Mac OS X

Translate this page to ...

Chinese (Simplified) Dutch English French German Japanese Korean Spanish Swedish

LifePoster (Again)

December 4, 2006 - 2:18pm -- poakpong

หลังจากเคยทำบทความ LifePoster ใน TMC เมื่อนานมาแล้ว ล่าสุดมีภาพจำนวนหนึ่งมาอยู่ในมือเลยจับทำ LifePoster อีกสักรอบ (แต่เอาไป print ใช้เวลาหลายวันเหมือนเดิม วันศุกร์ถึงจะได้รูปจริง -_-") ดูรูปแบบย่อไปก่อนละกัน

LifePoster

ปล.มีปัญหากับการ page setup ใน iPhoto เวอร์ชั่น 6 เลยต้องกลับไปใช้เวอร์ชั่น 5 ซะงั้น (ใครรู้วิธีแก้บอกด้วยนะ) อิอิ

ชอบอะไรใน OS X และ windows XP

November 23, 2006 - 9:22pm -- poakpong

คำเตือน: บล็อกวันนี้หยิบข้อความมาจากแมคอินทอชฟอรั่ม กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน ^^

- - - - -

หัวข้อ : ชอบอะไรใน OS X และ windows XP

โดย : kaopun2005

วัน/เวลา : Thu Nov 23, 2006 | 9:19:00

ข้อความ : ขอตอบอย่างเดียวนะครับ

รู้สึกว่าปัจจุบันตลาดแมคขยายตัวไปทางพีซีมากขึ้น เลยมาลองถามว่าพี่ป้าน้าอาชอบอะไร

OS X: ส่วนตัวชอบ spot light ที่สุด มันฉลาดมากเลยอ่ะ

windows XP: ขอนึกก่อน ประมาณว่าใช้มานานเลยชินไปเลย ไม่รู้สึกว่าชอบอะไรพิเศษ

- - - - -

ความเห็นที่ : 6

โดย : godzilla

วัน/เวลา : Thu Nov 23, 2006 | 10:02:42

ข้อความ : ส่วนดี Windows XP : มันมีด้วยหร๊อ!!!

ส่วนดี Mac OS : ขอมันรู้ ๆ กันอยู่ ของดีไม่ต้องโฆษณา!!

อย่าถามเหตุผลว่าทำไมผมไม่ชอบ Windows

เพราะ Windows ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายคนคิด...แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้มีดีอย่างที่หลายคนบอกผม

- - - - -

ความเห็นที่ : 13

โดย : gun_022

นาฬิกาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์

October 23, 2006 - 7:50pm -- poakpong

ก่อนหน้านี้ (สัก 1-2 เดือนที่แล้ว) พยายามหาโปรแกรม Screen Saver ที่เป็นนาฬิกาบอกเวลาซักหน่อย หาไปหามาได้แค่ นาฬิกาแบบเข็ม ซึ่งจริงๆ อยากใช้แบบเป็นตัวเลข (ในตอนนั้นเจอแต่อันที่ไม่ประทับใจ - เลยใช้แบบเข็มมาสักพัก) ดูภาพประกอบ

นาฬิกาแบบเข็ม

แบบตัวเลขในตอนนั้น ซึ่งมันวิ่งไปมาทั้วจอ น่ารำคาญมาก!

แต่ล่าสุด มีพี่สมาชิก Thai Mac Club มาโพสแนะนำเอาไว้ ( FLIQLO Scree saver - คลิกเพื่อดูรายละเอียด ) ซึ่งโหลดมาลองใช้แล้ว ถือว่าประทับใจกับโปรแกรมมาก ตัวเลขสวย/ชัดเจน/กราฟฟิคสุดคลาสสิก ตอนนี้เลยเป็น Screen Saver ของทุกเครื่องไปซะแล้ว - ดูรูปเอาเองนะ ^^

Plug-in ของโปรแกรม Mail กับอีเมลเจ้าปัญหา Hotmail

October 6, 2006 - 7:27am -- poakpong

ก่อนหน้านี้เคยได้รู้จักกับ plug-in ที่ชื่อ HttpMail ซึ่ง(เค้า)ว่ากันว่าเป็น plug-in ที่ช่วยให้โปรแกรม Mail ที่มากับ Mac OS X นั้นสามารถดึงอีเมลจาก Hotmail.com เข้ามายังเครื่องเราได้ แต่จากที่พยายามลองมาหลายครั้งหลายเวอร์ชั่น แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จจนถึงกับเลิกความพยายามจะดึงอีเมลจาก Hotmail อีกเลย

แต่กระนั้นล่าสุดก็มีคนชี้แนะทางสว่างให้รู้จักกับ plug-in ตัวใหม่(สำหรับเรา) ชื่อว่า Mail to Fetch โดยการติดตั้งก็เพียงลากลงไปในโฟลเดอร์ Application จากนั้นก็ทำการ Install เมื่อ Install เสร็จก็เข้าไปเพิ่มอีเมลของ Hotmail ได้ทันที โดยในเว็บไซต์ผู้ผลิต plug-in อธิบายเอาไว้ค่อนข้างละเอียดพอสมควร

Download Mail to Fetch (at MacUpdate.com)

วิธีการติดตั้ง Mail to Fetch: (แปลโดย ปกป้องดอทคอม)

1. ลากไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาเข้าไปไว้ในโฟลเดอร์ Application

2. เปิดไฟล์ Mail to Fetch รอจนกว่าจะมีข้อความ "successfully installed" จากนั้นก็ปิด Mail to Fetch

3. เปิดโปรแกรม Mail

4. เปิดเมนู Preferences > Account เลือก "Create New account"

5. เลือกชนิดของอีเมลเป็น "POP"

6. ใส่คำอธิบาย (Description) "Hotmail" หรืออย่างอื่นเพื่อช่วยจำ

7. ใส่ชื่อของคุณ เช่น "Bill Bill"

8. ใส่อีเมลแอดเดรส เช่น "[email protected]"

9. ในหน้าถัดไป ในช่อง Incoming e-mailserver ให้ใส่ "localhost"

10. ชื่อผู้ใช้: ให้พิมพ์อีเมลของ เช่น "[email protected]"

11. รหัสผ่าน: ใส่รหัสผ่านของอีเมลข้างต้น

12. คลิกต่อไป โดยโปรแกรมจะฟ้องว่ามีปัญหา เพราะไม่สามารถติดต่อกับ "localhost" ได้ แต่ไม่ต้องสนใจทำการต่อไปได้เลย

13. เอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง SSL UN

14. ใส่ค่า SMTP ที่เราใช้งาน โดยอ้างอิงจาก ISP ที่เราใช้บริการอยู่ เช่น True Hi-speed จะเป็น classic.asianet.co.th

15. เลือก "Next/Continue" เพื่อจบการเพิ่มอีเมล

16. จากนั้นให้คลิกที่ชื่ออีเมล "Hotmail" ที่เราพึ่งจะเพิ่มเข้าไป

17. ให้เลือกหัวข้อ "Advanced" ในส่วนของการตั้งค่าเพิ่มเติม

18. ให้เปลี่ยน mail-server port จากเดิม 110 เป็น 11110

19. ปิดการตั้งค่า (Preferences) และทำการบันทึก

เท่านี้ก็จะสามารถดึงอีเมลจาก Hotmail เข้าสู่โปรแกรม Mail ได้แล้ว

จากที่ทดลองใช้มา 2-3 วัน ตอนนี้ยังสามารถดึงอีเมลได้เป็นปกติ - แต่มีข้อสังเกตว่าไฟล์ Mail to Fetch.app ที่อยู่ในโฟลเดอร์ Application และใน HDD นั้นห้ามไปลบมันเด็ดขาดเพราะมันเป็นตัวการสำคัญในการดึงอีเมลเข้ามาในโปรแกรม Mail

ถ้าใครลองใช้แล้วถูกใจก็ส่งเงินอุดหนุน (Donate) ให้กับผู้ผลิต plug-in ได้ด้วยนะครับ

Mail to Fetch Website

ขอบคุณ คุณ yuda จาก TMC forum

มาลองเล่น Automator กัน

August 26, 2006 - 12:45am -- poakpong

หลังจากที่ Mac OS X 10.4 ออกมาตั้งแต่เดือนเม.ย.ปี 2005 มีโปรแกรมหนึ่งที่น่าใช้ แต่ไม่ค่อยได้ใช้อยู่โปรแกรมหนึ่ง นั่นคือ Automator โปรแกรมที่มีคุณสมบัติช่วยเราทำงานซ้ำๆ กันแทนเรา โดยไม่ต้องมานั่งคลิกที่ละขั้นตอน เพียงแค่เรา setup เอาไว้ เพียงคลิกเดียวเราก็สามารถทำงานหลายๆ อย่างต่อเนื่องกันได้

Automator ใน Mac OS X ยังอ้างอิงกับโปรแกรมพื้นฐานอื่นๆ ใน System เอง เพราะถ้าคิดจะเอาไปใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ก็คงยากสักหน่อย

ก่อนหน้านี้ก็ลองมั่วๆ ได้ชุดคำสั่งออกมา 2-3 อัน ด้วยความที่ไม่มีข้อมูลอ้างอิงมั่วๆลากๆ Action ต่อโน่นต่อนี่ เลยไม่ค่อยเรียบร้อยสักเท่าไหร่

แต่ล่าสุดคุณ bank แห่ง thaimacdev.com ได้โพสวิดีโอสอนการทำงาน Automator เบื้องต้นให้ดูกันแบบจะๆ เลยถึงบ้างอ้อในหลายส่วน สรุปคำสั่งที่คุณ bank ลองทำให้ดูง่ายกว่าที่เราลองทำมั่วๆ ซะอีก

คราวนี้ลองมาเล่น Automator กับการใช้งานแบบพื้นๆ กันสัก 3-4 แบบ ดูสิว่ามันจะพอช่วยให้เราสบายขึ้นได้แค่ไหน ทั้งหมดนี้เวลา save เราเลือกให้เป็น plug-in สำหรับ Finder ได้เลย เวลาเรียกใช้ก็เพียง command+click (คลิกขวา) เพื่อเรียกใช้งาน

อันแรก Batch Rename การเปลี่ยนชื่อไฟล์เป็นกลุ่ม อันนี้คำสั่งไม่ซับซ้อน เพียงเลือก action "Rename Finder Items" มาใช้งาน โดยให้เราเลืือก Show Action When Run เอาไว้ให้เราสามารถกำหนด เงื่อนไข ตอนที่เรา Run Action Automator ได้ (อันนี้ได้มาจากคุณ bank เต็มๆ ^^) จากนั้นก็ save เป็น plug-in ของ Finder โดยชื่อก็ตั้งได้เองตามความเข้าใจของเรา

อันที่สอง Scale and Change Type Image เปลี่ยนชนิดไฟล์และย่อ/ขยายไฟล์ภาพ อันนี้มีขึ้นตอนเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง โดยผมกำหนดให้ Automator เปลี่ยนไฟล์ที่เลือกเป็น JPEG และสั่งให้ปรับขนาดภาพ แต่เลือกให้ถามว่าจะปรับขนาดอีกครั้งตอน Run Action จากนั้นก็ save เป็น plug-in ของ Finder เช่นเดิม

อันต่อมา Upload FTP สำหรับหลายๆ คนที่มีเว็บไซต์ของตัวเอง (หรือเว็บของคนอื่น) ก็คงจะชอบ Action ตัวนี้เพราะมันสามารถส่งไฟล์ที่เราเลือกเข้าสู่ server โดยเราไม่ต้องคลิกโปรแกรม FTP (แต่มันจะเรียกขึ้นมาและปิดไปเองเมื่อทำงานเสร็จ) กำหนดค่าต่างๆ แล้วก็ save เป็น plug-in ของ Finder เหมือนกัน

อันสุดท้าย Convert Song to iPod อันนี้น่าจะเหมาะกับคนที่มี Audio CD จำนวนมาก และทำการนำเพลงเข้าสู่ iPod เป็นประจำ Action ชุดนี้มีด้วยกัน 3 ช่วงคือ Import Audio File, Add Songs to iPod และ Eject iPod โดยอันนี้สั่งให้มันทำงานไปโดยไม่ต้องมีข้อความถาม เมื่อนำ Action มาต่อกันแล้วก็ save เป็น plug-in ของ Finder วิธีการทำงานก็เอา Audio CD ใส่ใน drive และเสียบ iPod ต่อกับเครื่อง จากนั้นคลิกขวา Audio CD แล้วเลือก Action ที่กำหนดไว้ ผลที่ได้ก็จะเกิดไฟล์เพลงที่ต้องการไปอยู่ใน iPod และเมื่อเสร็จแล้ว iPod จะถูก Eject จาก Desktop โดยอัตโนมัติ

วิธีเรียกใช้งาน Automator

ตัวอย่างการของการทำงานโดยเลือก Show Action When Run

ทั้งหมดนี้เป็นแค่เบื้องต้น ในการลองทำงานของ Automator โดยนี่คงเป็นแค่พื้นฐานเบื้องต้นเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น ใน Automator มี Action ให้เลือกใช้งานอีกเป็นร้อยคำสั่ง ยังไงก็ลองเล่นกันนะครับ ^^

How-to set perfect Mac OS X for Thai people!

August 20, 2006 - 2:52pm -- poakpong

มันมีประเด็นในเรื่องการทำงานของระบบปฎิบัติการ Mac OS X (เวอร์ชั่นล่าสุดคือ 10.4.7) กับการใช้งานของคนไทย หรือคนที่เพิ่งจะเริ่มใช้งาน ว่าจะต้องทำอะไรกับมันบ้าง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรียกสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ออกมาใช้ให้ได้ความสามารถมากที่สุด

จริงๆแล้วคอมพิวเตอร์ Apple Macintosh เป็นคอมพิวเตอร์ที่ยกออกจากกล่องเสียบปลั๊ก ก็สามารถใช้งานได้ทันที (หมายถึงไม่ต้องวุ่นวายกับ driver หรืออื่นๆ เกี่ยวกับ hardware ที่ประกอบมากับเครื่อง เพราะทุกอย่างพร้อมใช้งานทันที - จนประเด็นนี้กลายเป็นโฆษณาตัวหนึ่งในชุด Get a mac)

เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา Mac OS X พร้อมจะให้เราใช้งานได้ทันที แต่เมื่อเราเป็นคนไทย จำเป็นต้องใช้ภาษาไทย Mac OS X ก็สามารถเรียกคุณสมบัตินี้ได้ เพียงแค่เราเข้าไปตั้งค่าในเมนู International ใน System Preferences - ดูวิธีการได้จากบทความ Tips & Tricks Part IV (Set Thai Language in Tiger) จากเว็บไซต์ thaimacclub.net เท่านี้เราก็จะมีภาษาไทยใช้ใน Mac OS X

หมายเหตุ: การใช้งานภาษาไทยนั้น ในเบื้องค้นสามารถใช้ได้กับทุกโปรแกรม แต่หากเมื่อเราเริ่มเอาโปรแกรมอื่นๆ มา install เพิ่มบางโปรแกรมอาจไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้ เช่น FileMaker, Adobe (ไม่สามารถทำงานกับ font ภาษาไทยสวยๆ โดยไม่ใช้ได้โดยไม่มี TSP) และอีกบางโปรแกรม

โปรแกรมพื้นฐานอื่นๆ ที่มากับระบบ เช่น Safari, iChat, Mail, iTunes หลังจากเราตั้งค่าภาษาไทยแล้ว มันจะสามารถรองรับภาษาไทยได้ทันที

หากจะไล่เป็นแต่ละโปรแกรมควรจะทำอะไรกับมันบ้างหรือเปล่าเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ก็เอาคราวๆ ได้ดังนี้

- Internet

อินเตอร์เนตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต Life Style เข้าไปทุกวัน อีกทั้ง Hi-Speed Internet มันก็หามาใช้ได้ง่ายดายมากขึ้น ปกติแล้วควรจะตั้งค่าอะไรเพิ่มเติมจากแบบเดิมๆ หรือไม่ โดยถ้าในโปรแกรมเอง ก็ให้ไปเปิดความสามารถของ Tab Browsing เพื่อให้สามารถ เปิดหลายๆเว็บเพจในหน้าต่างเดียวได้ - อ่านข้อมูลจากบทความ Open up Safari ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 จากเว็บไซต์ thaimacclub.net

- Chat

การสนทนาผ่านทางอินเตอร์เนต ในปัจจุบันมีอยู่หลายช่องทาง โดยโปรแกรมที่มาพร้อมกับ Mac OS X นั่นคือ iChat AV นั้นสามารถเอา ชื่อผู้ใช้ (user) ของเว็บไซต์ AIM หรือไปสมัคร dot Mac เอามาเพื่อใช้งานได้เลย - บทความ iChat Experience ตอนที่ 1,2 และ 3 จากเว็บไซต์ thaimacclub.net - ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ก็มีเวอร์ชั่นแมคให้ดาวน์โหลดเอามาใช้ฟรีเช่นกัน ทั้ง MSN, Yahoo Messenger, Skype, Google Talk (อันนี้เอาชื่อผู้ใช้จาก Gmail มาใช้กับ iChat ได้เลย)

หมายเหตุ: MSN ใน Mac จะมีความสามารถไม่เท่ากับ เวอร์ชั่น Windows แต่ถ้าต้องการใช้งานใกล้เคียงกับเวอร์ชั่น PC ต้องใช้โปรแกรมเสริมเช่น aMSN, AdiumX ฯลฯ

- Mail client

หากต้องการใช้โปรแกรม Mail client (คล้ายๆ Outlook ใน Windows) ก็มีโปรแกรม Mail มาให้ใช้ได้เลย เพียงแค่เรามีอีเมลที่สามารถใช้ POP3, IMAP ก็สามารถนำมาใช้ได้เลย เช่นอีเมลของ GMail, อีเมลของ Yahoo.co.th หรืออีเมลที่เสียเงิน - วิธีการใช้งานดูจากบทความ Advance Your Mail จากเว็บไซต์ thaimacclub.net

- Music & Movie

ดูหนังฟังเพลงใน Mac OS X นั้น ก็มีโปรแกรมเพื่อความบันเทิง iTunes เป็นโปรแกรมที่บริหารเพลงที่เรามีอยู่ในเครื่องได้อย่างไม่ยากเย็น และยังเป็นโปรแกรมเชื่อมต่อไปยังเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่ยอดฮิตอย่าง iPod แต่มีบางประเด็นเล็กน้อยที่บางครั้งเอาเพลงไทย (ชื่อเพลงภาษาไทย) เข้าไปในโปรแกรมแล้วอ่านไม่ออก ก็มีเทคนิคในการแปลงให้สามารถอ่านได้เช่นกัน - บทความ Convert iTunes ID3 Tags to Thai Unicode จากเว็บไซต์ thaimacclub.net - สาเหตุก็เพราะไฟล์ที่เราเอามาฟัง เก็บข้อมูลแบบตัวอักษรที่เข้ารหัสแบบ ASCII แต่โปรแกรม iTunes แสดงผลข้อมูลแบบ Unicode เลยต้องมีทริ๊กนิดหน่อย

โปรแกรมดูหนัง ใน Mac OS X มี QuickTime Player และ DVD Player ทั้งสองโปรแกรมมีความแตกต่างกันนิดหน่อย คือ QuickTime นั้นเน้นไปทางไฟล์ขนาดเล็กทั้ง .mov .mpg .avi รวมทั้ง .DAT (ไฟล์ของ VCD) และ DVD Player ก็เอาไว้เปิดแผ่น DVD โดยมีเมนู DVD ในนั้นครบถ้วน

โปรแกรมอื่นๆ ในบางครั้งไฟล์ทางคอมพิวเตอร์ นั้นมาจากหลายแหล่ง การแปลง encode ไฟล์ต้นทางก่อนที่เราจะเอามาดู มีได้หลายแบบ หากเราต้องการโปรแกรมอื่นๆ ที่ช่วยให้เราสามารถดูไฟล์ได้ครบถ้วนมากขึ้น ก็อาจจะดาวน์โหลดโปรแกรม VLC, MPlayer และอีกหลายโปรแกรมใช้งานแบบฟรีๆ ได้

และที่สำคัญสำหรับไฟล์ .wmv และ .wma นั้นต้องดาวน์โหลดโปรแกรม windows media player มาติดตั้งเอาไว้ด้วย เพื่อให้เล่นได้อย่างครบถ้วน หรือจะใช้ plug-in สำหรับ QuickTime ที่ชือ Filp4Mac ก็ได้เช่นกัน

- Font

ถ้าทำงานเกี่ยวกับการออกแบบ แบบอักษร (font) ก็จำเป็นกับการใช้งาน แต่ Mac OS X มีแต่เฉพาะ font ที่เพียงสามารถอ่านภาษาไทยได้เท่านั้น มี font เบื้องต้นแค่ 5-6 แบบ เช่น Ayuthaya, Krungthep, Lucida Grande, Sathu, Sathorn ฯลฯ ส่วนแบบอักษรที่สวยๆ จะต้องหามาติดตั้งเอาเองภายหลัง

โดยอาจจะดาวน์โหลดแบบลายมือที่เค้ายินดีให้โหลดฟรีได้ที่เว็บ f0nt.com แต่ในบางครั้งอาจไม่เพียงพอต่อการทำงาน จะต้องซื้อ font มาใช้เพิ่มเติม เช่นชุด DB ฯลฯ

- ETC.

อื่นๆ ยังนึกไม่ออก ถ้ามีเพิ่มเติมจะเอามาลงในโอกาสต่อๆไป

หมายเหตุ: โปรแกรมที่อยู่ใน blog วันนี้สามารถหาได้จากเว็บไซต์ www.macupdate.com, www.versiontracker.com หรือหากยังหาไม่เจอให้เริ่มค้นหาที่ www.google.com เพื่อหาเว็บไซต์ของผู้ผลิตโปรแกรมนั้นๆ

บันทึกช่วยจำ (FFmpegX & MSN corporate Tab)

May 23, 2006 - 2:23pm -- poakpong

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้อัพเดทเว็บตัวเองเลย มัวแต่ทำเว็บคนอื่นอยู่ วันนี้เลยเอามาทำบันทึกช่วยจำไว้หน่อยแล้วกัน

...

การตั้งค่าการแปลง .mov ให้เป็น .mpg (VCD) ใน FFmpegX

หลังจากติดตั้งโปรแกรม FFmpegX เรียบร้อย (ดูการติดตั้งทั้งหมดได้จากเว็บ freemac.net) การแปลง .mov ที่ต้องการให้เป็น .mpg เพื่อนำไปทำเป็น VCD ต้องตั้งค่าต่างๆ ดังนี้

- หลังจากเอาไฟล์ต้นทางเข้าไปในโปรแกรมแล้ว ก็เลือกไฟล์ปลายทางเป็น VCD mpeg2enc
- กำหนดขนาดไฟล์ปลายทาง (Video) กว้างxสูง (เช่น 352 x 288 pixel) format PAL
- ในส่วนของ Audio และ Filter ไม่ต้องแก้ไขอะไร
- หัวข้อ Option ให้เอาเครื่องหมายหน้าหัวข้อ Letterbox ออก (ตามภาพ)
- หัวข้อ Tools ให้เอาเครื่องหมายหน้าหัวข้อ Author as VCD (.bin/.cue) และ Split In Auto chunks ออก (ตามภาพ)
- จากนั้นก็ทำการ Encode ได้เลย

ไฟล์ที่ได้ออกมาจะมี 3 ส่วน คือ .ff.m1v, ff.mp2 และ .ff.mpg โดย 2 ไฟล์แรกนั้นไม่ต้องใช้ก็ได้ ส่วนที่จะนำไป burn เป็น VCD ให้นำไฟล์ที่ 3 ไปใช้ได้ทันที

...

การเอา Tab corporate ออกจากโปรแกรม Microsoft Messenger 5.X ใน Mac OS X

หลังจากหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตก็พบว่าสามารถเอา Tab corporate ออกได้ ถ้าคุณไม่ได้ใช้ :p

อ้างอิงจากเว็บไซต์ : MacOSHints และ NeoWin Forum (หรือดาวน์โหลดไฟล์ ContactWindow.pobj จากที่นี่ได้เลย)

สำหรับขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก:
- ปิดโปรแกรม Messenger
- ไปที่โปรแกรม Messenger ในโฟลเดอร์ Applications คลิกขวาเลือก Show Package Contents
- เข้าไปที่โฟลเดอร์ Content > Resources มองหาไฟล์ที่ชื่อ ContactWindow.pobj แล้วนำไป backup ไว้ที่อื่น แล้วนำไฟล์ที่ดาวน์โหลดไปใส่กลับไปแทน
- จากนั้นปิดโฟลเดอร์ ทั้งหมดให้เรียบร้อย เปิดโปรแกรม Messenger ใช้งานตามปกติ เท่านี้ Tab ที่ไม่ได้ใช้ก็จะหายไป

แต่ถ้าต้องการนำกลับมาใช้ใหม่ ก็เพียงทำตามขั้นตอนเดิม แล้วนำไฟล์ ContactWindow.pobj ที่เอาออกมากลับไปใส่ไว้ที่เดิม


ภาพ Tab corporate ก่อนเอาออก


หลังจากเอา Tab corporate ออกไปแล้ว

...

และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว MacBook ตัวล่าสุด ออกมายั่วตายั่วใจสาวกแมคเป็นรุ่นล่าสุด

Firefox 1.5.0.3 + Thai WBR in Mac OS X

May 16, 2006 - 7:55pm -- poakpong

หลังจากที่คุณ Isriya ได้ทำการ patch Firefox เวอร์ชั่น 1.5.0.2 ไปเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว (หลังจากที่ Firefox 1.5.0.2 ต้นฉบับออกมาสักพักใหญ่แล้ว) และล่าสุด Firefox ต้นฉบับได้ก็ขยับไปเป็น 1.5.0.3 อีกครั้ง สำหรับใน Mac OS X ที่ patch + Thai WBR ก็ค่อยๆ ขยับตามไปเรื่อย

แต่คราวนี้คนที่ patch ก็คือคุณ Keng ช่วย patch ขึ้นมาให้ชาวแมคในไทยได้ใช้กันแบบไม่ต้องรอนาน


ทดสอบภาพแบบ png ว่ามี transparancy ได้รึป่าว ^^

ดาวน์โหลด Firefox 1.5.0.3 Thai WBR for Mac OS X ได้ตาม link mirror ต่อไปนี้เลยครับ:

Tiger Secrets / Calq+SizzlingKeys

May 14, 2006 - 10:46pm -- poakpong


ข้อความในบล็อกวันนี้นำบางส่วนมาจากบทความ Tiger Secrets Declassified ใน Macworld ฉบับ October 2005

Get Networked On-The-Go [System]

Mac OS X 10.4 รองรับการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องด้วยสาย FireWire โดยคุณไม่ต้องผ่านทาง Target Disk Mode สำหรับการติดตั้งทั้งสองเครื่องต้องเปิดเมนู Show: Network Port Configurations ใน Network Preference จากนั้นก็เลือกให้ Built-in FireWire เปิดทำงาน แล้วก็ไปเปิด Shareing Preference และกดปุ่ม Start เพื่อเปิดการทำงานของ Personal Fire Sharing

image

Get Better Info [System]

เมื่อคุณเลือกดูรายละเอียดในหลายๆ ไฟล์ ด้วยคำสั่ง File: Get Info ก็จะมีหน้าต่างรายละเอียดของแต่ละอัน แต่ถ้ากดปุ่ม Control แล้ว Get Info ก็จะได้หน้าต่างแสดงรายละเอียดแบบรวม แต่ถ้าเรากดปุ่ม Option แล้ว Get Info ก็จะแสดงข้อมูลแบบ Inspector คือสามารถดูข้อมูลไฟล์/โฟลเดอร์อื่นๆ ได้เลยเพียงคลิกที่ไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการ โดยไม่ต้อง Get Info อีกครั้ง

image

image

Securely Erase Your Hard Disk [System]

โดยก่อนที่คุณจะขายเครื่อง หรือมอบเครื่องที่คุณใช้ให้กับคนอื่น หลังจากคุณคัดลอกข้อมูลออกจากเครื่องแล้ว วิธีการล้างข้อมูลแบบไม่สามารถก็กลับมาได้อีก ทำโดยรีสตาร์ทและบูทด้วยแผ่นติดตั้ง Mac OS X และเปิด Disk Utility เลือกเมนู Erase ในหัวข้อ Security Option เลือกว่าจะแบบ 7-Pass Erase หรือถ้าต้องการความแน่ใจก็เลือกแบบ 35-Pass Erase เท่านี้ต่อให้ James Bond ก็ไม่สามารถกู้ไฟล์สำคัญของคุณกลับมาได้แน่นอน

Create Better Passwords [System]

สำหรับความปลอดภัยของ Mac OS X Tiger นั้นมีการใช้งาน Password จำนวนมาก และเมื่อต้องการสร้าง Password ใหม่ เราสามารถเช็ดระดับความยากของ Password ได้โดยทดสอบจากโปรแกรม Keychain Access เมื่อเปิดโปรแกรมแล้วก็เลือก Plus Icon ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมา ให้เลือกที่สัญลักษณ์ Key Icon เพื่อทำการทดสอบความยากของ Password ใน Password Assistant

image

See Dashboard In A Flash [Dashboard]

โดยปกติการเรียกดู Dashboard ก็เพียงกดปุ่ม F12 และเมื่อเลิกดูก็กด F12 ซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้าหากต้องการดูแบบรวดเร็ว ก็แค่กด F12 ค้างเอาไว้ เมื่อดูเสร็จก็เอามือออกจากปุ่ม Dashboard ก็จะซ่อนกลับไปอย่างอัตโนมัติ

Whip Widgets Into Shape [Dashboard]

ในบางครั้ง widget แสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน เราก็สามารถทำการโหลดใหม่ เพียงกด Command+R

Place A Widget In The Finder [Dashboard]

ในบางครั้งหากเราต้องใช้ widget บางอันใน Dashboard บ่อย จนการกด F12 ไม่อำนวยความสะดวกกับเรานัก ก็เลยเอา widget ดังกล่าวมาอยู่บน Finder ซะเลย เพียงแค่เราเปิดโปรแกรม Terminal แล้วพิมพ์คำสั่ง "defaults write com.apple.dashboard devmode YES" หลังจากนั้นก็ log-out และ log-in สักรอบ หลังจากนั้นก็เพียงเลือก widget จากแถบเมนูและลากออกมาพร้อมกับกด F12 เพื่อปิด Dashboard ตัว widget ที่เราเลือกก็จะมาทำงานบน Finder ตามที่เราต้องการ

Reveal The File Path In Spotlight [Spotlight]

หลังจากค้นหาไฟล์จาก Spotlight ปกติถ้าคลิกที่ชื่อไฟล์ก็จะถูกเปิดด้วยโปรแกรมพื้นฐานที่เคยถูกเรียกใช้งาน แต่ถ้าเราต้องการหาไฟล์ข้างเคียงหรือดูว่าไฟล์ดังกล่าวอยู่ในโฟลเดอร์ไหน ก็ทำได้โดยกด Command+Click หรือ Command+Return -โดยคำสั่งนี้จะทำงานได้กับเฉพาะ Spotlight เมนูเท่านั้น- แต่เมื่อเราเรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นอีกโดยคลิก Show All เมื่อเราจะดูที่อยู่ไฟล์ เราต้องคลิกขวาแล้วค่อยเลือก Reveal in Finder เพื่อดูตำแหน่งของไฟล์นั้นๆ

image

Make TextEdit Docs Spotlight-Friendly [Spotlight]

บางโปรแกรมเช่น Microsoft Word หรือ Excel ได้มีการรวมข้อมูลของผู้ใช้ (metadata) เข้าไปในไฟล์ด้วย แต่เมื่อเราต้องใช้งาน TextEdit โดยพื้นฐานแล้วข้อมูลจำพวก metadata เข้าไปด้วยเราอาจจะต้องเรียกฟอร์มขึ้นมาเพื่อใส่ข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้การค้นหาจาก Spotlight ค้นหาได้ดียิ่งขึ้น โดยเมื่อเราเปิดโปรแกรม TextEdit ในโหมด rich-text (RTF) หลังจากนั้นก็เลือก File: Show Properties ก็จะมีฟอร์มต่างๆ เพื่อใส่ข้อมูล

image

A New Way To Grab Screenshots [Preview]

ปกติถ้าเราต้องการ Snap Shot หน้าจอก็สามารถทำได้โดยเพียงกดปุ่ม Command+Shift+3 (แบบเต็มจอ) หรือ Command+Shift+4 (ในส่วนที่ต้องการ) ก็จะได้ไฟล์ .png ขึ้นมาอยู่บน Desktop แต่อีกทางเลือกหนึ่งเพียงแค่ใช้โปรแกรม Preview เลือกเมนู File: Grab และเลือก Option ว่าจะ Selection, Window, Timed Screen เมื่อเราเลือกเรียบร้อยก็จะแสดงผลขึ้นมาที่โปรแกรม Preview ทันที

image

...

คัดมาเฉพาะที่ใช้กันบ่อยๆ แต่มีอีกหลายข้อที่น่าสนใจแต่ไม่ค่อยได้ใช้งานเลยข้ามไว้โอกาสหน้าละกันนะ ;)

...

แถมด้วยแนะนำโปรแกรมสารพัดประโยชน์ อีกสักตัวสองตัว

- ตัวแรก Calq 1.3 โปรแกรมเครื่องคิดเลข ทุกที่ทุกเวลา คือสามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลาเมื่อเรียกโปรแกรมแล้ว เพียงดำ Command+Option+C ก็จะมีแถบตัวเลขขึ้นมาให้ใช้งานบนหน้าจอทันที [ref:macworld.com]

image

- SizzlingKeys 3.0.3 เป็นอีกโปรแกรมที่น่าสนใจสำหรับคนที่ใช้ iTunes เป็นประจำ รูปแบบการทำงานคล้าย Calq คืือไม่ว่าคุณจะอยู่กับโปรแกรมไหนก็สามารถควบคุม iTunes ได้ตลอดเวลา โดยเราสามารถตั้งค่าปุ่มควบคมตามความถนัดได้ด้วย [ref:popbook.freemac.net]

image

เมื่อ .avi มาพร้อมกับ .sub ทำไงดีเนี่ย

May 6, 2006 - 3:07pm -- poakpong

โดยทั่วไปการ Rip หนังจาก DVD มีกรรมวิธีหลายแบบเกี่ยวกับ subtitle มีอยู่หลายแบบ เช่น จัดการฝัง subtitle ลงไปในภาพเลย - อย่างถ้าใช้ HandBrake ในการ Rip ก็จะได้ subtitle มาในภาพเรียบร้อย - แต่ถ้าใช้โปรแกรมอื่น แล้วดูด subtitle ออกมาเป็นอีกไฟล์หนึ่ง เพื่อความสะกวดในการเลือกดู subtitle ในภายหลัง - เป็นที่นิยมกับหนังที่มี subtitle มากกว่าหนึ่งภาษา

เอาล่ะหลังจากคน Rip จัดการไฟล์ทั้งหมดออกมาแล้ว ต่อไปก็เป็นกรรมวิธีในฝั่งผู้ที่ต้องการเอาไฟล์เหล่านี้ไปใช้ นั่นหมายถึงเวลาจะดูก็ต้องมีโปรแกรม ที่อำนวยความสะกวดในการชม

ถ้าไฟล์ทั้งหมดรวมมาแล้ว ก็เปิดด้วยโปรแกรมไหนก็สามารถดูได้ทันที (ทั้งภาพ/เสียง/และ subtitle) แต่ถ้ามาแยกกัน ก็ต้องหาโปรแกรมที่รองรับกระบวนการดังกล่าว

ใน Mac OS X โปรแกรมสำหรับเปิดไฟล์ multimedia ที่มากับ OS ก็คือ QuickTime แต่ QuickTime สามารถเปิดไฟล์หนังได้เท่านั้น เปิด subtitle พร้อมๆกันไม่ได้ เลยต้องมองหาโปรแกรมเปิดไฟล์ multimedia อื่นๆ ที่สามารถในการทำงานลักษณะนี้

...

Mplayer OS X (ดาวน์โหลด)

โปรแกรม Mplayer เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมพอสมควรในหมู่โปรแกรม multimedia ที่เป็น open source ใน linux และได้รับการพัฒนาต่อให้สามารถใช้ได้ใน Mac OS X โดยเพิ่มชื่อ OS ได้ด้านท้ายเป็น Mplayer OS X ฟังก์ชั่นที่เกี่ยวกับการเปิดเล่นไฟล์ subtitle นี่ก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำไฟล์ .avi เข้าไปไว้ใน playlist แล้วก็เลือก information - สัญลักษณ์ตัว i ตรงมุมซ้ายล่าง - เพื่อระบุไฟล์ subtitle ที่เกี่ยวข้องกัน รองรับชนิดไฟล์แบบ .sub และ .srt

แต่ปัญหาเฉพาะตัวของ Mplayer OS X อยู่ตรงที่ว่าไม่สามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดง subtitle ภาษาไหน - โปรแกรมจะแสดงอันที่เป็น default เท่านั้น

...

VLC (ดาวน์โหลด)

โปรแกรม VLC ก็เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยหน้า Mplayer - แต่โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเรียกใช้งาน VLC สักเท่าไหร่ - VLC ก็เป็นโปรแกรมที่พัฒนามาจาก open source และมีให้โหลดสำหรับ format อื่นๆด้วย ทั้งใน windows และ linux

การเรียกใช้ดู subtitle ก็เพียงเลือก Load Subtitle ตอน Open ไฟล์หนังได้เลย พอหลังจาก OK ก็ทำการเลือกว่าเราต้องการดู subtitle ภาษาไหนตามถนัด - หมายเหตุ VLC รองรับไฟล์ subtitle ที่เป็น .srt หรือ .sub (.sub ต้องมาพร้อมกับ .idx ถึงจะเปิดได้)

...

หากคุณมี .avi และ .sub ชนิดหลายภาษา แต่ต้องเปิดกับ VLC ก็ต้องทำการแปลง .sub ให้เป็น .srt เสียก่อน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงโหลดโปรแกรม sub2srt มาก็ทำการ convert ได้อย่างง่ายดาย

แก้ไขเพิ่มเติม 2549-06-06 22:19

...

สุดท้าย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่จะต้อง Rip หนัง DVD ออกเป็นไฟล์อื่น หวังว่าคงจะฝัง subtitle ภาษาไทยให้เรียบร้อย เพราะจะได้ไม่เดือนร้อนคนอื่นเวลาเอาไฟล์ที่คุณ Rip ไปเปิดดู :p ขอบคุณครับ

...

Pages

Subscribe to RSS - Mac OS X

Copyright Notice

© ปกป้อง POAKPONG.com ผลงานเขียนในเว็บบล็อกนี้ ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย

Disclaimer

เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา และวัฒนธรรมที่ดีงาม ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน