทยมีค่านิยมเห่อของนอก แต่กลับยี้หนังไทย

"คือเราไม่เคยต้องการให้มาสนับสนุนอยู่แล้วนะ นึกออกมั้ยเราพูดมาเสมอว่าเราเกลียดคำพูดว่าอนุรักษ์หนังไทย อย่ามาพูดให้ได้ยิน หนังถ้ามันเลวก็ต้องตายไปตามกรรม คือหนังไม่ดีก็ไม่ต้องดู ไม่ต้องอนุรักษ์ แต่ถ้าหนังดีก็ไปดู เพียงแต่คนไทยไม่แฟร์ บางทีไอ้ค่านิยมบ้าฝรั่งยังคงฝังอยู่ในหัว ยอมได้ พอเป็นคนไทยเหตุผลเดียวกันฝรั่งโหดได้ คนไทยห้ามโหด เราไม่เข้าใจ"

"ลองของ"

ด้าน "ปรัชญา ปิ่นแก้ว" ในฐานะนายกสมาคมผู้กำกับบอกว่าจริงๆ แล้วเรื่องของหนังตัวอย่างนี้ก็เป็นปัญหาอยู่เช่นกัน เพียงแต่ว่าคงจะเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขเพราะขนาดปัญหาที่เป็นภาพใหญ่กว่าอย ่างการจัดเรตหนังเองถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน

“ตอนนี้เรตหน้าหนังยังไม่มีนะ ขนาดหนังทั้งเรื่องยังไม่มีเลย หน้าหนังคงยังไม่ได้มีใครเข้ามาดูตรงนี้ มันคือเรื่องเดียวกันเลย ไม่แน่ใจว่าหน่วยงานที่ดูคือใคร รู้สึกว่าจะเป็นกองเซ็นเซอร์ ทางตำรวจนั่นแหละ ที่เค้าดูอยู่ตอนนี้ แต่ว่าจะโอนไปให้กระทรวงวัฒนธรรมดูปีหน้า ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร”

มีการพูดกันมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่มีใครเอาจริงเอาจังสักที

"ถ้ามีมันก็ดีอยู่แล้วเพราะมันจะชัดเจนว่า เรื่องไหนควรดู ใครดูได้ ใครดูไม่ได้ พอมีแล้วจะรู้ว่าระเบียบมันเป็นยังไง จะถูกจัดฉายเมื่อไหร่ ทุกวันนี้มันไม่มีการจัดเรต ทางโรงเค้าก็ต้องดูให้เราด้วยว่าช่วงไหนหนังเด็กเข้า เรื่องนี้มันต้องช่วยกัน ไม่งั้นมันก็ออกมามั่วเลย กลายเป็นหนังที่ใคร ก็ดูได้ มันก็อันตรายจริงๆ เราต้องร่วมกันรับผิดชอบทุกฝ่าย”

นายกสมาคมผู้กำกับฯ บอกต่อไปด้วยว่าสำหรับคนทำหนังแล้วอยากให้มีการจัดเรตหนังเป็นที่สุด และเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับสังคมอย่างแน่นอนหากปล่อยให้เรื่องนี้เยิ่นเย้อไปเ รื่อยๆ

“คนทำหนังเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์นะที่เค้าอยากให้จัดเรต เพราะว่าเราก็คงไม่อยากโดนสังคมมองว่าเราไม่รับผิดชอบต่อสังคม ผมเชื่อว่าผู้กำกับส่วนใหญ่คิดแบบนั้นนะ ถ้ายังไม่จัดเรตสุดท้ายแล้วเด็กก็ดูได้ ใครก็ดูได้ ซึ่งความรับผิดชอบตรงนี้เราก็ต้องรับผิดชอบ อยากให้มีการพูดถึงและทำกันจริงๆ เสียทีเหมือนกันปล่อยไว้นานไม่เกิดผลดีกับใคร เพราะเด็กๆ จะได้รับอิทธิพลไปด้วยยิ่งในช่วงหนังเด็กเข้าด้วยยิ่งแล้วใหญ่"

...

เนื้อหาข้างต้นนำมาจากคอลัมน์หนึ่งในเว็็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ .. ผมยังไม่ได้ดูหนังทั้งเรื่อง .. เลยยังไม่มึความเห็นส่วนตัวในตอนนี้ -_-

Comments

แวะมาอ่านค่ะ ยังคงเขียนเรื่องราวอัพเดทอยู่เหมือนเคยนะคะ อิอิ เราสิ วันๆจะตกโลกอยู่แล้ว

Copyright Notice

© ปกป้อง POAKPONG.com ผลงานเขียนในเว็บบล็อกนี้ ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย

Disclaimer

เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา และวัฒนธรรมที่ดีงาม ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน