Translate this blog to...

Chinese (Simplified) Dutch English French German Japanese Korean Spanish Swedish

Mac OS X

บันทึกช่วยจำ (FFmpegX & MSN corporate Tab)

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้อัพเดทเว็บตัวเองเลย มัวแต่ทำเว็บคนอื่นอยู่ วันนี้เลยเอามาทำบันทึกช่วยจำไว้หน่อยแล้วกัน

...

การตั้งค่าการแปลง .mov ให้เป็น .mpg (VCD) ใน FFmpegX

หลังจากติดตั้งโปรแกรม FFmpegX เรียบร้อย (ดูการติดตั้งทั้งหมดได้จากเว็บ freemac.net) การแปลง .mov ที่ต้องการให้เป็น .mpg เพื่อนำไปทำเป็น VCD ต้องตั้งค่าต่างๆ ดังนี้

- หลังจากเอาไฟล์ต้นทางเข้าไปในโปรแกรมแล้ว ก็เลือกไฟล์ปลายทางเป็น VCD mpeg2enc
- กำหนดขนาดไฟล์ปลายทาง (Video) กว้างxสูง (เช่น 352 x 288 pixel) format PAL
- ในส่วนของ Audio และ Filter ไม่ต้องแก้ไขอะไร
- หัวข้อ Option ให้เอาเครื่องหมายหน้าหัวข้อ Letterbox ออก (ตามภาพ)
- หัวข้อ Tools ให้เอาเครื่องหมายหน้าหัวข้อ Author as VCD (.bin/.cue) และ Split In Auto chunks ออก (ตามภาพ)
- จากนั้นก็ทำการ Encode ได้เลย

ไฟล์ที่ได้ออกมาจะมี 3 ส่วน คือ .ff.m1v, ff.mp2 และ .ff.mpg โดย 2 ไฟล์แรกนั้นไม่ต้องใช้ก็ได้ ส่วนที่จะนำไป burn เป็น VCD ให้นำไฟล์ที่ 3 ไปใช้ได้ทันที

...

การเอา Tab corporate ออกจากโปรแกรม Microsoft Messenger 5.X ใน Mac OS X

หลังจากหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตก็พบว่าสามารถเอา Tab corporate ออกได้ ถ้าคุณไม่ได้ใช้ :p

อ้างอิงจากเว็บไซต์ : MacOSHints และ NeoWin Forum (หรือดาวน์โหลดไฟล์ ContactWindow.pobj จากที่นี่ได้เลย)

สำหรับขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก:
- ปิดโปรแกรม Messenger
- ไปที่โปรแกรม Messenger ในโฟลเดอร์ Applications คลิกขวาเลือก Show Package Contents
- เข้าไปที่โฟลเดอร์ Content > Resources มองหาไฟล์ที่ชื่อ ContactWindow.pobj แล้วนำไป backup ไว้ที่อื่น แล้วนำไฟล์ที่ดาวน์โหลดไปใส่กลับไปแทน
- จากนั้นปิดโฟลเดอร์ ทั้งหมดให้เรียบร้อย เปิดโปรแกรม Messenger ใช้งานตามปกติ เท่านี้ Tab ที่ไม่ได้ใช้ก็จะหายไป

แต่ถ้าต้องการนำกลับมาใช้ใหม่ ก็เพียงทำตามขั้นตอนเดิม แล้วนำไฟล์ ContactWindow.pobj ที่เอาออกมากลับไปใส่ไว้ที่เดิม


ภาพ Tab corporate ก่อนเอาออก


หลังจากเอา Tab corporate ออกไปแล้ว

...

และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว MacBook ตัวล่าสุด ออกมายั่วตายั่วใจสาวกแมคเป็นรุ่นล่าสุด

Firefox 1.5.0.3 + Thai WBR in Mac OS X

หลังจากที่คุณ Isriya ได้ทำการ patch Firefox เวอร์ชั่น 1.5.0.2 ไปเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว (หลังจากที่ Firefox 1.5.0.2 ต้นฉบับออกมาสักพักใหญ่แล้ว) และล่าสุด Firefox ต้นฉบับได้ก็ขยับไปเป็น 1.5.0.3 อีกครั้ง สำหรับใน Mac OS X ที่ patch + Thai WBR ก็ค่อยๆ ขยับตามไปเรื่อย

แต่คราวนี้คนที่ patch ก็คือคุณ Keng ช่วย patch ขึ้นมาให้ชาวแมคในไทยได้ใช้กันแบบไม่ต้องรอนาน


ทดสอบภาพแบบ png ว่ามี transparancy ได้รึป่าว ^^

ดาวน์โหลด Firefox 1.5.0.3 Thai WBR for Mac OS X ได้ตาม link mirror ต่อไปนี้เลยครับ:

Tiger Secrets / Calq+SizzlingKeys


ข้อความในบล็อกวันนี้นำบางส่วนมาจากบทความ Tiger Secrets Declassified ใน Macworld ฉบับ October 2005

Get Networked On-The-Go [System]

Mac OS X 10.4 รองรับการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องด้วยสาย FireWire โดยคุณไม่ต้องผ่านทาง Target Disk Mode สำหรับการติดตั้งทั้งสองเครื่องต้องเปิดเมนู Show: Network Port Configurations ใน Network Preference จากนั้นก็เลือกให้ Built-in FireWire เปิดทำงาน แล้วก็ไปเปิด Shareing Preference และกดปุ่ม Start เพื่อเปิดการทำงานของ Personal Fire Sharing

image

Get Better Info [System]

เมื่อคุณเลือกดูรายละเอียดในหลายๆ ไฟล์ ด้วยคำสั่ง File: Get Info ก็จะมีหน้าต่างรายละเอียดของแต่ละอัน แต่ถ้ากดปุ่ม Control แล้ว Get Info ก็จะได้หน้าต่างแสดงรายละเอียดแบบรวม แต่ถ้าเรากดปุ่ม Option แล้ว Get Info ก็จะแสดงข้อมูลแบบ Inspector คือสามารถดูข้อมูลไฟล์/โฟลเดอร์อื่นๆ ได้เลยเพียงคลิกที่ไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการ โดยไม่ต้อง Get Info อีกครั้ง

image

image

Securely Erase Your Hard Disk [System]

โดยก่อนที่คุณจะขายเครื่อง หรือมอบเครื่องที่คุณใช้ให้กับคนอื่น หลังจากคุณคัดลอกข้อมูลออกจากเครื่องแล้ว วิธีการล้างข้อมูลแบบไม่สามารถก็กลับมาได้อีก ทำโดยรีสตาร์ทและบูทด้วยแผ่นติดตั้ง Mac OS X และเปิด Disk Utility เลือกเมนู Erase ในหัวข้อ Security Option เลือกว่าจะแบบ 7-Pass Erase หรือถ้าต้องการความแน่ใจก็เลือกแบบ 35-Pass Erase เท่านี้ต่อให้ James Bond ก็ไม่สามารถกู้ไฟล์สำคัญของคุณกลับมาได้แน่นอน

Create Better Passwords [System]

สำหรับความปลอดภัยของ Mac OS X Tiger นั้นมีการใช้งาน Password จำนวนมาก และเมื่อต้องการสร้าง Password ใหม่ เราสามารถเช็ดระดับความยากของ Password ได้โดยทดสอบจากโปรแกรม Keychain Access เมื่อเปิดโปรแกรมแล้วก็เลือก Plus Icon ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมา ให้เลือกที่สัญลักษณ์ Key Icon เพื่อทำการทดสอบความยากของ Password ใน Password Assistant

image

See Dashboard In A Flash [Dashboard]

โดยปกติการเรียกดู Dashboard ก็เพียงกดปุ่ม F12 และเมื่อเลิกดูก็กด F12 ซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้าหากต้องการดูแบบรวดเร็ว ก็แค่กด F12 ค้างเอาไว้ เมื่อดูเสร็จก็เอามือออกจากปุ่ม Dashboard ก็จะซ่อนกลับไปอย่างอัตโนมัติ

Whip Widgets Into Shape [Dashboard]

ในบางครั้ง widget แสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน เราก็สามารถทำการโหลดใหม่ เพียงกด Command+R

Place A Widget In The Finder [Dashboard]

ในบางครั้งหากเราต้องใช้ widget บางอันใน Dashboard บ่อย จนการกด F12 ไม่อำนวยความสะดวกกับเรานัก ก็เลยเอา widget ดังกล่าวมาอยู่บน Finder ซะเลย เพียงแค่เราเปิดโปรแกรม Terminal แล้วพิมพ์คำสั่ง "defaults write com.apple.dashboard devmode YES" หลังจากนั้นก็ log-out และ log-in สักรอบ หลังจากนั้นก็เพียงเลือก widget จากแถบเมนูและลากออกมาพร้อมกับกด F12 เพื่อปิด Dashboard ตัว widget ที่เราเลือกก็จะมาทำงานบน Finder ตามที่เราต้องการ

Reveal The File Path In Spotlight [Spotlight]

หลังจากค้นหาไฟล์จาก Spotlight ปกติถ้าคลิกที่ชื่อไฟล์ก็จะถูกเปิดด้วยโปรแกรมพื้นฐานที่เคยถูกเรียกใช้งาน แต่ถ้าเราต้องการหาไฟล์ข้างเคียงหรือดูว่าไฟล์ดังกล่าวอยู่ในโฟลเดอร์ไหน ก็ทำได้โดยกด Command+Click หรือ Command+Return -โดยคำสั่งนี้จะทำงานได้กับเฉพาะ Spotlight เมนูเท่านั้น- แต่เมื่อเราเรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นอีกโดยคลิก Show All เมื่อเราจะดูที่อยู่ไฟล์ เราต้องคลิกขวาแล้วค่อยเลือก Reveal in Finder เพื่อดูตำแหน่งของไฟล์นั้นๆ

image

Make TextEdit Docs Spotlight-Friendly [Spotlight]

บางโปรแกรมเช่น Microsoft Word หรือ Excel ได้มีการรวมข้อมูลของผู้ใช้ (metadata) เข้าไปในไฟล์ด้วย แต่เมื่อเราต้องใช้งาน TextEdit โดยพื้นฐานแล้วข้อมูลจำพวก metadata เข้าไปด้วยเราอาจจะต้องเรียกฟอร์มขึ้นมาเพื่อใส่ข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้การค้นหาจาก Spotlight ค้นหาได้ดียิ่งขึ้น โดยเมื่อเราเปิดโปรแกรม TextEdit ในโหมด rich-text (RTF) หลังจากนั้นก็เลือก File: Show Properties ก็จะมีฟอร์มต่างๆ เพื่อใส่ข้อมูล

image

A New Way To Grab Screenshots [Preview]

ปกติถ้าเราต้องการ Snap Shot หน้าจอก็สามารถทำได้โดยเพียงกดปุ่ม Command+Shift+3 (แบบเต็มจอ) หรือ Command+Shift+4 (ในส่วนที่ต้องการ) ก็จะได้ไฟล์ .png ขึ้นมาอยู่บน Desktop แต่อีกทางเลือกหนึ่งเพียงแค่ใช้โปรแกรม Preview เลือกเมนู File: Grab และเลือก Option ว่าจะ Selection, Window, Timed Screen เมื่อเราเลือกเรียบร้อยก็จะแสดงผลขึ้นมาที่โปรแกรม Preview ทันที

image

...

คัดมาเฉพาะที่ใช้กันบ่อยๆ แต่มีอีกหลายข้อที่น่าสนใจแต่ไม่ค่อยได้ใช้งานเลยข้ามไว้โอกาสหน้าละกันนะ ;)

...

แถมด้วยแนะนำโปรแกรมสารพัดประโยชน์ อีกสักตัวสองตัว

- ตัวแรก Calq 1.3 โปรแกรมเครื่องคิดเลข ทุกที่ทุกเวลา คือสามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลาเมื่อเรียกโปรแกรมแล้ว เพียงดำ Command+Option+C ก็จะมีแถบตัวเลขขึ้นมาให้ใช้งานบนหน้าจอทันที [ref:macworld.com]

image

- SizzlingKeys 3.0.3 เป็นอีกโปรแกรมที่น่าสนใจสำหรับคนที่ใช้ iTunes เป็นประจำ รูปแบบการทำงานคล้าย Calq คืือไม่ว่าคุณจะอยู่กับโปรแกรมไหนก็สามารถควบคุม iTunes ได้ตลอดเวลา โดยเราสามารถตั้งค่าปุ่มควบคมตามความถนัดได้ด้วย [ref:popbook.freemac.net]

image

เมื่อ .avi มาพร้อมกับ .sub ทำไงดีเนี่ย

โดยทั่วไปการ Rip หนังจาก DVD มีกรรมวิธีหลายแบบเกี่ยวกับ subtitle มีอยู่หลายแบบ เช่น จัดการฝัง subtitle ลงไปในภาพเลย - อย่างถ้าใช้ HandBrake ในการ Rip ก็จะได้ subtitle มาในภาพเรียบร้อย - แต่ถ้าใช้โปรแกรมอื่น แล้วดูด subtitle ออกมาเป็นอีกไฟล์หนึ่ง เพื่อความสะกวดในการเลือกดู subtitle ในภายหลัง - เป็นที่นิยมกับหนังที่มี subtitle มากกว่าหนึ่งภาษา

เอาล่ะหลังจากคน Rip จัดการไฟล์ทั้งหมดออกมาแล้ว ต่อไปก็เป็นกรรมวิธีในฝั่งผู้ที่ต้องการเอาไฟล์เหล่านี้ไปใช้ นั่นหมายถึงเวลาจะดูก็ต้องมีโปรแกรม ที่อำนวยความสะกวดในการชม

ถ้าไฟล์ทั้งหมดรวมมาแล้ว ก็เปิดด้วยโปรแกรมไหนก็สามารถดูได้ทันที (ทั้งภาพ/เสียง/และ subtitle) แต่ถ้ามาแยกกัน ก็ต้องหาโปรแกรมที่รองรับกระบวนการดังกล่าว

ใน Mac OS X โปรแกรมสำหรับเปิดไฟล์ multimedia ที่มากับ OS ก็คือ QuickTime แต่ QuickTime สามารถเปิดไฟล์หนังได้เท่านั้น เปิด subtitle พร้อมๆกันไม่ได้ เลยต้องมองหาโปรแกรมเปิดไฟล์ multimedia อื่นๆ ที่สามารถในการทำงานลักษณะนี้

...

Mplayer OS X (ดาวน์โหลด)

โปรแกรม Mplayer เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมพอสมควรในหมู่โปรแกรม multimedia ที่เป็น open source ใน linux และได้รับการพัฒนาต่อให้สามารถใช้ได้ใน Mac OS X โดยเพิ่มชื่อ OS ได้ด้านท้ายเป็น Mplayer OS X ฟังก์ชั่นที่เกี่ยวกับการเปิดเล่นไฟล์ subtitle นี่ก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำไฟล์ .avi เข้าไปไว้ใน playlist แล้วก็เลือก information - สัญลักษณ์ตัว i ตรงมุมซ้ายล่าง - เพื่อระบุไฟล์ subtitle ที่เกี่ยวข้องกัน รองรับชนิดไฟล์แบบ .sub และ .srt

แต่ปัญหาเฉพาะตัวของ Mplayer OS X อยู่ตรงที่ว่าไม่สามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดง subtitle ภาษาไหน - โปรแกรมจะแสดงอันที่เป็น default เท่านั้น

...

VLC (ดาวน์โหลด)

โปรแกรม VLC ก็เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยหน้า Mplayer - แต่โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเรียกใช้งาน VLC สักเท่าไหร่ - VLC ก็เป็นโปรแกรมที่พัฒนามาจาก open source และมีให้โหลดสำหรับ format อื่นๆด้วย ทั้งใน windows และ linux

การเรียกใช้ดู subtitle ก็เพียงเลือก Load Subtitle ตอน Open ไฟล์หนังได้เลย พอหลังจาก OK ก็ทำการเลือกว่าเราต้องการดู subtitle ภาษาไหนตามถนัด - หมายเหตุ VLC รองรับไฟล์ subtitle ที่เป็น .srt หรือ .sub (.sub ต้องมาพร้อมกับ .idx ถึงจะเปิดได้)

...

หากคุณมี .avi และ .sub ชนิดหลายภาษา แต่ต้องเปิดกับ VLC ก็ต้องทำการแปลง .sub ให้เป็น .srt เสียก่อน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงโหลดโปรแกรม sub2srt มาก็ทำการ convert ได้อย่างง่ายดาย

แก้ไขเพิ่มเติม 2549-06-06 22:19

...

สุดท้าย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่จะต้อง Rip หนัง DVD ออกเป็นไฟล์อื่น หวังว่าคงจะฝัง subtitle ภาษาไทยให้เรียบร้อย เพราะจะได้ไม่เดือนร้อนคนอื่นเวลาเอาไฟล์ที่คุณ Rip ไปเปิดดู :p ขอบคุณครับ

...

Pages

Copyright Notice

© ปกป้อง POAKPONG.com ผลงานเขียนในเว็บบล็อกนี้ ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย

Disclaimer

เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา และวัฒนธรรมที่ดีงาม ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน