Law

การแก้ไข มาตรา 112 ไม่ใช่ ล้มล้างสถาบันฯ

คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112

สืบเนื่องจาก ข้อเสนอแก้ไข มาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญา ของคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก. 112) ซึ่งเป็นการรวมตัวของหลายภาคส่วน โดยมีคณะนิติราษฎร์เป็นส่วนหนึ่งในคณะรณรงค์ฯ

และจากข้อเสนอดังกล่าว ทำให้มีความเห็นตามมามากมาย โดยเฉพาะหลายคนวิจารณ์ว่าข้อเสนอนี้เป็นการล้มสถาบันฯ

ตัวบทของ มาตรา 112 ในปัจจุบันเขียนไว้ว่า “มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ซึ่งจากถ้อยความข้างตัน จะเห็นว่ามาตราดังกล่าว เขียนไว้แบบกว้าง และไม่ได้ระบุฐานความผิดที่ชัดเจน อย่างไรคือการดูหมิ่น อย่างไรคือความอาฆาตมาดร้าย รวมทั้งสิ่งสำคัญ กฎหมายอาญามาตรา 112 นี้ อนุญาตให้ผู้ใดคนใดก็ได้ สามารถยื่นกล่าวโทษบุคคลอื่นได้โดยตรง

และถ้าเปรียบเทียบกับข้อเสนอของ ครก. 112 ซึ่งร่างโดยนิติราษฎร์ ได้ทำการขยายเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดความชัดเจนของกฎหมาย ดังนี้

กฎอัยการศึก

กฎอัยการศึกมีไว้เพื่ออะไร?...
เป็นกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นไว้สำหรับประกาศใช้ เมื่อมีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เช่น ในกรณีเกิดสงคราม การจลาจล

การเริ่มใช้ และยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก...
ตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 กำหนดการประกาศใช้งานไว้ 2 ทางคือ
1) ประกาศพระบรมราชโองการให้ใช้กฎอัยการศึก (มาตรา 2) และ
2) ผู้บังคับบัญชาทหาร ซึ่งมีกำลังอยู่ใต้บังคับไม่น้อยกว่าหนึ่งกองพัน แต่จะต้องรีบรายงานให้รัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด (มาตรา 4)
และวิธีการยกเลิปประกาศกฎอัยการศึก ทำได้ทางเดียวคือ ต้องมีประกาศกระแสพระบรมราชโองการเสมอ

สถานการณ์กฎอัยการศึกในปัจจุบัน...
ณ เดือนกันยายน 2550 ประเทศไทยยังประกาศกฎอัยการศึกในเขต 35 จังหวัดทั่วประเทศ (ประกาศยกเลิก 41 จังหวัดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2006 จากเมื่อครั้งวันที่ 19 กันยายน 2006 ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ) โดยฝ่ายรัฐบาล และคมช. ไม่มีท่าทีที่จะยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ที่เหลือดังกล่าว แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยอ้างความสงบของบ้านเมือง และยังย้ำว่ากฎอัยการศึกไม่มีผลกระทบคนดี แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ทำไมยังต้องคงการใช้กฎอัยการศึกต่อไปจนกว่าจะพ้นการเลือกตั้ง

เนื้อหา พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 คลิกอ่านได้ที่นี่

14 ล้าน ? 10 ล้าน ? 4 แสน ? ใครชนะ ?

คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 20 ส.ค. 50, 12.30 น.

รับ : 14,249,520 คิดเป็น 56.66%
ไม่รับ : 10,419,912 คิดเป็น 41.43%
บัตรเสีย : 479,715 คิดเป็น 1.91 %

ผู้มีสิทธิทั้งหมด : 45,658,178
ผู้มาใช้สิทธิ : 25,149,147 คิดเป็น 54.80%

ที่มา.. 202.60.199.51 และ ect.go.th

บล็อกนี้ขอเขียนถึงคะแนนเสียง Vote No ทั้ง 10 ล้านเสียง (รวมทั้งบัตรเสีย อีก 4 แสน) ที่ช่วยกันบอกว่า เราไม่ต้องการ ร่างรัฐธรรมนูญที่ได้มาจากเผด็จการทหาร

ชุมชน กฎ ประชาธิปไตย เผด็จการ ความเป็นเจ้าของ !

ช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาศอ่านกระทู้ในเว็บไซต์หนึ่งที่พูดถึงระบบ ชุมชน กับ การเกิดของระบบในชุมชน ว่าแท้จริงแล้วมันมีหลายมิติ โดยข้อความในกระทู้นั้นได้แยกแยะในประเด็นของ ชุมชนในโลกเสมือน และชุมชนในโลกจริง ดังนี้

quote
จุดต่างกันระหว่าง ชุมชนอินเทอร์เน็ตที่มีผู้เริ่มก่อตั้งที่ชัดเจน กับ ชุมชนประเทศที่ไม่มีอะไรชัดเจนและคงดำรงอยู่ไม่ได้เลยหากไม่มีประชาชน สิ่งที่ต่างกันก็คือ การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนหนึ่งๆ ในโลกไซเบอร์ (อาทิ ในเว็บบล็อค เว็บบอร์ด กระดานข่าว) คุณผู้เลือก จำเป็นต้องยอมรับ กฎ และระเบียบที่ถูกตั้งขึ้นโดย "ผู้ก่อตั้งชุมชน" นั้นก่อน และย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ที่คุณจะเลือกเขามาก่อตั้ง หรือบอกให้เขาต้องกำหนด กฎ หรือ ทำอะไรตามที่คุณชอบ เพราะคุณเข้ามาทีหลังผู้ก่อตั้งนะ อย่าลืม! ดังนั้น คุณจะเรียก มติ กฎ มารยาท ที่ถูกตั้ง และถูกใช้เหล่านั้นว่า เป็น "เผด็จการ" ไม่ฟังเสียงคนในชุมชน ได้อย่างไร? ในเมื่อคุณยอมเข้ามาในชุมชน ที่มีกฎแบบนั้นมาตั้งแต่แรก?

ในขณะที่ ชุมชนประเทศ คนในประเทศจำนวนไม่น้อยอยู่มาก่อน "ผู้นำ" หรือ "ผู้ขีดขอบเขตประเทศ" เช่นนี้ กฎหมาย หรือกฎระเบียบใดๆ จึงย่อมต้องมาจากเสียงของผู้อยู่มาก่อนเหล่านั้นทั้งหมด อยู่เอง (จะโดยตัวแทน หรือโดยตรงก็ว่ากันไป) มันถึงจะถูก หากจู่ๆ คนๆ หนึ่ง ที่อาจอยู่มาพร้อมกัน หรืออย่างเลวที่สุด มาอยู่ทีหลังผู้คนอีกจำนวนมาก ลุกขึ้นตั้งกฎใช้กับคนอื่นๆ หรือทำอะไรโดยไม่ฟังเสียงคนอื่นๆ ก็ควรต้องเรียกเจ้าคนนั้นกันล่ะว่า มันเป็น "เผด็จการ"

-----

ลองมาคิดดู เป็นจริงทุกประการกับข้อความข้างต้น แล้วแต่ว่าในชุมชนในโลกเสมือนในแต่ละแห่ง(เว็บไซต์นั้นๆ) จะเห็นภาพของผู้ตั้งชุมชนชัดเจนแค่ไหน มี อาจารย์ท่านหนึ่งเคยคอมเม้นว่า ถ้าจะให้ชุมชนในโลกเสมือนอยู่ได้นานๆ เจ้าของ/ผู้ก่อตั้ง ต้องแสดงความเป็นเจ้าของให้น้อย (แบบว่าหายๆ ไปหน่อย)

พูดแล้วกลับมานึกถึงเว็บสองเว็บที่เกี่ยวข้องบ่อยๅ (1) ThaiMacClub.net ที่พักนี้ ทีมงานคนดูแลหายตัวไปกันหมด และ (2) Freemac.net ที่เจ้าของทำงาน จนลืมไปแล้วมั้งว่ามีเว็บนี้อยู่ (ฮาๆๆๆ) แต่ทั้งสองเว็บที่ว่า กระทู้วิ่งมากๆ วันนึงหลายสิบกระทู้ สมาชิกแสดงความคิดเห็นกันสนุกสนาน

เอาล่ะจะเล่นเว็บไหน ก็ขอให้มีความสุข ถ้าเกิดวันไหนไม่สุข มันก็หมดสนุกล่ะครับ อิอิ

หมายเหตุ1: ข้อความข้างต้นคัดลอกมาบางส่วนเท่านั้น
หมายเหตุ2: ขออภัยที่ไม่เปิดเผยต้นทางของกระทู้ เพราะอาจจะทำให้บุคคลที่สาม,ที่สี่เกิดความไม่สบายใจ