Jump to: navigation, Search
Poakpong.com ปกป้อง ดอมคอม Life is random

สายด่วน 1310 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล?

...

รัฐบาล เปิดสายด่วน 1310 แจงผลงานโดยมี ขรก.ประจำกระทรวงออกไปชี้แจง

ข่าวสั้น จากเว็บผู้จัดการออนไลน์ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 เวลา 12:26 น.

นายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวโจมตีนโยบายการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจากรัฐบาล เนื่องจากช่วงนี้ประเด็นเรื่องการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ สามารถยึดพื้นที่สื่อไว้ได้เกือบทั้งหมด จึงทำให้สื่อมวลชนนำเสนอผลการทำงานของรัฐบาลลดน้อย ทั้งนี้ หากประชาชนโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ อยากฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์มาได้ที่โทรสายด่วน 1310 จะมีข้าราชการประจำกระทรวงออกไปชี้แจงให้ทราบ โดยจะใช้เวลานอกราชการตั้งแต่เวลา 14.00 น. ออกไปพบปะกับประชาชนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 14 มีนาคม โดยจะเคลื่อขบวนจากสนามหลวงมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลระหว่างที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนั้น รัฐบาลเตรียมรับมือกับผู้ชุมนุมอย่างไร รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยให้ไปถามกับ พลตำรวจเอกชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมวิงวอนให้ชุมนุมอย่างสงบภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

...



เติมศักดิ์ จารุปราณ

บทสนทนาบางตอน ในการทดสอบโทรเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ 1310

โดยผู้ดำเนินรายการ ช่องสถานีข่าว NEWS1 เวลาประมาณ 16.00 น.

เติมศักด์: สอบถามว่าการขายหุ้นของท่านนายกไม่เสียภาษีจริงรึเปล่าครับ ถ้าจริงผมจะได้ไปสนามหลวงเย็นนี้
Operator 1: ดิฉันตอบไม่ได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะดิฉันไม่มีข้อมูลถึงตรงนั้น
Operator 2: (ส่งเสียงมาไกลๆ) นี่ ดึงสายกลับๆ
Operator 1: รอสักครู่นะคะ (จากนั้นก็วางสาย)
เติมศักด์: ... ? ? ?

...

ตกลงโทรไปถามข้อสงสัยคาใจหรือว่า โทรไปแล้วจะสับสนมากขึ้นกันแน่ (-_-!!)

...


โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท ชินคอร์ป ก่อนและหลังการขายหุ้น ครั้งประวัติศาสตร์ : แผนภาพจาก ศูนย์สื่อสารเพื่อการรู้เท่าทัน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ (สนง. ชั่วคราว)

Poakpong's Blog | Add New Comments

เงิน 2 หมื่นล้าน ใครควรได้ประโยชน์

กรณ์ชี้ภาษีชาติหายวับ 2 หมื่นล้าน

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การขายหุ้นของตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ครั้งนี้ ในส่วนของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)นอกจากไม่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนรายย่อย ยังกลายเป็นว่าช่วยตระกูลชินวัตรเลี่ยงภาษี และช่วยให้มีการเลี่ยงการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์(ทำคำเสนอซื้อต่อนักลงทุนทั่วไป)

นายกรณ์ อธิบาย การทำคำเสนอซื้อมี 2 แบบด้วยกัน คือ การครอบงำกิจการแบบบังคับ(Mandatory Tender Offer) กับการครอบงำกิจการโดยสมัครใจ (Voluntary Tender Offer) ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องของการกำหนดราคาเทนเดอร์ฯ ทั้งนี้การครอบงำกิจการโดยสมัครใจจะสามารถกำหนดราคาเทนเดอร์ฯต่ำกว่าราคาตลาดได้

เมื่อก.ล.ต.ให้ ซีดาร์ และ เอสเปน หรือ ทามาเส็ก ประกาศเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการในบมจ.แอดวานซ์ โดยสมัครใจ (Voluntary Tender Offer) นั้นไม่เป็นธรรมกับผู้ลงทุนรายย่อย ทำให้กลุ่มทามาเส็กฯ สามารถกำหนดราคาเทนเดอร์าคาเสนอซื้อหุ้นที่ 72.31 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด(ปัจจุบันอยู่ที่ 104 บาท)

นายกรณ์ กล่าวว่า กรณีนี้ต้องทำคำเสนอซื้อแบบบังคับ เพราะเมื่อพิจารณาสัดส่วนการเข้ามาถือหุ้นในแอดวานซ์ของสิงโปร์เทเลคอม(สิงเทล) รวมกับทามาเส็กฯที่เข้ามาถือแอดวานซ์ผ่านชินคอร์ป จะพบว่ากลุ่มทามาเส็กฯถือหุ้นในแอดวานซ์ถึง 32.6% ดังนั้นเมื่อทามาเส็กฯถือหุ้นแอดวานซ์ก้าวข้าม 25% จึงถูกบังคับให้ครอบงำกิจการแบบบังคับ ซึ่งในการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ก็จะต้องกำหนดราคาในราคาที่ยุติธรรมกับนักลงทุนรายย่อย

แม้ก.ล.ต.จะบอกว่าราคาเทนเดอร์ที่ 72.31 บาทมาจากการเสนอของที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งเสนอตามราคามูลค่าบัญชี (บุ๊กแวลู) ทำให้ก.ล.ต.ต้องรับตามนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะหน้าที่ก.ล.ต.ต้องปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อย

นอกจากนี้ หากนำราคาหุ้นในกลุ่มชินคอร์ปทุกตัวมาคำนวณก็จะพบว่า การซื้อครั้งนี้จะคำนวณราคาหุ้นแอวานซ์ที่ 104 บาท ไม่ใช่ 72 บาทแน่นอน เพราะหากคำนวณที่ราคา 72 บาทจะทำให้ราคาขายหุ้นชินคอร์ปครั้งนี้ไม่ใช่ 49.25 บาท แต่จะเป็นราคาเพียง 30 กว่าบาทเท่านั้น

ที่สำคัญการที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจ ก.ล.ต.พิจารณเห็นว่าทามาเส็กมิได้มีความประสงค์ที่จะได้มาซึ่งหุ้น ไอทีวี และหุ้นชินแซทเทลไลท์ และทั้ง 2 บริษัทเป็นทรัพย์สินที่ไม่เป็นสาระสำคัญของบริษัท ดังนั้น จึงผ่อนผันให้ทามาเส็กฯไม่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของไอทีวี และชินแซทเทลไลท์ นั้นยิ่งเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะถ้าหากทามาเส็กไม่ต้องการหุ้นอื่นๆ ที่ชินคอร์ปมีอยู่ แล้วทำไมไม่ซื้อหุ้นแอดวานซ์เพียงบริษัทเดียว หรือไม่ก็ต้องชัดเจนให้ขายคืนกันไปเลย

“ก.ล.ต.กำลังช่วยตระกูลชินวัตรเลี่ยงภาษี เพราะหากทามาเส็กซื้อหุ้นแอดวานซ์เพียงบริษัทเดียว ก็จะต้องซื้อหุ้นแอดวานซ์จากบมจ.ชินคอร์ป ซึ่งการที่บมจ.ชินคอร์ปเป็นผู้ขายหุ้นแล้วมีกำไรจะต้องเสียภาษี เพราะบมจ.ชินคอร์ปเป็นนิติบุคคลไม่ได้รับยกเว้นภาษี เหมือนบุคคลธรรมดา ซึ่งหากบมจ.ชินคอร์ปเป็นผู้ขายก็จะต้องเสียภาษี ซึ่งประเมินแล้วมูลค่าภาษีครั้งนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท”

นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังกล่าวว่า รับไม่ได้กับคำกล่าวอ้างที่นายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าการขายหุ้นของลูกเพื่อให้อยู่ในวงการเมืองได้อย่างสบายใจหากอนาคตต้องเล่นการเมือง เพราะหากวัตถุประสงค์การขายหุ้นเพื่อความโปร่งใสทางการเมือง ควรมีการขายหุ้นแบบขาดลอยตั้งแต่ปี 2544 ไม่ใช่ตัดสินใจขายเพราะมีผลกำไรสูงถึง 400 เท่า และมีแนวโน้มชัดเจนว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.จะต้องเข้ามาดูแลการแข่งขันทางธุรกิจให้มีความเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมาหุ้นบริษัทในเครือชินคอร์ปอเรชั่นได้เปรียบด้านผลประโยชน์มาโดยตลอด

รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่าการขายหุ้นชินคอร์ป เป็นส่วนหนึ่งของการคอรัปชั่น เพราะมีการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ในการขายหุ้น ซึ่งเข้าข่ายทุจริตเชิงนโยบาย และถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นกรณีแลกเปลี่ยนการถือทรัพย์สินในลักษณะฟอกหุ้น

คัดลอก(บางส่วน)มาจากข่าวขายชินฯ ขายชาติ เลี่ยงภาษี - บ่อนทำลายความมั่นคง - ผู้จัดการ

...


ภาพจากมติชน

"ตรงไปตรงมา ไม่ต้องเสียภาษี"

นายสุวรรณ วลัยเสถียร โฆษกของตระกูลชินวัตร-ดามาพงศ์

"การขายหุ้นครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีของทั้ง 2 ฝ่ายที่สามารถขายได้ทั้งหมด โดยเห็นว่าการเข้าถือหุ้นใหม่ในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทในเครือของชินคอร์ปสามารถดำเนินธุรกิจไปได้ดีมากขึ้น เพราะการขยายธุรกิจจำเป็นต้องใช้งบฯลงทุนสูง การมีผู้ถือหุ้นที่มีงบลงทุนสูงก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัทให้สูงขึ้นด้วย

สำหรับการขายหุ้นในครั้งนี้เป็นเหตุผลทางธุรกิจทั้งหมด เพราะการลงทุนต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ขณะที่การซื้อ-ขายหุ้นก็ทำแบบตรงไปตรงมา ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และใช้โบรกเกอร์ 6 ราย เพื่อดำเนินการ

การขายหุ้นในครั้งนี้ได้ขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ รายได้จึงได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎหมาย และยืนยันว่าการขายหุ้นในครั้งนี้มีเรื่องธุรกิจอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง และธุรกิจอื่นๆ จะยังอยู่เหมือนเดิม ไม่มีการขายแน่นอน ทั้งนี้ก็จะมีการบริจาคเงินบางส่วนจากกำไรขายหุ้น เพื่อมอบให้กับสาธารณกุศลด้วย แต่จะเป็นเท่าไหร่ต้องพิจารณาก่อน"


คัดลอก(บางส่วน)มาจากข่าว เปิดดีล7หมื่นล."ก้าวสู่สากล" ชินฯเข้มแข็ง-ไม่ต้องเสียภาษี - มติชน


ภาพจากมติชน

...

'ทักษิณ'โต้ขายหุ้นชินไม่เสียภาษีทำตามมาตรฐานสากล


นายกรัฐมนตรีโต้ข้อกล่าวหาขายหุ้นไม่จ่ายภาษี อ้างเป็นมาตรฐานสากลการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ไม่สนใครวิจารณ์มั่นใจไม่มีผลกระทบความเชื่อมั่น

เมื่อเวลา 08.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงเสียงวิพากวิจารณ์การขายหุ้นในเครือบริษัทชินคอเปอเรชั่น ให้กับเทลมาเส็กของสิงคโปร์ ว่า เรื่องนี้คงต้องไปถามบางกอกโพสต์ และมติชนเวลาที่ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ว่าเสียภาษีหรือไม่ตลาดหลักทรัพย์เขาประกาศยกเว้นการการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มานานหลายปีแล้วมีการประกาศใช้ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน สมัยที่นายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ เป็นรมว.คลัง ครั้งแรก และยังมีผลบังคับใช้ต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่มีการมองในแง่ของเจตนาเรื่องการเลี่ยงการเสียภาษี พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า “ ฮู้ย! ไม่เกี่ยวเลยมันเป็นเรื่องของกติกาสากล การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี ทุกๆ ตัว ทั้งบางกอกโพสต์ มติชน ที่ขายในตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่มีเสียสักคน”

เมื่อถามย้ำว่าแต่เมื่อมีรายได้เข้ามาก็ต้องเสียภาษี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเลย เขาเรียกว่าเป็นการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ถือเป็นกติกาสากล

ต่อข้อถามว่านักวิชาการหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าหากกลัวถูกกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทำซ้อน ทำไมไม่ตัดสินใจขายหุ้นของตระกูลตั้งแต่ต้น “ โฮ๊! มันขายง่ายเหมือนขายขนมเข่งที่ไหนเล่า แหม! เงินตั้งเยอะแยะ พ่อค้ารับซื้อขนมเข่งมีกี่คนเล่า ปัทโธ่! เฮ้อ ...”

ต่อข้อถามว่าแต่คำครหาก็มีมานานแล้ว ทำไมจึงตัดสินใจมาขายหุ้นในช่วงนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า “ก็บอกแล้วงัย ว่ามันเหมือนการขายขนมเข่งหรือเปล่า ถามแบบนี้แสดงว่ารับออเดอร์มาให้ถามจาก บก.สั่งให้ถาม จะถามอย่างไร บก.จะบอกมาเลย เลยเป็นคำถามมาตรฐานที่คล้ายๆ กัน”

ผู้สื่อข่าวจึงแย้งว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นข้อสงสัยในสังคม พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า “ปัทโธ่! นี่ เงิน 7 หมื่นกว่าล้าน ใครจะมาซื้อง่ายๆ จะมีคนมีตังค์กี่คนในโลกนี้ มันไม่เหมือนกับขายขนมเข่งที่เดินไปในตลาดก็ขายได้


คัดลอก(บางส่วน)มาจากข่าว'ทักษิณ'โต้ขายหุ้นชินไม่เสียภาษีทำตามมาตรฐานสากล - กรุงเทพธุรกิจ

...

อ่านแล้วคิดเห็นยังไง แสดงความเห็นกันบ้างนะ อย่ามัวแต่อ่านแล้วผ่านไป ประเทศนี้เดี่ยวนี้มันเป็นแบบนี้กันแล้วหรือ -_-!!

Poakpong's Blog | Add New Comments

To support Thai language in iPod.

Inside Poakpong.com
มีอะไรใน ปกป้อง ดอทคอม

Subscribe RSS Feed

Recent All Posts

Poakpong's Playground

Copyright Notice

POAKPONG.com,
Update to 2008.

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.

Disclaimer

เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน

Our Network:

Create in Mac OS X

Search in Poakpong
ค้นหาใน ปกป้อง ดอทคอม



Advertising

เปิดเนต เปิดใจ
ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
(ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์)

Google Friend Connect

Web Links

SEO Stats powered by MyPagerank.Net

CoverShare.com - Share Album Artwork.