เมื่อคืนก่อนเห็น @iannnnn ทวีทวิธีแกล้งคนที่ใช้ IE 6 อ่านดูแล้วดูออกแนวโหดร้าย ฮา.. เลยนึงถึงแคมเปญน์ Save The Developer (เว็บไซต์หลัก savethedevelopers.org คลิกเข้าไปมันเปลี่ยนทางไปที่ดาวน์โหลด IE 7) เลยค้นหาแบนเนอร์มาติดสักหน่อยดีกว่า
เลยได้ออกมาอย่างที่(คนที่ใช้ IE 6 เท่านั้น ถึงจะ)เห็นกัน เอาแบนเนอร์เค้ามาดัดแปลงใส่คำภาษาไทยเข้าไป น่าจะเข้าใจง่ายขึ้น พอคลิกเข้าไปในแบนเนอร์ก็มีคำอธิบายแบบยาว

มาช่วยกันเลิกใช้ IE 6 นะครับ เพื่อช่วยให้นักพัฒนาเว็บทำงานได้สะดวกขึ้น ;)

จากที่จดโดเมน Weblog.in.th เอาไว้เป็นปี เพื่อเอาไว้ทำระบบบล็อก(แบบมือสมัครเล่น) ให้พี่ๆ น้องๆ ได้ลองใช้งาน ซึ่งพักหลังๆ ระบบไม่ได้ปรับมานาน อิอิ
ล่าสุดคิดว่าถ้ามีแต่บล็อก เว็บมันก็คงนิ่งๆ ไม่มีอะไรหวือหวา เลยคิดหาอะไรมาทำเล่นบนเว็บสักหน่อยดีกว่า - ประจวบเหมาะกับช่วงนี้ ไม่ได้หิ้ว powerbook ไปมาระหว่างบ้าน-ออฟฟิศ (เอา powerbook วางไว้ที่บ้าน แล้วเอา imac ไปไว้ที่ออฟฟิศ) ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับ bookmark ในการเล่นอินเตอร์เนต(มั้ง)
เลยได้ไอเดีย ทำเว็บเลียนแบบ del.icio.us แล้วเพิ่มส่วนที่เราอยากได้เข้าไป เช่น bookmark ส่่วนตัว(ความลับ) หรือ โพสต์ได้โดยไม่ต้อง login
Weblog.in.th ตอนนี้ยังเป็น beta 0.1 (ตามกระแสนิยม)
Poakpong's Blog | Add New Comments | Read more: อ่านทั้งหมด »
จากโครงการรวมพลังไทย ลดใช้พลังงาน ที่รัฐบาล ทักษิณ 2/1 คิดได้ในช่วงต้นเดือน(มิ.ย.)ที่ผ่านมา มองสะท้อนออกมาได้หลายมุม มุมตื้นๆ ก็คือช่วยกันลดใช้พลังงาน เพื่อช่วยให้ประเทศไทยประหยัดเงินในการจัดซื้อพลังงานจากต่างประเทศ โดยในสปอตโฆษณา(บางตัว) ได้อ้างอิงถึง ตัวเลขขาดดุลการค้า กับต่างประเทศ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้า นั่นคือการนำเข้าพลังงานนั่นเอง และพลังงานที่ว่าก็คือน้ำมันเกือบทั้งหมด ส่วนในมุมมองกลับกัน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้คิดนั้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หลังจากละเลยการประหยัดการใช้นำมันของคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว 20+ ล้านคัน (ตัวเลข ณ สิ้นปี 47) มาแล้ว 6-8 เดือน
((รัฐบาล ทักษิณ ให้ความสำคัญกับตัวเลข ประเภท(เศรษฐกิจ)นี้มาก ถึงขั้น sensitive กับการขึ้นลงของตัวเลขเพียงน้อยนิด เพราะได้ประกาศออกไปแล้วว่าสิ้นปีจะมีตัวเลข GDP เป็นเท่าไหร่(หากไม่เป็นดังเป้าถือว่าเสียหน้า) ทำให้ต้องหากลยุทธในการผลักดันให้เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้))
หากกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้มีการนำเข้าพลังงานมากจนผิดปกติ ทำให้ตัวเลขมันผิดไปจากปกติมากเกินไป สิ่งหนึ่งมาจากนโยบายด้านราคาน้ำมันภายในประเทศเมื่อประมาณ 6-8 เดือนที่แล้ว โดยครั้งนั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นเกินกว่าปกติ แต่รัฐบาลทักษิณ ได้นำเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานฯ ไปสำรองจ่าย เพื่อให้ราคาน้ำมันภายในประเทศไม่ปรับตัวไปตามกระแสโลก (จริงอยู่การประคับประคองราคาน้ำมันภายในประเทศเป็นสิ่งจำเป็น - แต่ไม่ควรสำรองจ่ายส่วนต่างเป็นเวลานาน) ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ของรัฐบาล ทักษิณ 1 ราคาน้ำมันจึงถูกใช้เป็น ส่วนหนึ่งในกระบวนการหาเสียง - และสุดท้ายก็ไม่สามารถอุดหนุนได้ตลอด ต้องปล่อยลอยตัวในที่สุด
จากนโยบายดังกล่าวทำให้ประชาชนคนไทย - เน้นว่า ผู้ที่มีรถยนต์(ทุกประเภท) - ได้ใช้น้ำมันในราคาที่ภาครัฐได้ทำการอุดหนุนไม่ให้ราคาแพง (ตามราคาตลาดโลก) ได้เคยตัวกับการใช้น้ำมันราคาถูก โดยที่ไม่สำนึกว่าจริงๆแล้ว รัฐบาลนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้อุดหนุนเพื่อให้ราคาน้ำมันไม่แพงตามความเป็นจริง
หลังจากนั้นเมื่อราคาในตลาดโลกทำท่าว่าจะไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ (ราคาน้ำมันไม่ลง) รัฐบาลหมดเงินไปกับการอุดหนุนมากมายหลายแสนล้านบาท ทำให้ในที่สุดต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันภายในประเทศลอยตัวตามสภาพจริง (หลังจากการเลือกตั้งผ่านไปเรียบร้อยแล้ว)
และล่าสุดโครงการรวมพลังไทย ลดใช้พลังงาน ที่รัฐบาลได้คิดขึ้นนี้ เป็นอีกทางหนึ่งที่รัฐบาล PR นักหนาว่าจะช่วยอนุรักษ์พลังงานได้หลายล้านบานเช่นกัน - จากคำโฆษณา เผยปิดไฟแค่ 5 นาที ประหยัด 1.18 แสนบาท หากร่วมปิดไฟเป็นเวลา 1 ปีจะประหยัดพลังงานได้ 43 ล้านบาท - แล้วไอ้ที่เสียไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาทนั้น (ตัวเลขเฉพาะในช่วง ม.ค.-เม.ย. 48) มันจะหักลบกันได้หรือไม่ -
จริงอยู่การประหยัดพลังงานไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากทุกคนร่วมมือกัน - และถามว่าถ้าเกิดไม่ทำตามกระแส (โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว) จะถือว่าเป็นพวกไม่รักชาติได้หรือไม่ - ตอบได้เลยว่า คนละเรื่องกัน
จากการคิดโครงการครั้งนี้ ในมุมมองคิดว่าเป็นเสมือนกับ การโยนความรับผิดชอบให้กับคนไทยทุกคนโดยถ้วนหน้า จากความไร้สำนึกของคนใช้รถยนต์ส่วนตัว 20+ ล้านคัน
โครงการรณรงค์ปิดไฟ - อาจจะเป็นเรื่องไร้สาระ - ถ้ายังใช้น้ำมันแบบไม่มีจิตสำนึก
Poakpong's Blog | Add New Comments
หนทางที่จะทำให้ผู้ใช้รถ จ่ายเงินค่าน้ำมันได้ลดน้อยลง ก็คือการประหยัดน้ำมัน โดยใช้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ขณะนี้ภาวะราคาน้ำมันมีการผันผวนตลอดเวลา อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้รัฐและผู้ใช้รถต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอีก
ดังนั้นหนทางที่จะทำให้ผู้ใช้รถจ่ายเงินค่าน้ำมันได้ลดน้อยลง ก็คือการประหยัดน้ำมัน โดยใช้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด สนพ.จึงมีแนวทางการปฏิบัติ 3 ขั้น มาแนะนำเพื่อช่วยให้ผู้ใช้รถประหยัดน้ำมันได้ ดังนี้
ปฏิบัติการขั้นที่ 1 "ขาดรถไม่ได้"
การปฏิบัติขั้นที่ 1 สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถทุกวัน มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้


POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.