The Matrix in political point

quote
...ในความเป็นจริง ถ้าเกิดวาดภาพนักการเมืองให้ออกมาเป็นตัวปัญหา สกปรก เลวร้าย เป็นต้นตอของทุกอย่างที่ไม่ดีในประเทศชาติ แล้วถ้าไปมองว่าการฉ้อราชฎร์บังหลวงโดยนักการเมืองเป็นอะไรที่ ให้อภัยไม่ได้ ในที่สุดคนก็จะมองนักการเมืองต่อไป ตัวแทน มอง ส.ส. มองรัฐมนตรี ว่าเป็นคนที่ไม่สมควรที่จะเป็นตัวแทนประชาชน

ถ้าคุณฟังตรงนั้นแล้วคุณคิดว่าจริง ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคือนักการเมืองเลว... คุณอยู่ในเมทริกซ์ เพราะว่าเมทริกซ์ โปรแกรมนี้คือโปรแกรมที่มีหน้าที่ล้างสมองให้คนเชื่อว่านักการเมืองนั้นเลวที่สุด ตามผมดีๆ นะครับ เพราะถ้าคุณเชื่อว่านักการเมืองเลวที่สุด สมมติเวลามีเหตุการณ์ อย่างการยึดอำนาจ บอกว่าโกงกินประเทศ ต้องมีการเปลี่ยน คุณก็จะนั่งอยู่เฉยๆ ไง เพราะคุณเชื่อว่านักการเมืองมันแย่ แล้วถ้าเปรียบเทียบจริงๆ นักการเมืองไทยโกงกินมีมั้ย มี! เยอะ! นักการเมืองประเทศอื่นโกงกินมั้ย มี! เยอะ! พอกัน เหมือนกัน แต่ว่าในที่สุดแล้ว ประเทศอื่นไม่มีเกมที่วางในบริบทที่บูรณาการแต่ละภาคส่วนของสังคม ให้ทำให้นักการเมืองดูเหมือนเป็นเนื้อร้ายของประเทศ

นี่เป็นประเด็นที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจจริงๆว่าเมทริกซ์มันมี ถ้าคุณจะหลุดจากเมทริกซ์ คุณต้องเข้าใจว่านักการเมืองต้องเป็นตัวแทนประชาชน ดีเลวคนละประเด็น...

-----

ข้อความข้างต้นเป็นบางส่วนของรายการ The News Show with คุณปลื้ม สถานีวิทยุ FM105 Wisdom Radio วันอังคารที่ 11 มิ.ย. 2551 ที่พูดถึงมุมมองที่เทียบการเมืองไทยกับภาพยนตร์เรื่อง The Matrix โดยปลื้ม ณัฐกรณ์ เทวกุล

ปล1. ผมเห็นด้วย ว่าเราต้องแยกให้ออกว่า ตัวแทนของประชาชน กับความดีเลวของนักการเมือง
ปล2. วันนี้ (11) เริ่มเห็นป้ายรณรงค์ของปลื้ม ลงสมัครเป็นผู้ว่า กทม. บ้างแล้ว อันนี้(ยัง)ไม่มีความเห็น



Comments

ezy

แล้วทำไมต้องเลือกคนเลวเข้ามาล่ะ? (แยกแล้วนะว่าดีเลวคนละเรื่อง) ผมก็มีสิทธิ์ที่จะไม่เลือกถูกไหมถ้าผมไม่พอใจ (จริงๆ ก็ทำอย่างนี้มา 2 ครั้งแล้วนะ)

poakpong

แล้วคนดีที่เลือกเข้าไป ได้มีโอกาสทำหน้าที่ เป็นตัวแทนของประชาชน แล้วหรือยังครับ :)

ezy

ผมไม่ทราบว่าคนที่ถูกเลือกเข้าไปดีหรือเลว แต่พอคนที่ถูกเลือกเข้าไปจะทำหน้าที่ก็เป็นอย่างข่าวที่เห็น ปิดสภาหนีซะงั้น หรือพอจะขอตรวจสอบ ก็บอกว่าไม่ว่างซะงั้น

คือ จะกลัวอะไรกับการตรวจสอบล่ะ?

poakpong

ถ้ามองถึงสถานการณ์ การอภิปรายในช่วงนี้

ฝ่ายรัฐบาลสามารถยอม(ร่วมมือ)ให้มีการเปิดอภิปรายได้ กม.กำหนดช่องทางเอาไว้ (คือ รัฐบาลโอเคด้วยประมาณนั้น) แต่คิดว่าคงไม่มีใครทำ ทำงานไม่กี่เดือนก็จะให้เปิดอภิปรายตัวเองซะแล้ว

ถัดมา เมื่อฝ่ายรัฐบาลไม่สนับสนุน ก็ถึงคิวฝ่ายค้านที่ต้องยื่นเรื่องให้ประธานสภา กม.กำหนดเอาไว้เช่นกัน (คือ นับจำนวน สส.ที่สนับสนุนญัตตินี้) ถ้ามี สส.ถึงจำนวน รัฐบาลก็ไม่สามารถอ้างโน่นนี้ไม่ได้อยู่แล้วครับ

ต้องมองมันเป็นคิวทางการเมืองครับ :)