อิอิ วันนี้ตั้งหัวข้อ blog เลียนแบบคุณตั้มเมื่อหลายวันก่อนเรื่อง ทดสอบ Virtual Server โดยตั้งเครื่องที่บ้าน ใช้ ADSL 2.5MB ซะงั้น โดยคุณตั้มอธิบายการตั้ง Server จำลองโดยใช้เครื่อง G4 ที่บ้านเป็น WebServer โดยขั้นตอนการติดตั้งแบบคุณตั้มนั้น เข้าไปอ่านกันเองนะครับ
แต่คราวนี้มาลองทำ WebServer อีกแบบนึงบ้างดีกว่า สืบเนื่องจากช่วงนี้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ พูดถึงบริการของเว็บไซต์ no-ip.com ผมก็เลยได้โหลดโปรแกรมมาลองมั่ง พอเล่นไปเล่นมาก็ เออ..มันน่าสนุกแฮะ จริงๆ แล้วบริการของ no-ip.com ก็คือบริการ free domain และ redirect domain name อะไรทำนองนั้น แต่นี่มันเป็นการ redirect มายังเครื่องของเรา โดยทั้งหมดไม่ต้องเสียค่าบริการอะไรเลย (ถ้าไม่คิดมากนะ :p)
เริ่มต้น สิ่งที่ต้องมี: 1) คอมพิวเตอร์ที่ต่ออินเตอร์เนตได้ (ในตัวอย่างนี้ใช้ iMac G4/Mac OS X 10.4.6 ถ้าใครใช้ระบบอื่น อาจต้องพลิกแพลงเอาหน่อยนะครับ) 2) อินเตอร์เนต - ควรจะเป็น ADSL เพราะถ้าเกิดมีคนเข้ามาเปิดดูเยอะๆ อาจทำให้การจราจรติดขัดได้ 3) router ที่สามารถทำการ forward port ได้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการนำเสนอของแต่ละคนแล้ว
กลับมาที่เรื่องการสมัครใช้บริการ no-ip.com เริ่มต้นก็เข้าไปที่ www.no-ip.com เลือกสมัครสมาชิก (Sign-up Now!) 
จากนั้นก็กรอกข้อมูลที่เว็บต้องการ หลังจากใส่ข้อมูลครบถ้วนก็คลิกที่ปุ่ม SIGN UP NOW ด้านล่าง ทางเว็บก็จะให้เรานั้นยืนยันการใช้งานผ่านทางอีเมลที่เราได้กรอบเอาไว้ในตอนแรก
เพียงไม่นานทางเว็บไซต์ก็จะส่งอีเมลมา (อาจจะต้องเช็คใน Junk Mail ด้วย) เราก็ทำการยืนยันการใช้งาน หลังจากนั้น ก็ทำการ Login เข้าใช้งาน ทางเว็บจะให้เราเลือกดาวน์โหลดโปรแกรม No-IP Update Client โดยเราต้องเลือกว่าเราใช้ระบบปฏิบัติการไหน

เข้าไปในส่วน Add a Host (จากเมนูด้านซ้ายมือ Hosts/Redirects - Add) ให้ทำการตั้งชื่อเว็บของเราได้ตามใจชอบ แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง ชื่อแรกจะต้องไม่ซ้ำกับคนที่เลือกไปก่อนแล้ว ส่วน server ที่ใช้มีทั้งแบบธรรมดา และแบบ plus ตอนเลือกก็เช็คให้ดีนะครับ เมื่อเลือกได้แล้วก็ทำการ Create Host
Create Host เสร็จแล้วก็มาทำการเช็คว่า มีชื่อเว็บเราในระบบหรือยัง เข้าไปดูที่ Hosts/Redirects - Manage สังเกตว่าจะมีชื่อโดนเมนที่เราเลือกเอาไว้ พร้อมกับ IP (ตรงนี้ต่อไปจะต้องใช้โปรแกรมที่ดาวน์โหลดมา เพื่อทำการอัพเดทเลข IP) เราจะแก้ไขหรือลบชื่อโดเมนก็ได้ตามสะดวก
เมื่อจัดการข้อมูลในเว็บเสร็จแล้ว ก็กลับมาตั้งค่าต่างๆ ภายในเครื่องบ้างเริ่มจากเปิด Personal Web Sharing ในส่วนของ System Preference - Sharing
ตอนนี้ก็ลองเช็คว่าหลังจากเปิด Web Sharing แล้วใช้การได้หรือไม่ ลองเปิด browser แล้วพิมพ์ http://localhost ใน address bar แล้ว enter ดูว่า เปิดได้หรือไม่ หากเปิดได้เป็นไฟล์แนะนำเว็บไซต์ก็ถือว่าสามารถเรียกใช้งานได้แล้ว
แต่การทดสอบข้างต้นเป็นการลองเปิดด้วยเครื่องเราเอง คนอื่นยังไม่สามารถเข้ามาดูได้ จะต้องการการ forward port เสียก่อน โดยการ forware port นั้นสามารถดูวิธีการของแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นของ router ที่คุณใช้งานอยู่ ในส่วนนี้เช็คได้จาก www.portforward.com
เข้าไปที่หัวข้อ Forwarding ตามหายี่ห้อ และรุ่นของ router ที่เราใช้ จากนั้นก็ทำตามคู่มือเลยครับ
เมื่อดำเนินการเรียบร้อยจะมีรายละเอียดประมาณนี้ โดยแต่ละยี่ห้อจะมีหน้าตาไม่เหมือนกัน -- คำเตือน: การ forward port เป็นการลดระดับการรักษาความปลอดภัยลงมา การทำแบบนี้อาจมีผลต่อเครื่องของคุณได้ ทาง blog นี้ไม่รับประกันความเสียหายหลังจากที่คุณได้ทำตาม ก่อนทำกรุณาใช้วิจารณาญาณ และการตัดสินใจของตัวท่านเอง :p
ขั้นตอนสุดท้ายของการตั้ง server ที่บ้าน ก็ทำการ install โปรแกรมที่ดาวน์โหลดมา หลังจากติดตั้งเรียบร้อย ก็เปิดทำการ โดยโปรแกรมจะถาม password ของเครื่อง จากนั้นก็จะทำการ login โดยให้เรากรอก email และ password ที่เคยได้สมัครไว้กับทางเว็บ no-ip.com
จากนั้นให้เราทำการอัพเดท IP ของชื่อโดเมนเรา โดยไปเลือกที่หมวด Hosts ทำการ Reload Hosts และทำเครื่องหมายหน้า Host ที่ต้องการ หลังจากนั้นก็ไปทำการ Update IP ด้วยการคลิกปุ่ม Update Now โปรแกรมก็จะทำการส่ง IP ใหม่ของเราไปอัพเดทกับฐานข้อมูลในเว็บ no-ip.com

เท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว โดยข้อมูลที่จะถูกแสดงเป็นหน้าเว็บจะถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ /Library/WebServer/Documents นะครับ
อันนี้คือตัวอย่างที่ลอง setup ขึ้นมาครับ: http://macintosh.no-ip.info -- หมายเหตุ: เว็บไซต์ที่ setup ใหม่นี้ จะสามารถเข้าใช้งานได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องคอมที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์นั้นได้ถูกเปิดใช้งานอยู่ด้วย
...
Poakpong's Blog | Add New Comments
หลังจากสี่เดือนที่ผ่านมาต้องพักร้อนอยู่บ้านจนสมองฝ่อ ตอนนี้เริ่มต้นทำงานอย่างเต็มที่อีกครั้ง โดยเริ่มจากวันจันทร์ที่ผ่านมา (จริงๆ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว เค้ามีงานด่วน เลยต้องไปช่วยเค้าทำ) โดยต้องไปประจำทุกวันที่อ๊อฟฟิตชั่วคราวก่อน และเค้าจะขยับขยายสำนักงานอีกครั้งในเร็วๆ นี้ งานก็คงเป็นรูปแบบเดิม ออกแบบสิ่งพิมพ์ทั่วไป ตามลูกค้าสั่ง... ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ :)
.
ก่อนหน้านี้ได้เกริ่นไว้เกี่ยวกับการทำบัตร Debit Online สำหรับไว้ซื้อของจากต่างประเทศผ่านทาง Internet วันนี้จะสรุปให้ฟังว่าเป็นยังไงบ้าง
เริ่มจากเมื่อสัปดาห์ก่อนนึกครึ้ม เช็คโน่นเช็คนี่ ดูอีเมล์ที่เคยได้รับมานานแล้ว (บางอันได้รับมาเกือบปีแต่ไม่ได้ทำอะไร) ก็ไปเจออีเมล์ที่ตอบรับการสมัครเข้าใช้บริการของ Paypal ว่าเรานั้นเป็นสมาชิกแล้ว แต่ยังไม่ได้นำบัตรเครดิตไปผูกกับ User ที่ใช้งาน (ประมาณว่าเป็นสมาชิกแล้ว แต่ใช้การไม่ได้) ก็นึกว่าเอาล่ะสิถ้าเราจะใช้ Paypal ก็ต้องมีบัตรเครดิต ไอ้เรามันคนเถื่อนซะด้วย ธนาคารไหนก็ไม่ยอมทำบัตรเครดิตให้ซะที ก็ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับ Paypal คีย์เวิร์ดในการค้นหาใน Google ก็คือ "สมัคร Paypal", "การใช้งาน Paypal" ฯลฯ หาไปหามาก็เจอวิธีเกี่ยวกับการสมัครบัตรเดบิตออนไลน์ สำหรับใช้ซื้อของจาก Internet ซึ่งเป็นบริการของธนาคารกสิกรไทย (www.kasikornbank.com) โดยสามารถนำบัตรเดบิตนี้ไปผูกกับบัญชีของ Paypal ได้ด้วย ว้าว... มาลองดูกันดีกว่าว่าจะทำได้หรือไม่
ก่อนอื่นการสมัครใช้บัตรเดบิตของธ.กสิกรไทย จะต้องมีบัญชีออมทรัพย์/หรือกระแสรายวันเพื่อเป็นบัญชีที่ผูกกับบัตรนี้เสียก่อน
จากนั้นต้องสมัครใช้บริการ e-internet ของธ.กสิกรไทย เป็นอันดับแรก ในขั้นตอนนี้จะต้องไปดำเนินการด้วยตัวเองที่ธนาคารใกล้บ้าน เอกสารที่ต้องใช้ คือบัตรประชาชนตัวจริง-พร้อมสำเนา และสมุดเงินฝากที่ใช้ กรอกข้อความในใบคำร้องให้เรียบร้อย ส่งให้พนักงานตรวจสอบว่าสมุดธนาคาร-กับผู้ที่ขอสมัครเป็นคนเดียวกันจริง เท่านี้ก็เรียบร้อยทางธนาคารสาขาจะส่งเรื่องไปยังสำนักงานใหญ่เพื่ออนุมัติตามใบคำร้อง ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน จะมีจดหมายมาถึงเรา 2 ฉบับ ในนั้นจะมีรหัส 2 ชุดให้เรานำไปใช้งานต่อไป
เมื่อได้รหัสเรียบร้อยแล้วแสดงว่า ธนาคารอนุมัติให้เราใช้บริการ e-internet ได้ ก็ทำการ login ตามขั้นตอนที่บอกไว้ใน เว็บไซต์ของธนาคารกสิกรไทย (มีภาษาไทยให้อ่านเข้าใจง่ายไม่ยุ่งยาก-แต่อย่าเผลอกดเป็นอังกฤษละกันเดียวงงตาย) เมื่อเราทำการ login เข้าสู่ระบบ e-internet ของธนาคารฯ เรียบร้อยแล้ว ก็ทำการสมัครใช้บริการ e-web card (สมัครใช้บัตรเดบิตออนไลน์-บัตรเสมือนจริง) สำหรับใช้ซื้อของผ่าน Internet โดยจะตัดเงินจากบัญชีที่เราแจ้งวันในตอนต้น ระบบจะทำการออกบัตรให้ในวัน(ทำงาน)ถัดไป
หลังจากรอหมายเลขบัตรเดบิต 16 หลัก จากการร้องขอใช้บริการ e-web card ระบบจะแจ้งว่าบัตรนี้ผูกกับบัญชีใหน และให้เรากำหนดว่าจะใช้วงเงินในการจ่ายสูงสุดเท่าไหร่ (มีให้เลือกถึง 20,000 บาท) เมื่อได้เลย 16 หลักมาเรียบร้อยก็นำไปซื้อของผ่าน Internet ได้เลย - แต่จะต้องจำไว้ว่านี่เป็นบัตรเดบิต คือจะต้องมีเงินอยู่ในบัญชีก่อนถึงจะซื้อของได้
เมื่อเรามีบัตรเดบิตเรียบร้อย ต่อไปก็ทำการเพิ่มบัญชีเข้ากับ Paypal ในเว็บของ Paypal หลังจากที่สมัครโดยเลือกเป็นแบบ Personal Account (มีแบบ Premium ให้เลือกด้วยแต่เราเลือกแค่ Personal พอ) ระบบจะให้เราเพิ่มบัญชี(บัตรเครดิต/เดบิต/หรือบัญชีธนาคารที่เปิดในสหรัฐอเมริกา) เข้าไปในระบบ เราก็นำเลย 16 หลักของบัตรเดบิต (e-web card) ที่ได้ไปทำการกรอก โดยเลือกประเภทบัตรให้เป็น VISA และระบบจะถามถึงเลข 3 หลัก (security code) จากข้อมูลที่หาได้เค้าบอกว่าให้ลองใช้ 000 หรือ 3 ตัวท้ายของเลข 16 หลัก หรือ 3 ตัวท้ายของเลขบัญชีที่ทำเรื่องขอไว้ (หมายถึงธ.กสิกรไทย ไม่ได้ให้เลข 3 หลักมาด้วย โทรไปถาม Call Center 02-888-8888 ก็บอกว่าไม่มีให้บริการ) แต่ของเรานั้นใช้เลข 3 ตัวท้ายของสมุดบัญชี ก็สามารถผ่านขั้นตอนได้ (ได้ลอง 000 กับเลขท้ายเลย 16 หลักแล้วไม่ผ่าน)
เมื่อเพิ่มบัญชีเข้าไปในระบบของ Paypal แล้ว Paypal จะทำการตรวจสอบว่าเลขบัตรเดบิตที่เรากรอกนั้นเป็นของเราจริงหรือไม่โดยการหักเงินจากบัญชีที่เราใส่เอาไว้จำนวน 1.95 เหรียญ โดยถ้าเราเป็นเจ้าของบัญชีจริง หลังจากตรวจสอบแล้ว Paypal ก็จะคืนเงินจำนวนดังกล่าวกลับมา โดยขั้นตอนก็คือให้เราตัวเลข 4 หลัก ( ตัวอย่าง 1234PAYPAL *EXPUSE ) ในรหัสตัดเงินที่ได้รับแจ้งจากทางธนาคารเอาไปใส่ในช่องที่ระบุ ขึ้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน และ Paypal จะคืนเงินกลับมาในอีก 1-2 สัปดาห์
เท่านี้เราก็จะสามารถใช้บริการของ Paypal ได้แล้ว โดยการใช้งานก็คือโอนเงินเข้าสู่ระบบ Paypal จากนั้นก็จะส่งเงินให้เพื่อน หรือซื้อ/ประมูลของก็สามารถทำการได้เลย - โดยมีบางแหล่งข้อมูลบอกว่า ถ้าเราไม่นำเงินเข้าใน Paypal ไว้ก่อน และมีการสั่งให้ดำเนินการโอนเงิน ระบบก็จะข้ามมาตัดเงินในบัญชีได้เลย - อันนี้ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดียังไงเพราะยังไม่เคยลอง :)
ส่วนการซื้อของผ่าน Internet ก็ทำได้โดยการนำเลข 16 หลัก พร้อมด้วยเลข 3 ตัว ประเภทของบัตรเป็น VISA เท่านี้ก็ซื้อของได้แล้ว - แต่มีคำเตือน(ส่วนตัว)ว่า ในการซื้อของผ่าน Internet นั้นควรจะตรวจสอบผู้ขาย/หรือผู้ที่เราจะโอนเงินให้ ให้ดีดี เพื่อที่เราจะได้ไม่เกิดการสูญหาย/เสียใจภายหลัง
.
ก่อนหน้านี้ก็เคยใช้บริการซื้อของผ่าน Internet (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนิตยสารต่างประเทศ) โดยใช้บัตรเครดิตของพี่สาว แต่ช่วงหลังๆ วงเงินเค้าเต็มเลยไม่ค่อยได้ขอยืมใช้ ตอนนี้ก็เลยไม่ต้องไปยืมเค้าแล้ว มี(บัตรเดบิต e-web card)ของตัวเองซะเลย
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย อากาศเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน เช้าๆ อากาศเย็น สายๆ-บ่ายร้อนตับแตก พอตกบ่ายแก่ๆ ฝนฟ้าคะนองยันค่ำ ชีวิตช่วงนี้เลย ไม่ค่อยจะสบายสักเท่าไหร่มีรถมอ'ไซด์ก็ไม่ค่อยได้ขับ กลัวเจอฝน ต้องทนนั่งรถเมล์/รถตู้ไป อยากให้ที่ทำงานมาอยู่ข้างๆบ้านจริงๆ :(
.
เดือนที่ผ่านมาอำเภอบางบัวทอง (โดยเฉพาะหมูบ้านพฤกษา 3) เกิดไฟฟ้าดับ/กระตุก เป็นประจำทุกวัน จะด้วยเนื่องจากฝนตก/ฟ้าร้อง/นกออกจากรัง อะไรก็ตามแต่ มันก็ไม่น่าจะเป็นทุกวันขนาดนั้น โทรไปแจ้งยัง Call Center ของการไฟฟ้านครหลวง 1130 ก็เหมือนจะไม่ยอมรับทราบปัญหา ปัดบอกว่าบ้านคุณมีเครื่องสำรองไฟรึเปล่า มีเบรกเกอร์รึป่าว ควรจะหามาใช้นะ อ้าว... เวรเลย ก็ปกติใช้งานคอมพิวเตอร์ ก็ต้องใช้ UPS สำหรับสำรองไฟอยู่แล้ว แต่นี่มันเกิดไฟดับ/ไฟกระตุก จน UPS มันเริ่มจะเสียเพราะกระแสไฟไม่ปกติ จนทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์จะพังได้ เค้าก็บอกไม่รู้จะแก้ไขยังไง
ล่าสุดเกิดอาการไม่สามารถเปิดคอมพิวเตอร์พร้อมกัน 2 เครื่องได้ (โดยปกติก่อนหน้านี้เปิดได้ปกติ) พอเปิดเครื่องที่ 2 ไฟฟ้าในบ้านก็ตกทันที ลองอยู่ 2-3 ครั้ง เลยโทรไปแจ้งการไฟฟ้า เบอร์เดิม 1130 เค้าก็ถามว่าบ้านข้างๆ เป็นมั้ย (โห... ตอน 5 ทุ่ม ข้างบ้านเค้าก็นอนหมดแล้วอ่ะ จะไปปลุกเค้าก็ไม่ได้) แล้วก็บอกเราว่ามีบ้านเราบ้านเดียวที่โทรแจ้งไฟดับ (ก็แหงล่ะ ในละแวกนี้ จะมีคนใช้คอมพิวเตอร์ตอน 5 ทุ่มกันสักกี่บ้าน) คุยไปคุยมา เค้าก็ถามว่าบ้านเราอยู่ตรงไหน ซอยไหน เดี๋ยวจะส่งช่างมาให้
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ก็มีรถของการไฟฟ้าสีส้ม 6 ล้อวิ่งมาที่บ้าน เค้าก็มาเช็คหม้อแปลงไฟหน้าบ้าน และก็ถามเค้าว่ามันเป็นเพราะอะไร ช่างก็ตอบไม่ค่อยได้ บอกแต่ว่าเรื่องไฟฟ้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ในละแวดบ้านถ้าเกิดมีใครทำอะไรเกี่ยวกับไฟฟ้า ก็สามารถสะเทือนมาถึงบ้านเราได้ด้วย (โห... ไม่ต้องทำไรกันพอดีมัวแต่ระแวงเพื่อนบ้านว่าจะทำอะไรรึป่าว) ก็ถามไปถึงพวก Call Center พวกช่างก็ยังบอกอีกว่า พวกนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกันหรอก วันๆ ก็อยู่แต่ในอ๊อฟฟิต
แล้วอย่างนี้ตูจะไปหาความรู้จากไหนได้เพิ่มบ้างละเนี่ย... :( ใครพอมีวิธีรับมือกับเหตุการณ์ข้างต้นบ้างมั้ย ช่วยเราหน่อย ตอนนี้โรคระแวงขึ้นหัวแล้ว ไม่กล้าเปิดคอมพิวเตอร์ กลัวไฟดับแล้วจะพาลทำเครื่องพัง (แต่ห้ามบอกนะว่า ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นสิ - ถ้าทำได้คงทำไปแล้วอ่ะ)
.
ส่งท้ายวันนี้ : เหมือนกับว่ายังไม่ได้บอกที่บล๊อกอย่างเป็นทางการว่าตอนนี้ในเว็บ poakpong.com นี้ ได้มี session ใหม่เกี่ยวกับ ฟุตบอลขึ้นมาอีกหนึ่งส่วน นั่นคือทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สโมสรซันเดอร์แลนด์ (Sunderland A.F.C.) ทีมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษอยู่ใกล้กับเมืองนิวคาสเซิล โดยสามารถเข้าชมได้ทาง www.poakpong.com/sunderland/ หรือทาง www.sunderlandthai.com ได้โดยตรง ก็จะลิงก์ไปที่เว็บเดียวกัน ว่างๆ ก็เข้าไปอ่านข้อมูลของสโมสรซันเดอร์แลนด์ และทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษกันได้นะครับ :)
.
ปล. ตอนเขียนบล๊อกวันนี้ฟ้าร้องจนพื้นสะเทือน... :O
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.
เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน