Bill

ประกาศปิดสภาหน้าด้าน (สนช.รักษาการ)

ประกาศ
ปิดสภานิติบัญญัติรักษาการ หยุดการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน

ด้วยปรากฏเป็นที่แน่ชัดว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มาจากการแต่งตั้งของทหาร ที่ยึดอำนาจการปกครองมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้กระทำการออกกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้ระบบราชการและเพื่อประโยชน์ให้นายทุน แต่กลับทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชนและชุมชน และกำลังจะนำพาสังคมไทยถอยหลังไปสู่ระบบอำมาตยาธิปไตยแทนที่การสร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตย เช่น การผลักดันร่างกฎหมายการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร เพื่อให้ทหารมีอำนาจครอบงำรัฐและสังคม ร่างกฎหมายป่าชุมชนและร่างกฎหมายทรัพยากรน้ำ เพื่อเพิกถอนสิทธิชุมชน ร่างกฎหมายประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้หน่วยราชการผูกขาดเป็นเจ้าของคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ ร่างกฎหมายว่าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การแปลงสภาพรัฐวิสากิจ เพื่อแปรรูปรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภค และสาธารณูปการที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตให้แก่กลุ่มทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ร่างกฎหมายมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ 6 มหาวิทยาลัย เพื่อแปรรูปมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เป็นการบริหารโดยอาศัยกลไกตลาดที่ปิดกั้นผู้ยากไร้ให้ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา และร่างกฎหมายประกอบกิจการขนส่ง เพื่อโอนกิจการขนส่งให้นายทุน

พวกเรา มีความเห็นว่าการออกกฎหมายหลายฉบับดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและระบอบประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้ง โดยที่สภานิติบัญญัติชุดนี้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนสำหรับผลที่บังเกิดขึ้นแต่ประการใด ภายหลังจากพ้นตำแหน่ง

พวกเราเชื่อว่า หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดนี้ยังคงทำหน้าที่ออกกฎหมายต่อไปก็จะเป็นการทำร้ายสังคมไทยจนยากต่อการแก้ไขเยียวยา ประกอบกับเวลาที่เหลืออยู่เพียง 13 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็จะมีการเลือกตั้ง เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดนี้จึงไม่ควรทำหน้าที่อีกต่อไป

พวกเราในฐานะพลเมืองของประเทศไทย จึงขอใช้สิทธิประกาศ “ปิดสภานิติบัญญัติรักษาการ เพื่อหยุดการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน”

ประกาศ วันที่ 12 ธันวาคม 2550
ณ บริเวณหน้ารัฐสภา
จอน อึ๊งภากรณ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
พร้อมด้วย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สภาเครือข่ายองค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย (สค.ปท.) เครือข่ายสลัม 4 ภาค สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย และเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครู สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และเครือข่ายพันธมิตรองค์กรประชาชน รวมทั้งนักศึกษาและประชาชนทั่วไปประมาณกว่า 1,000 คน

** นายจอน กล่าวว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ควรจะเปลี่ยนชื่อจาก สนช. เป็น สนด. คือ สภาหน้าด้าน **

ประมวลภาพปิดสนช.: STOP NLA. - STOP DANGEROUS BILL
ข่าวประกอบ: ประมวลเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ปิด "สภาหน้าด้าน"

ปิดสภานิติบัญญัติรักษาการ หยุดการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน

พุธที่ 12 ธันวาคม 2550 เวลา 7 โมงเช้า
ชุมนุมใหญ่หน้ารัฐสภา หยุดกฎหมายละเมิดสิทธิประชาชน


Stop National Legislative Assembly !!!

แถลงการณ์ เรื่อง
ปิดสภานิติบัญญัติรักษาการ หยุดการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน

โดยที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดนี้ เป็นสภานิติบัญญัติที่เกิดจากการแต่งตั้งของคณะทหารที่ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และสถาปนาตัวเองเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทำหน้าที่เสมือนสภาผู้แทนราษฎรในการออกกฎหมาย ทั้งที่โดยแท้จริงแล้ว เป็นสภาที่ทำหน้าที่ภักดีต่อผู้แต่งตั้ง หรือรับผิดชอบต่อระบบราชการอันเป็นฐานที่มาของสมาชิกส่วนใหญ่ โดยไม่รับผิดชอบต่อประชาชน และอยู่เหนือการควบคุมตรวจสอบโดยประชาชนอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้น สภาชุดนี้ จึงได้พิสูจน์ให้เห็นโดยปราศจากความสงสัยแล้วว่าได้ทำหน้าที่ออกกฎหมาย เพื่อเพิ่มอำนาจให้ระบบราชการ แต่กลับบั่นทอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และนำพาประเทศและสังคมไทยไปสู่ระบบราชการเป็นใหญ่ที่ทำให้ระบบราชการมีอำนาจควบคุมสังคมเพิ่มขึ้น ถือเป็นการขัดเแย้งกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาจักรไทย พ.ศ. 2550 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 ซึ่งมีความมุ่งหมาย “เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนยิ่งขึ้น สนับสนุนให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างเป็นรูปธรรมและมีสัมฤทธิผล” แต่ในระยะเวลาเดือนกว่ามานี้ และเหลือเวลาอยู่เพียงไม่ถึง 30 วันที่จะมีการ! เลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 สภาชุดนี้กลับเร่งรัดพิจารณาออกกฎหมายที่สำคัญอย่างเร่งรีบ โดยปราศจากความรับผิดชอบต่อประชาชนและต่อรัฐธรรมนูญ ดังกรณีตัวอย่าง ต่อไปนี้