ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่บ้านคุณ

ทุกวันนี้เทคโนโลยีไร้สายกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับ การใช้ชีวิตในรูปแบบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ซึ่งแอปเปิลเองถือเป็นผู้นำในด้านนี้มาตลอด และในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล ที่กำลังได้รับความนิยม อยู่ในขณะนี้ก็คือ AirPort Express โดยที่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถือเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการใช้งานประเภท Wireless home networking เป็นอย่างมาก

สิ่งที่ AirPort Express เป็นอุปกรณ์ไร้สายที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็คือการเป็น First Mobile & Audio Base Station หมายถึงนอกจากการเป็น Base Station สำหรับการใช้งานในรูปแบบ Network ไร้สายแล้ว ยังเป็น Base Station ของการใช้งานในด้านการฟังเพลงอีกด้วย

ในปัจจุบันผมเชื่อได้เลยว่าผู้ที่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่า 80% ต้องเคยฟังเพลงผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น และก็ต้องมีการเก็บเพลงในรูปแบบ MP3 หรืออาจอยู่ในรูป Audio ก็ได้ ซึ่งในคอมพิวเตอร์สามารถบรรจุเพลงต่างๆ ได้มากมาย บางครั้งเราก็ต้องเสียบสายลำโพงเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น หรือบางครั้งต้องซื้อหูฟังมาใช้งาน ซึ่งก็จะมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป เช่นคอมพิวเตอร์ที่ต่อกับลำโพง ต้องอยู่ใกล้กัน

ถ้าต้องการให้ได้เสียงดีๆ ก็ต้องต่อเข้ากับชุดเครื่องเสียง ประเภทโฮมเธียเตอร์ แล้วก็ต้องยก เครื่องคอมพิวเตอร์ไปไว้ใกล้ๆ กัน หรืออาจจะใช้วิธีเขียนเป็นซีดี ก็จะยุ่งยากลำบากไปกันอีก และโดยเฉพาะผู้ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาประเภทโน้ตบุ๊ค ก็จะยิ่งอึดอัดไปอีกบางครั้งอยากนั่งทำงานบางมุมของห้อง หรือจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์บนเตียงนอน ก็จะต้องหาสายยาวๆ มาต่อให้เกะกะเพิ่มขึ้นไปอีก

นอกจากปัญหาเรื่องการฟังเพลงแล้ว ในเรื่องการทำงานก็เช่นกัน อย่างในกรณีที่เรามีเครื่องพรินเตอร์อยู่ตัวเดียว แต่มีคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่อง การที่จะพิมพ์งานจากเครื่องใดเครื่องหนึ่ง ก็ต้องใช้การแชร์ไฟล์ หรือต้องสลับสายไปมาทำให้ไม่สะดวกในการทำงานขึ้นไปอีก

ด้วยปัญหาเหล่านี้แหละครับที่ทำให้แอปเปิลต้องออกผลิตภัณฑ์ ที่จะมาช่วยให้การทำงาน ในด้านระบบเน็ตเวิร์คไร้สายออกมาเป็นเจ้า AirPort Express ซึ่งเป็นอุปกรณ์ wireless base station ที่ได้มาตรฐาน Wi-Fi 802.11g สามารถส่งข้อมูลได้ 54 Mbps และสามารถส่งข้อมูลที่ระดับ Wi-Fi 802.11b (11 Mbps) ได้เช่นกัน โดยรัศมีการส่งอยู่ที่ 50 ฟุต (15.24 เมตร) สำหรับ 802.11g และ 150 ฟุต (45.72 เมตร) สำหรับ 802.11b ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของสิ่งปลูกสร้างด้วย โดย AirPort Express สามารถทำงานเข้ากันกับ protocol ต่างๆเช่น NAT, DHCP, FTP, PPPoE, VPN Passthrough (IPSec, PPPTP, L2TP), PPP client-server, Quicktime streaming, DNS proxy, SNMP โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน WPA (Wi-Fi Protected Access) และ WEP wireless security ทั้งการเข้ารหัสข้อมูลระดับ 40-bit และ 128-bit ตลอดจน MAC address filtering

AirPort Express มี ช่องให้เสียบพอร์ตทั้งหมด 3 แบบ ก็คือสำหรับเสียบสาย 10/100BASE-T Ethernet WAN port (RJ-45 ) สำหรับต่อกับ DSL หรือ cable modem พอร์ตที่สองคือเป็นพอร์ตที่เสียบกับ mini-Audio jack ขนาด 3.5mm สำหรับต่อกับเครื่องเสียง และสุดท้ายคือช่อง USB port สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ Printer

AirPort Express สามารถใช้งานได้กับทั้ง Mac และ PC โดยมี ขึ้นกับอุปกรณ์และ ระบบปฏิบัติการดังนี้ ในกรณีที่เป็นเครื่อง Mac ต้องมีการ์ด AirPort Extreme หรือ AirPort ระบบบฏิบัติการ Mac OS X 10.3 ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ AirTunes และ setup ตัว wireless base station ถ้าท่านใช้ระบบปฏิบัติการที่ต่ำกว่านี้ สามารถทำได้เพียงแค่ access network และใช้งานกับ printer ได้เท่านั้นจะไม่สามารถใช้ AirTunes และ setup ตัว base station ได้) ในส่วนของเครื่องพีซีทั่วไปนั้น ก็ต้องมีการ์ด Wi-Fi IEEE 802.11b หรือ 802.11g wireless และใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 2000 หรือ Windows XP

รายละเอียดต่างๆ ทั้งหมดนี้ลองเข้าไปหาอ่านได้ที่ http://www.apple.com/airportexpress/specs.html หรือจะลองเข้าไปชมการใช้งานต่างๆ ที่งาน CreativeWorld 2004 ในปลายเดือนหน้านี้ก็ได้ครับ

โดย ขจร พีรกิจ kajorn@mac.in.th

ขอบคุณ บทความ จากกรุงเทพธุรกิจ