World

ปราสาทพระวิหาร ไทย กัมพูชา และ ศาลโลก

ขอบล็อกเก็บเอาสักไว้หน่อย ไหนๆ ก็เสียเวลาหามาอ่านแล้ว :)

- ปราสาทเขาพระวิหาร th.wikipedia.org
- แปลคำตัดสินศาลโลกกรณีเขาพระวิหาร pantip.com/cafe/rajdumnern
- เขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ที่ดินเป็นของไทย? เหรอ? pantip.com/cafe/rajdumnern
- รัฐบาลไทยประท้วง คำตัดสินของศาลโลก talk.mthai.com
- ม.ร.ว.อคิน ลั่น คำตัดสินศาลโลกปี 2505 ไทยไม่ได้ยอมรับ special.bangkokbiznews.com
- อยากถามนักกฎหมายประเด็นเขาพระวิหาร คดีกว่า40 ปีแล้ว [กฎหมาย] pantip.com/cafe/social
- No application for revision may be made after the lapse of ten years from the date of the judgment. (Article 61, 5) STATUTE OF THE INTERNATIONAL COURT OF JUSTICE. forum.khonkaenlink.info และ icj-cij.org
- บทความ เหตุใดไทยจึงแพ้คดี ปราสาทเขาพระวิหาร (ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช) hilight.kapook.com และ matichon.co.th
- คดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 th.wikipedia.org
- ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ th.wikipedia.org

รู้หรือไม่ ดินแดนไหนต้อนรับปีใหม่ เป็นแห่งสุดท้ายบนโลก

ประเทศแรกที่มีโอกาสได้เคาต์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ก่อนใครๆ บนโลกใบนี้ ก็คือเกาะคิริติมาตี (Kiritimati) เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างออสเตรเลียกับฮาวาย และเป็นดินแดนของสาธารณรัฐคิริบาส หรือ สาธารณรัฐคิริบาตี (Kiribati) ที่อยู่ทางตะวันออกที่สุดของโลก

แต่ถ้าถามว่าดินแดนหรือประเทศไหนที่ก้าวเข้าสู่ปี 2006 เป็นประเทศสุดท้าย คุณผู้อ่านรู้ไหมเอ่ย ว่าเป็นประเทศไหน?

ผู้จัดการฯ อธิบายลำดับ(คราวๆ) ของช่วงเวลา ด้วยการไล่เวลาการฉลองปีใหม่ของประเทศสำคัญๆ เริ่มตั้งแต่ประเทศแรก ไปจนถึงประเทศสุดท้าย ต้อนรับปี 2006 ไว้ดังนี้

หลังจากที่ประชาชนบนเกาะคิริติมาตี ในหมู่เกาะคริสต์มาส (ในมหาสมุทรแปซิฟิก) ได้ต้อนรับปีใหม่กันไปก่อนหน้าประเทศไทยเป็นเวลา 7 ชั่วโมงแล้ว ประเทศใหญ่ๆ ที่ได้นับถอยหลังเป็นเวลาต่อมา ก็คือ นิวซีแลนด์ (6 ชั่วโมงก่อนประเทศไทย) ตามด้วยออสเตรเลีย (4 ชั่วโมงก่อนประเทศไทย) ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ นับเป็นประเทศที่จัดงานปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่ประเทศแรกๆ ที่มีภาพการจุดพลุเฉลิมฉลองมาให้โลกได้ชมเรียกน้ำย่อยกันก่อน

จากนั้นก็เข้าสู่การเคาต์ดาวน์ในกลุ่มเอเชียแปซิฟิกกันบ้าง ที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีเขาได้รับปีใหม่พร้อมๆ กัน คือ ก่อนประเทศไทย 2 ชั่วโมง จากนั้นอีกชั่วโมงเดียว เพื่อนร่วมทวีปของเราในประเทศจีน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งใช้เวลาราชการเวลาเดียวกันก็ร้อง "แฮปปี้นิวเยียร์" ประสานเสียงกันอย่างสนุกสนาน และคนที่ฉลองปีใหม่ตอนเที่ยงคืนตรงพร้อมๆ กับประเทศไทย ก็ได้แก่ประชาชนในอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว

บังกลาเทศกับศรีลังกานำร่องฉลองปีใหม่ให้ภูมิภาคเอเชียใต้ ในเวลา 01.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ตามด้วยอินเดียในอีกครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ทางด้านปากีสถาน ได้เคาต์ดาวน์พร้อมกับอุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และคีร์กิสถาน (2 ชั่วโมงหลังประเทศไทย) และเมื่อนับไปอีกหนึ่งชั่วโมง ก็ถึงคิวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน มอริเชียส และโอมาน

นับจากเวลาเที่ยงคืนของไทยไป 3 ชั่วโมงครึ่งประเทศอิหร่านก็ได้เคาต์ดาวน์กับเขาบ้าง และครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ก็ถึงคิวของรัสเซีย อิรัก คูเวต ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และอีกหลายๆ ประเทศในแอฟริกา อาทิ เคนยา ซูดาน เอธิโอเปีย แทนซาเนีย ส่วนอียิปต์ ตุรกี แอฟริกาใต้ และประเทศในยุโรปหลายประเทศ เช่น กรีซ โรมาเนีย เบลารุส เอสโตเนีย และฟินแลนด์ก็ตามมา (5 ชั่วโมงหลังประเทศไทย) ต่อด้วยประเทศยุโรปตะวันตกอย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ซึ่งใช้เวลามาตรฐานล่าไปอีก 1 ชั่วโมง

ช่วงเวลาสำคัญอีกช่วงมาถึงเมื่อเวลา 7 โมงเช้าของประเทศไทย ซึ่งโลกจับตาดูการเคาต์ดาวน์ที่มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ดินแดนแห่งเวลามาตรฐานกรีนนิช

นับจากนั้นอีก 2 ชั่วโมง เสียงไชโยต้อนรับปีใหม่ก็มีให้ได้ยิน (ผ่านสื่อ) จากอีกฟากของมหาสมุทรแอตแลนติก เริ่มที่บราซิลและอุรุกวัย ตามมาด้วยการฉลองในประเทศแถบละตินอเมริกาอื่นๆ และการเคาต์ดาวน์ที่หลายคนไม่ยอมพลาด ณ ไทมส์ สแควร์ มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อเวลาเที่ยงตรงตามเวลาประเทศไทย

จากนั้นคนในสหรัฐฯ ซึ่งใช้เวลาทางการต่างกันถึง 4 ช่วงเวลา ก็ทยอยกันนับถอยหลังปีใหม่ โดยรัฐ 2 รัฐสุดท้ายที่ได้เคาต์ดาวน์หลังเพื่อน คือ รัฐอะแลสกา และฮาวาย ซึ่งอยู่นอกแผ่นดินใหญ่ทั้งคู่

และประเทศสุดท้ายที่ได้ฉลองปีใหม่ก็คือ รัฐอิสระซามัว (Independent State of Samoa) หรือ ซามัว ซึ่งเป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะ อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้นั่นเอง ที่ได้เคาต์ดาวน์เป็นประเทศสุดท้าย

กว่าชาวซามัวจะได้ฉลองปีใหม่ ก็ล่วงเข้าไปตั้ง 6 โมงเย็นของวันที่ 1 ม.ค. ตามเวลาประเทศไทย และต้องฉลองปีใหม่หลังสาธารณรัฐคิริบาสตั้ง 25 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่อยู่เกาะสองเกาะนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกัน แต่ติดตรงที่มีเส้นแบ่งซีกโลกตะวันตกและตะวันออกมาคั่นเท่านั้นเอง

...

สรุปเนื้อหาและรูปภาพจากผู้จัดการฯ

กีฬาๆ เป็นยาวิเศษ

World sport

เผย 7 ปัจจัยหลักลอนดอนชนะใจ ได้จัด อลป.2012

พลันที่ ฌักส์ ร็อก ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ประกาศให้กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012 นั่นหมายความว่าการรอคอยของชาวเมืองผู้ดี ในการรับจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาของมนุษยชาติ ที่ยาวนานถึง 64 ปีได้สิ้นสุดลง

พร้อมกับการทำสถิติใหม่ ด้วยการเป็นเมืองแรกของโลก ที่ได้จัดกีฬาโอลิมปิก ถึง 3 ครั้ง

ล้างตาให้ชาวเมืองผู้ดีได้สำเร็จ หลังจากที่เบอร์มิงแฮม เคยพลาดหวังในการชิงเจ้าภาพปี 1992 และแมนเชสเตอร์ที่อกหักถึง 2 ครั้ง ในปี 2000 และ 2004 ได้สำเร็จ

ชัยชนะของลอนดอน อาจถือว่าพลิกล็อกเล็กๆ เพราะก่อนหน้านี้จากการสำรวจของเกจิทุกสำนัก พวกเขาตกเป็นรองปารีสมาตลอด

แต่ทุกอย่างก็พลิกผัน เพราะในการลงคะแนนที่ต้องขับเคี่ยวกันถึง 4 รอบ ลอนดอนมีคะแนนเสียงเหนือปารีสทุกรอบ

นั่นหมายความว่า ทีมงานรณรงค์ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ นำทัพไปเอง พร้อมด้วยทีมงานที่ระดมขุนพลมือฉกาจ ไม่ว่า เซบาสเตียน โค อดีตนักวิ่งชื่อก้องโลก ที่เป็นประธานรณรงค์, เดวิด เบ็คแฮม นักเตะชื่อดัง, แคธีย์ ฟรีแมน นักวิ่งชาวออสเตรเลีย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ทำหน้าที่ของพวกเขาสำเร็จ

นั่นคือ การโน้มน้าวใจสมาชิกไอโอซี กว่าครึ่งของทั้งหมด 116 คน เทคะแนนเสียงให้พวกเขาเพื่อชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่นี้

เมื่อรวมกับองค์ประกอบต่างๆ รวมถึงแผนงานในการเสนอตัวที่ถือว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้ปารีส ทำให้ทุกอย่างโป๊ะเชะลงตัว

สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้วิเคราะห์ชัยชนะของลอนดอนว่า มีเหตุผลหลัก 7 ประการ ได้แก่

1.เพราะมีอดีตนักกีฬาโอลิมปิก อย่าง เซบาสเตียน โค นำทีม รวมถึงเสียงสนับสนุนของประชากรที่สูงถึง 78 เปอร์เซ็นต์

2.นายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ ลงทุนเดินทางไปสิงคโปร์ เพื่อเจรจากับสมาชิกไอโอซี

3.กรุงลอนดอน เป็นเมืองหนึ่งของโลกที่ประชาชนมีความชื่นชอบกีฬาเกือบทุกประเภท

4.การเสนอสร้างสวนสาธารณะ 'โอลิมปิก ปาร์ค'

5.ศูนย์แข่งขันที่จะสร้างขึ้น 5 อย่าง คือ โอลิมปิก สเตเดียม, ศูนย์กีฬาทางน้ำ, เวโลปาร์ค, ฮอกกี้เซนเตอร์ และอินดอร์ อารีนา ทั้งหมดจะยังคงอยู่หลังการแข่งขัน

6.หมู่บ้านนักกีฬาที่ถูกสร้างขึ้น จะถูกปรับปรุงให้เป็นอพาตเมนต์จำนวน 3,600 ห้อง ให้ผู้มีรายได้น้อย อาทิ ครู และ พยาบาล ได้อยู่

7.อังกฤษประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในการเป็นเจ้าภาพคอมมอนเวลท์เกมส์ ที่เมืองแมนเชสเตอร์ เมื่อปี 2002

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ลอนดอน ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันได้สมบูรณ์แบบตามที่คิดไว้หรือไม่ ในการแข่งขันจริงที่จะมีขึ้นในอนาคต

รอกันอีกแค่ 7 ปีเท่านั้น...

Spain

ชุดขาวขนชุดใหญ่ทัวร์ไทย 29 ก.ค.นี้

"ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ยอดทีมรวมดาราโลกจากศึกลูกหนัง ลา ลีกา สเปน พร้อมขนขุนพลนักเตะชุดใหญ่ มาฟาดแข้งนัดพิเศษกับทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ในวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคมนี้แน่นอน

เมื่อเวลา 14.30 น. ของวันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2548 นายพายัพ ชินวัตร ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ "รีล มาดริด ไทยแลนด์ทัวร์ 2005" ได้เปิดแถลงข่าวที่ห้องซาลอนบี โรงแรมสวิสโฮเตล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ร่วมกับ นายสันติภาพ เตชะวณิช ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายวัชระ พรรณเชษฐ์ ประธานดำเนินการแข่งขัน และนายวิรัช ชาญพานิชย์ สภากรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

โดยเนื้อหาสาระของการแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อยืนยันการเดินทางมาของทีมลูกหนังรวมดาราโลกอย่าง รีล มาดริด ที่พร้อมขนซูเปอร์สตาร์มากมายร่วมทีมมาด้วย อาทิ ไมเคิล โอเว่น, เดวิด เบ็คแฮม, ซีเนอดีน ซีดาน, ราอูล กอนซาเลซ, โรแบร์โต้ คาร์ลอส, โรนัลโด้ และ หลุยส์ ฟิโก้ เพื่อมาทัวร์ฟาดแข้งในประเทศไทย

สำหรับ รีล มาดริด มีกำหนดการเดินทางมาถึงเมืองไทยในเวลา 16.30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2548 จากนั้นจะเข้าพักที่โรงแรมสวิสโฮเตล เลอ คองคอร์ด กระทั้งในเวลา 17.30 น. จะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ก่อนจะเข้าร่วมงานเลี้ยงในเวลา 19.00 น.

ขณะที่โปรแกรมในวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม 2548 จะมีการแบ่งคณะเจ้าหน้าที่และนักกีฬาของสโมสรเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกจะเดินทางไปเปิดคลินิคสอนฟุตบอลในเวลา 10.30 น. ที่สนามกีฬาสมโภชน์ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนกลุ่มที่ 2 เดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลา 10.00-11.30 น. ขณะที่กลุ่มสุดท้ายจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมกับสปอนเซอร์เวลา 10.00-11.30 น. ซึ่งนักฟุตบอลทั้งหมดจะเดินทางไปรวมกันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลกับทีมชาติไทยในเวลา 18.00 น.

ซึ่งแฟนฟุตบอลที่สนใจสามารถหาซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลนัดนี้ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม 2548 ที่ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์ทุกสาขา, ร้านสตาร์ซอคเกอร์ทุกสาขา และร้านสยามอินเตอร์บุ๊คเฟรนด์ทุกสาขา สำหรับบัตรจำหน่ายในราคา 300, 500, 800, 1,200 และ 2,000 บาท ส่วนแฟนลูกหนังที่ไม่สะดวกไปชมถึงขอบสนามสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ในเวลา 18.00 น. ของวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคมนี้

England

ผีคลอดเสื้อทีมเยือนโฉมใหม่สีน้ำเงินเข้ม

"ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดการคลอดชุดแข่งทีมเยือนโฉมใหม่ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยทางด้าน ไนกี้ มั่นใจว่าเสื้อแบบใหม่นี้จะได้รับการตอบรับอันดีจากแฟนๆ "เร้ด เดวิลส์" อย่างแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังในเวที พรีเมียร์ชิพ อังกฤษ คลอดชุดแข่งทีมเยือนแบบใหม่ที่จะใช้ในปีหน้าออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยใช้สีน้ำเงินล้วนและมีขลิบสีแดงเล็กน้อยที่เสื้อและชายกางเกงโดยทางตัวแทนจาก ไนกี้ ออกมากล่าวถึงผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ว่า

"เราปลาบปลื้มอย่างมากกับการตอบรับอันดีจากผู้เล่น แมนฯยูไนเต็ด เกี่ยวกับเสื้อทีมเยือนโฉมใหม่ เราออกแบบเสื้อให้โดดเด่นสะดุดตา รวมถึงขั้นตอนการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมที่ทำให้เสื้อใส่สบายและช่วยให้ผู้เล่นทำงานได้อย่างง่ายขึ้น" ไนกี้ เผย

สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยสวมเสื้อสีน้ำเงินล้วนและคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ในปี 1948 และหลังจากนั้นอีก 20 ปี ก็ใส่ชุดสีน้ำเงินเอาชนะ เบนฟิก้า คว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ มาครองได้สำเร็จที่สนามเวมบลี่ย์ และชุดแข่งแบบใหม่นี้ก็จะใช้ต่อไปอีกใน 2 ฤดูกาลข้างหน้า

ด้าน เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าของทีมออกมาเผยความรู้สึกครั้งแรกที่ได้ใส่ชุดทีมเยือนแบบใหม่นี้เป็นครั้งแรกว่า "เป็นชุดแข่งที่โดดเด่นสะดุดตาและผมแทบรอไม่ได้แล้วที่จะใส่ชุดนี้ลงเล่นในพรีเมียร์ชิพ และฟุตบอลยุโรป"

อย่างไรก็ตามต้องติดตามดูว่าแฟนๆ ของ แมนฯยูไนเต็ด จะให้การตอบรับเสื้อแบบใหม่ของทีมดีแค่ไหน เนื่องจากตอนนี้กำลังต่อต้านทางด้าน มัลคอล์ม เกลเซอร์ เจ้าของทีมชาวสหรัฐฯ และเพิ่งออกมาประกาศแล้วว่าจะไม่ซื้อตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก รอบสาม ของทีมอีกด้วย

Adidas แบรนด์กีฬาชั้นนำของโลก

Adidas ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1920 โดย Adi Dassier ช่างผลิตรองเท้าชาวเยอรมัน ซึ่งเริ่มแรกเป็นร้านรองเท้าเล็กๆ ที่ผลิตรองเท้า training วันละ 50 คู่ ต่อมา Adi Dassier และพี่ชายของเขา Rudolf Dassier ได้ร่วมจัดตั้งบริษัทขึ้น ชื่อว่า 'Dassier Brothers OHG' ทั้งสองได้มาเช่าพื้นที่ทำโรงงานผลิตรองเท้ากีฬาในปี 1927 ปีต่อมารองเท้าของตระกูล Dassier ได้ถูกใช้ในกีฬา Olympic ที่ Amsterdam เป็นครั้งแรก และได้ออกสินค้าใหม่รองเท้าเทนนิสในปี 1931

ปี 1936 Jesse Owens ผู้กวาดเหรียญทอง 4 รางวัลในการแข่งขัน Berlin Olympic Games ได้สวนรองเท้ากีฬาของ Dassier ในการเข้าแข่งขัน ทำให้รองเท้าของ Dassier เป็นที่ยอมรับกว้างขวางมากขึ้นในหมู่นักกีฬา และปีเดียวกันนี้เองลูกชายของ Adi Dassier ได้กำเนิดขึ้นมีชื่อว่า Horst Dassier

กิจการดำเนินไปด้วยดีจนมาถึงจุดหนึ่งในปี 1948 Adi และ Rudolf ต่างตัดสินใจแยกออกจากกัน โดย Rudolf ไปก่อตั้งแบรนด์ 'PUMA' (Puma AG) ขณะที่ Adi ก่อตั้งแบรนด์ 'Adidas' โดยใช้ชื่อ Adidas เป็นชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการนับแต่นั้น ตั้งแต่ปี 1952 เป็นต้นมารองเท้าของ Adidas กลายเป็นที่นิยมของนักกีฬาในการแข่งขัน Olympic Games ต่างๆ อาทิ Olympic Games ที่ Helsinki ปี 1952, Melbourne Olympic Games ปี 1956, Olympic Games ที่กรุงโรม ปี 1960 ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ขยายกิจการโดยตั้งโรงงานผลิตขึ้นที่ฝรั่งเศสและเปิดโรงงานแห่งที่สองในเยอรมันในปี 1959

ปี 1961 Adidas ได้เริ่มขยายไลน์สินค้ามากขึ้นจากเดิมที่ผลิตแต่รองเท้ากีฬา อาทิ เสื้อผ้ากีฬา อุปกรณ์กีฬาต่างๆ และเริ่มมีการใช้ Logo ใหม่ (เรียกว่า Trefoil logo) ขึ้นในปี 1972 ซึ่งเป็นรูปใบไม้สามใบ หมายถึง Olympic spirit และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทั้ง 3 ทวีป

Adi Dassier เป็นคนแรกที่ไม่ใช่ชาวอเมริกันที่มีบทบาทสูงอย่างมากต่อวงการกีฬาระดับโลก เขาได้เสียชีวิตลงในปี 1978 ด้วยโรคหัวใจวายขณะที่อายุ 78 ปี ซึ่งขณะนั้น Adidas สามารถผลิตรองเท้าถึง 45 ล้านคู่ต่อปี Horst Dassier ลูกชายของเขาได้เข้ามาบริหารต่อ เขาได้ก่อตั้ง ISL (International Sports Culture and Leisure) บริษัททางด้านการตลาด สำหรับงานกีฬาต่างๆ (Sport Marketing) ต่อมาได้เสียชีวิตในปี 1987 ด้วยวัยเพียง 51 ปี จากการตายของ Horst Dassier นี่เองที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของผู้บริหาร Adidas เริ่มประสบปัญหาอย่างหนัก ในที่สุด Adidas ได้ขายหุ้น 80% มูลค่า 1.6 ล้าน French franks ให้กับ Bernard Tapie ไปในปี 1990

ปี 1992 Tapie มีปัญหาทางการเงินขั้นวิกฤติจึงได้เจรจาให้ Credit Lyonnais Bank ช่วยเข้ามาซื้อกิจการ Adidas ซึ่งต่อมาเข้าได้ถูกฟ้องร้องในคดีความมิชอบทางการเงินซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง Minister of Urban Affairs ของรัฐบาลฝรั่งเศส ปี 1993 ธนาคารได้ขาย Adidas ให้กับ Robert Louis-Dreyfus CEO คนใหม่ผู้ที่ทำให้ Adidas กลับมาอีกครั้ง และในปี 1995 บริษัทได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่ Frankfurt และ Paris

ปี 1997 Adidas AG ได้เข้าซื้อกิจการ Salomon Group (ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาฤดูหนาวรายใหญ่ของโลก) พร้อมแบรนด์ในกลุ่ม Salomon, Taylor Made, Mavic และ Bonfire และได้จัดตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ Adidas - Salomon AG และออก campaing ส่งเสริมทางการตลาดมากมาย เน้นให้นักกีฬาชื่อดังของโลกเป็นสื่อภาพลักษณ์ของสินค้า อาทิ Kobe Bryant นักบาสเกตบอลชื่อดัง Anna Kournikova นักเทนนิส และ David Beckham นักฟุตบอลชื่อดังจากทีม Real Madrid ของสเปน

ปัจจุบัน บริษัท Adidas-Salomon AG มีพนักงานประมาณ 15,700 คนทั้วโลก ยอดขายในปี 2003 สูง 6.27 ล้านล้านยูโร เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนรายได้สุทธิของบริษัทมีอัตราการเติบโต 14% จากเดิมรายได้สุทธิเท่ากับ 229 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นเป็น 260 ล้านยูโร สินค้าของ Adidas จำหน่ายมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่ที่เมือง Herzogenaurach, Germany โดยปัจจุบันมี Herbert Hainer เป็น CEO และ Chairman ของ Adidas - Salomon AG