อยากรู้จังว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่

ช่วงนี้มีการเปิดประเด็นหลายเรื่องที่มีผลกระทบต่อคณะรัฐบาลที่นำโดย ทักษิณ ชินวัตร และกรุงเทพมหานคร ที่นำโดย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ทั้งในเรื่องของมหานครสุวรรณภูมิ และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าลอยฟ้า บีทีเอส เนื้อหาข่าวก็อ่านกันเอาเองละกัน

ให้คนในพื้นที่เลือกเอง

ไม่ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ว่า จะต้องเป็นข่าวใหญ่ ประเด็นโครมคราม ทางหน้าหนังสือ-พิมพ์ไปอีกยาว กับหนึ่งในอภิมหา โปรเจกต์ของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดโพยออกมา “นครสุวรรณภูมิ” จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย

ตื่นเต้น ฮือฮา

เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญ ที่มีผลถึงการเปลี่ยนวิถีชีวิตการเมืองของประชาชน โดยเฉพาะคนในพื้นที่เขตประเวศ ลาดกระบัง กทม. และอำเภอบางพลี บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

เอาเป็นว่าจากเดิมที่ถูกจัดอยู่ในชั้นรอบนอก เป็นคนชานเมือง เป็นคนต่างจังหวัด คุ้นเคยกับอาชีพทางการเกษตรกรรมบรรยากาศแบบชนบท แต่ตามแผนของรัฐบาลที่ออกมา

คนในพื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นคนในมหานครสุดหรู

อยู่ในจุดศูนย์กลางทางการบินที่จะคลาคล่ำไปด้วยแหล่งธุรกิจ ความเจริญต่างๆนานาจะหลั่งไหลเข้าไป

ใครไม่ตื่นตัวก็ความรู้สึกช้าเต็มที

เพราะอย่างน้อยโครงการใหญ่ๆที่พลิกวิถีชีวิตคนในพื้นที่ขนาดนี้ มันก็มีทั้งคนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มีทั้งผลด้านดีและผลกระทบด้านลบ

นั่นว่ากันเฉพาะในมุมของคนพื้นที่

แต่ที่แน่ๆในส่วนของฝ่ายบริหารระดับสูงของบ้านเมือง ดูเหมือนว่านาทีนี้ ปมนครสุวรรณภูมิ

กลายเป็นประเด็นการเมืองไปแล้ว

โฟกัสจากที่หะแรกเลย ฝ่ายรัฐบาลเปิดโพยออกมาในวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม หลังทีมงานของกระทรวงมหาดไทยนำเสนอแผนให้นายกฯทักษิณเคาะโต๊ะ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นจะรวมเอาเขตลาดกระบัง เขตประเวศเข้าไปผนวกในพื้นที่มหานครสุวรรณภูมิ เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย

ปรากฏว่าในทันทีทันควัน วันรุ่งขึ้นก็มีปฏิกิริยาออกมาจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นำทีมโดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกับผู้บริหาร กทม. ประสานเสียงขวางลำ

ยก 4 ประเด็นใหญ่หักล้าง

1. สนามบินในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง มาเลเซีย ได้สร้างให้แยกจากตัวเมือง และพัฒนาระบบคมนาคมเพื่อขนส่งผู้โดยสารเข้าเมืองแทน ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ห่างกรุงเทพฯเพียง 28 กิโลเมตร กทม.จึงมีโครงการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งคนเข้าในเมือง

2. ปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่เมืองจะกีดขวางทางระบายน้ำ

3. การสร้างเมืองใหม่ซึ่งอยู่ติดกับกรุงเทพฯจะส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯในภาพรวม โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนในอนาคตงบประมาณในการพัฒนาเมืองทั้งหมด รัฐบาลจะทุ่มงบฯพัฒนาไปลงที่สุวรรณภูมิแทน เช่นเดียวกับภาคธุรกิจ เอกชน

4. กทม.ได้วางแผนพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนในระยะเวลา 20ปี โดยวางแผนให้พื้นที่เขตลาดกระบัง ประเวศ หนองจอก และมีนบุรี เป็นพื้นที่รองรับการพัฒนาเมืองใหม่ เพื่อเชื่อมความเจริญจากสนามบินสุวรรณภูมิ

สรุปไม่เอาด้วยกับแผนของรัฐบาล งัดข้อกันซึ่งๆหน้า

เจอมุกนี้เข้าไปมีหรือมวยบุกอย่างนายกฯทักษิณจะอยู่เฉยๆ

จากเดิมที่ว่าจะทำเป็นนครสุวรรณภูมิ หรือจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย แต่พอผู้บริหาร กทม.ออกมาขวางลำ ตั้งท่าคัดค้าน “ทักษิณ” เลยตั้งเป้าใหม่

วางแผนให้กลายเป็นกรุงเทพฯ 2 เป็น “มหานครสุวรรณภูมิ” เบิ้ลกลับ “อภิรักษ์” ซะเลย

ในขณะที่ฝ่าย ปชป.ค่ายใหญ่ของ “อภิรักษ์” ก็ออกมาแตะมือกับฝ่าย กทม.ร่วมด้วยช่วยกันแฉดักคอคนรัฐบาล เป็นแค่แผนปั่นราคาที่ดินย่านสนามบินหนองงูเห่า ที่มีคนไปกว้านซื้อไว้หมดแล้ว

แค่เปิดโพยกันไม่ทันไร ล่อกันไปคนละตุ้บสองตุ้บ

นาทีนี้ผลด้านบวกด้านลบเลยยังสรุปไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างเหตุผลเพื่อสนับสนุนธงของตัวเอง

ประชาชนฟังทางโน้นทีทางนี้ที สับสน

แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกันที่ชาวบ้านทั่วไปจะได้มีโอกาสชั่งใจ ประมวลข้อมูลด้านไหนมีเหตุมีผลน่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด

แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ถ้าถึงเวลาที่ต้องตัดสินกันจริงๆเพื่อตัดประเด็นการเมือง ผลประโยชน์ฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ออกไปจากสารบบ

อภิมหาโปรเจกต์ระดับนี้โครงการนครสุวรรณภูมิที่จะมีผลต่อวิถีชีวิตของคนใน 4 พื้นที่ใหญ่ เขตลาดกระบัง เขตประเวศ อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ จะต้องได้รับผลกระทบโดยตรง

ก็ควรให้คนในพื้นที่ได้โอกาสตัดสินใจเลือกวิถีชีวิตของตัวเองก่อนเป็นคิวแรก

รัฐบาลต้องเปิดประชาพิจารณ์ถามชาวบ้านในพื้นที่ เป็นแนวทางยุติธรรมที่สุด

แฟร์ด้วยกันทุกฝ่าย.

วิเคราะห์การเมืองจาก: ไทยรัฐ

...

ไม่ง้อรัฐบาล กทม.สร้างส่วนต่อขยายบีทีเอสตากสินเอง

“อภิรักษ์” ทุ่ม 2,300 ล้าน สร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสตากสินเอง ไม่รอรัฐบาล คาดเปิดใช้บริการได้ในเดือนตุลาคม 2549 ส่วนที่เหลืออีก 2 เส้นทาง รอการตัดสินใจของรัฐบาลภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ วางแผนออกพันธบัตรระดมทุนเป็นค่าก่อสร้าง ย้ำเป็นอำนาจที่ กทม.ทำได้ ไม่ใช่ประเด็นการเมือง

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารว่าที่ประชุมได้หารือเรื่องทางออกการดำเนินการส่วนต่อขยายบีทีเอส 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.บีทีเอสตากสิน-ถนนตากสิน 2.2 กม. 2.บีทีเอสอ่อนนุช-สำโรง 8.9 กม. และ 3.บีทีเอสช่องนนทรี-สาธุประดิษฐ์ 8.5 กม. มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า กทม. จะเลือกดำเนินการในเส้นทางบีทีเอสตากสิน-ถนนตากสินเอง โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ.2528 และ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา17(21) และมาตรา 18

และจะนำเรื่องนี้หารือในสภา กทม. ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ และจะพยายามนำเรื่องนี้ขอความเห็นชอบจากสภา กทม. อนุมัติงบก่อสร้างราว 2,333 ล้านบาท แยกเป็น 1.ค่าก่อสร้างสถานีและโครงสร้างพื้นฐาน 1,033 ล้านบาท และ 2.ค่าติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและไฟฟ้า 1,300 ล้านบาท ซึ่งได้ตรวจสอบกับสำนักงบประมาณ กทม. แล้วพบว่า กทม. มีเงินเพียงพอที่จะดำเนินการได้เองทั้งหมด ขอเพียงให้เรื่องผ่านสภา กทม.เท่านั้น ก็จะเริ่มดำเนินการทันที คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในเดือน ต.ค.2549

“แม้ กทม. จะผลักดันตามระเบียบแล้วก็ยังไม่มีข้อยุติ วันนี้ผู้บริหารมีมติให้ กทม.ทำเอง ใช้งบประมาณของ กทม. 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีก็แล้วเสร็จ ไม่มีเหตุผลที่จะรอต่อไป” นายอภิรักษ์ กล่าว

นายอภิรักษ์ กล่าวว่า การตัดสินใจดำเนินการเองเป็นเพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กทม. ใช้ความพยายามรอการแก้ไขมติ ครม. ให้เอกชนลงทุนในเส้นทางส่วนต่อขยายมานาน แต่แล้วกลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะรอต่อไป ประกอบกับวันนี้ มีปัญหาทั้งเรื่องวิกฤติการจราจร และน้ำมันแพง ขณะที่ประชาชนเองก็ไม่เข้าใจว่าโครงสร้างทางวิ่งบริเวณสะพานตากสินสร้างเสร็จนานแล้วแต่เหตุใด กทม. ไม่นำรถมาวิ่ง เมื่อพิจารณารอบด้านแล้ว กทม. จะใช้เงินงบประมาณลงทุนก่อสร้างเอง และวางแผนไว้แล้วว่าจะให้บริษัทกรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นบริษัทเข้ามาวางแผนและบริหารการจัดการเดินรถ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ากรุงเทพธนาคมอาจจะไปเช่ารถบีทีเอสมาวิ่ง หรือไปเช่ารถไฟใต้ดินมาวิ่งก็ได้

ส่วนการตัดสินใจดังกล่าวอาจจะถูกมองว่า กทม. ทำขัดกับมติ ครม. หรือไม่นั้น นายอภิรักษ์ ตอบว่า กทม. มีความจริงใจและเคารพในกติกา แต่เมื่อไม่มีความชัดเจน และเห็นว่าวิธีนี้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดและสร้างประโยชน์ให้กับทุกคน จึงจำเป็นต้องเดินหน้าทำเอง อย่าลืมว่า กทม. เป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษส่วนกลางต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นไม่ใช่เก็บเรื่องไปดูเอง ถ้า กทม. ตัดสินใจเองได้ป่านนี้ก็ทำเสร็จและเปิดให้บริการไปนานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เหลืออีก 2 เส้นทางจะยังรอเรื่องให้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.อีกครั้ง หากภายในเดือนตุลาคมยังไม่มีความชัดเจนก็จะพิจารณาดำเนินการเอง แต่อาจจำเป็นต้องออกพันธบัตรระดมทุนจากประชาชน เพื่อนำเงินมาลงทุน

ข่าวจาก: ผู้จัดการออนไลน์

...

อ่านแล้วก็คิดกันเอาเองนะครับ ว่าช่วงนี้ท่านผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆ คน นั้นคิดอะไรกันอยู่ ทำไปทุกอย่างนั้นเพื่อใคร จะกลับมาถึงประชาชนกันสักกี่มากน้อย.... -_-!!

...

ปิดท้ายด้วยเสียงบันทึกรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ ในเวอร์ชั่น Podcast สามารถฟังได้ทั้งเครื่อง PC และเครื่องแมค - ยิ่งถ้ามีโปรแกรม iTunes ด้วยแล้ว ก็สบายเลย... ((ดาวน์โหลด iTunes 6.0))

ก๊อปปี้ URL นี้ ( http://mac.thaidayradio.com/podcasts ) ไปใส่ในช่อง Subscribe to Podcast ได้ทันที

...