สไลด์ที่อธิบายถึงหัวใจสำคัญของ(โปรแกรม)โอเพ่นซอร์ซ - นำเสนอโดย @sugree ในงาน Software Freedom Day 2008 ที่ ม.เกษตรฯ เมื่อวันศุกร์ (19 ก.ย.) ที่ผ่านมา

ต้นฉบับ: sugree.com ได้ข่าวผ่านทาง: isriya.com
Poakpong's Blog | Add New Comments
ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับมหกรรมกีฬาของคนทั่วโลก Olympic Games, Beijing 2008 โอลิมปิกเกมส์ ปักกิ่ง ประเทศจีน
บล็อกนี้ตั้งใจโพสต์ ขอบคุณและชื่นชมสปิริตนักกีฬาทุกคน (คลิกดู รายชื่อนักกีฬาไทย ในโอลิมปิก 2008)
ขอบคุณอีกครั้งครับ
Thank and admire all athletics spirit
Poakpong's Blog | Add New Comments | Read more: อ่านทั้งหมด »
“อภิสิทธิ์” ตอกกลับ “ทักษิณ” ล้มเหลวในชีวิต คิดถึงแต่เรื่องเงิน เหน็บนายกฯ อย่าใช้แต่สมองควรใช้จิตสำนึกด้วย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่กล่าวหาผู้ที่ออกมาวิจารณ์การ ซื้อขายหุ้นของกลุ่มตระกูลชินวัตรว่าเป็นคน ขี้อิจฉาและไม่รู้จักใช้สมองซีกขวาว่า สิ่งที่ทุกคนเรียกร้องเป็นพื้นฐานทางจริยธรรมของผู้นำประเทศ ไม่ได้มีความอิจฉาตาร้อนใดๆ ทั้งสิ้น นายกรัฐมนตรียังมีความล้มเหลวอยู่อย่างหนึ่งคือ ความไม่เข้าใจว่า คนแต่ละคนมีความ มุ่งหมายในชีวิตแตกต่างกัน
“คนที่มุ่งหมายแต่เงิน อาจมีความรู้สึกอิจฉานายกรัฐมนตรี ในขณะที่อีกหลายคน ไม่ได้มีเป้าหมายในชีวิตเช่นนั้น และใช้ชีวิต ตามฐานะและอยากที่จะต่อสู้ในประเด็นของความถูกต้อง ถ้าคนคิดแต่เรื่องเงินก็ทำได้ ทุกอย่าง แม้แต่การร้องไห้ขอสัมปทานก็ทำได้ หรือติดสินบนขอสัมปทานก็ทำได้ ข้อวิจารณ์ในเรื่องนี้ ใช่ว่าวิจารณ์แล้วจะเอาเงินของท่านไปได้ แต่วิจารณ์ถึงการเป็นผู้นำว่า ได้ใช้มาตรฐานแบบอย่างที่ดีหรือไม่ สมควรหรือไม่ในการหาทางเลี่ยงการคืนสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย” ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าว
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายกฯ จึงคิดว่าคนที่ออกมาวิจารณ์ใช้สมอง ซีกเดียว ทั้งที่จริงนายกรัฐมนตรีควรใช้สมอง ทั้งสองซีก ซีกหนึ่งในการวิเคราะห์ อยากถามว่าข้อวิจารณ์ใดบ้างที่ไม่อยู่บนพื้นฐานของ การวิเคราะห์ แต่สมองอีกซีกหนึ่งเป็นเรื่องของการรู้จักใช้ศิลปะที่สำคัญคือ อย่าใช้แต่สมอง ควรใช้จิตสำนึกด้วย ขอยืนยันว่าคนที่ออกมาวิจารณ์ไม่ได้อิจฉา และใช้สมองทั้งสองซีก รวมถึงใช้จิตสำนึกในการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมด้วย จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี ทำเช่นนี้บ้าง
“เรื่องการซื้อขายหุ้นมีหลายเรื่องที่ไม่ตรงไปตรงมา จะบอกว่าใหญ่ขนาดนี้ ต้องตรงไป ตรงมา แต่ก็เห็นได้ว่าบางคนเป็นใหญ่ได้เพราะไม่ตรงไปตรงมา ผมคิดว่าวันนี้ควรเปิดเผย ข้อเท็จจริงให้โปร่งใส ว่าเงินที่ขายหุ้นไปอยู่ที่ไหน อธิบายว่าทำไมจะไม่เอาบริษัทลูก หรือมีเจตนาอย่างไรเกี่ยวกับบริษัทลูก ทำไมไม่ซื้อหุ้นตรงนั้น ควรบอกให้ชัดเจน เพราะสิ่งที่นายกฯ พูดมีสิ่งที่ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับสิ่งที่ได้ไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
คัดลอกมาจาก อภิสิทธิ์ย้อนเจ็บอย่าใช้แต่สมอง ต้องมีสำนึกด้วย (โพสต์ทูเดย์)
Poakpong's Blog | Add New Comments
การเมือง ...
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน พรรคไทยรักไทย เค้าก็ปฐมนิเทศ สส.ในพรรคเป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน
และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สภาผู้แทนฯ ได้ทำการเลือกประธานสภาฯ ไปเป็นที่เรียบร้อย
เอาเป็นว่า ข่าวคราวเป็นยังไง ก็ตามหาอ่านข่าวตามเว็บต่างๆ ละกัน
ก่อนจะข้ามเรื่องการเมือง พอดีไปเจอประโยคเด็ด มาจากเว็บข่าวอันดับหนึ่ง (เค้าว่ากันอย่างนั้น) เลยก๊อปมาแปะไว้เท่ๆ
สส.คือสมาชิกสภานิติบัญญัติ คือ 1 ใน 3 เสาหลักของระบอบประชาธิปไตย นิติบัญญัติแปลตรงตัวว่าออกกฎหมาย สภานี้มีหน้าที่ออกกฎหมายมาบังคับใช้
การประชุมสภาคือการที่ สส. มารวมกันเพื่อทำหน้าที่พิจารณาว่ากฎหมาย ที่จะออกมาเพื่อบังคับใช้นั้นควรจะเป็นอย่างไร
ที่ผ่านมา สภาของเราเป็นเหมือนสภาตรายาง โดยเฉพาะในบางยุคสมัย สส.โดดประชุมสภากันอุตลุต โผล่มาก็แต่ตอนยกมือเท่านั้น
จริงอยู่รัฐบาลปกครองประเทศโดยอาศัยสภาเป็นผู้ออกกฎหมาย แต่สมาชิกสภาต้องมีเกียรติมีศักดิ์ศรีรู้หน้าที่ของตนเอง ต้องรู้จักพินิจพิจารณาว่ากฎหมายที่จะออกนั้น เป็นประโยชน์ต่อชาติเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนในพื้นที่ของตนเองหรือไม่อย่างไร การที่สส.ไม่รู้หน้าที่ คอยยกมือให้กฎหมายของรัฐบาลผ่านอย่างเดียว เท่ากับเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง
3 ขาของประชาธิปไตยมีหน้าที่คานอำนาจ และตรวจสอบกันเพื่อให้ประเทศชาติมั่นคง วันนี้นายกฯเป็นคนตั้งประธานสภา สส.ไม่พิจารณากฎหมาย ปล่อยเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เท่ากับว่าเราเอาสองขามัดเข้าด้วยกัน
ห่วงเหลือเกินว่ามันจะล้ม
สยามานุสติ
จากหัวข้อข่าว ประเด็นการเสนอยกเลิก การนับองค์ประชุมของสภาผู้แทนฯ
ชีวิต ...
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้นัดกับเพื่อนสมัยเรียนมหา'ลัย ไปสังสรรค์กันแถวเกษตร-นวมินทร์ คืนเดียวเหยียบสี่ร้าน ตอนแรกก็นั่งกินข้าวกันที่ the pool ต่อมาเพื่อนมันเกิดอยากโยกย้ายส่ายสะโพก (ที่ไม่ค่อยจะมี) เลยออกไปหาร้านที่มีดนตรีมันๆ ทั้ง กระฉูด, seven สุดท้ายไปจบที่ jungle fever กลับถึงบ้านประมาณตีสามกว่า (บ้านอยู่ไกลก็งี้แหละ ^_^)
และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน ได้เข้าเมืองไปเลือกตั้งซ่อม สก. (สมาชิกสภากรุงเทพฯ) -- เนื่องจากตัวอยู่นนท์ แต่ชื่ออยู่ กทม. เลยต้องตะลอนๆ ไปเลือกตั้งกะเค้าด้วย -- ประมาณว่า เลือดประชาธิปไตยมันสูบฉีดอยู่เต็มตัว อิอิ
และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาไปทำงานตามปกติ ถึงอ๊อฟฟิต เกือบบ่ายโมง (สายอีกแล้วตู -_-!!) บรรยากาศปกติ ราบรื่น
ตอนขี่รถไปทำงาน ได้คุยกับพ่อเรื่องการใช้ชีวิตของคนเราทุกวันนี้ ทำไมพวกเราต้องเดินทางไปๆ มาๆ (ไกลๆ) ทุกวันด้วย
สุดท้ายก่อนแยกกัน มันมีคำหนึ่งออกมาจากการพูดคุย "จิตวิญญาณของเรานั้น อยู่ที่ไหน" จิตวิญญาณของผมและพ่อ มันคงอยู่ในเมือง เพราะ(เกือบ)ทุกวันเราทั้งสองคน จะต้องตะเกียดตะกายออกจากบ้านตลอด และคนอื่นๆ จิตวิญญาณของคุณ นั้นอยู่ที่ไหน? ..???
ลองนึกดูสิ
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.