ความเห็นต่อ iOS 6 ในมุมมองคนไม่ได้ใช้

ออกตัวก่อนว่าปัจจุบันผมไม่ได้ใช้พวก Gadget ที่มักเขียนแปะข้างกล่องว่า Design in California. Assembled in China. ที่มีตราสัญลักษณ์รูปแอปเปิ้ลแหว่ง -- แม้ว่าครั่งหนึ่งจะเคยเป็นเจ้าของทั้ง iMac G4, PowerBook G4 และ iPhone รุ่นแรก

เรื่องมันมีอยู่เล็กน้อยว่า เมื่อคืนวันก่อนแอปเปิ้ลได้เปิดให้ผู้ใช้ังาน Gadget ทั้ง iPhone, iPad และ iPod อัพเกรดระบบปฏิบัติการให้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดคือ iOS 6 โดยในตัวระบบของ iOS 6 ได้มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากความคุ้นชินของผู้ใช้งานในปัจจุบัน

แผนที่ใหม่

New Maps in iOS 6

จุดที่มีเสียงก่นด่ากันมากที่สุดทั่วโลก น่าจะเป็นเรื่องของระบบแผนที่แบบใหม่ ที่ทางแอปเปิ้ลได้ทำการยกเลิกบริการของ Google Maps ระบบแผนที่มาตรฐานที่เคยติดมากับ iPhone ตั้งแต่รุ่นแรกเรื่อยมาจนถึง iOS 5 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายที่มีแอพ Google Maps ติดมาพร้อมกับ iOS

ใน iOS 6 แอปเปิ้ลได้ทำการผนึกกำลังจากหลายภาคส่วนในการสร้าง Maps ของตัวเอง -- ที่เอาทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาจับยำรวมกัน เช่น Getchee, Localeze, Urban Mapping, DMTI, MapData Sciences, TomTom และ Waze เป็นต้น

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่แอปเปิ้ลเปลี่ยนจากระบบ Google Maps มาเป็น Maps ของตัวเอง ก็เชื่อว่าถ้าผู้ใช้ยังศรัทธาในสภาพแวดล้อมที่แอปเปิ้ลสร้างเอาไว้ และพยายามปรับตัวให้เข้ากับความสามารถของ Maps แบบใหม่ ก็จะได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด Maps ของแอปเปิ้ล ก็จะพร้อมสมบูรณ์สามารถนำไปเทียบชั้นกับ Google Maps ที่ถูกถอดออกไป -- เพียงแค่ผู้ใช้อาจจะต้องอดทนรออีกสักหน่อย คิดว่าไม่น่าเกินช่วงการอัพเกรดของ iOS อีก 2 เวอร์ชั่นแน่นอน

ตัวแอพ Google Maps เองก็คงไม่ได้เปิดตัวมาแล้วประสบความสำเร็จในทันที ระบบแผนที่ของ Google Maps ได้มีการสั่งสมประสบการณ์มาก่อนหลายปี ก่อนที่จะมาเป็นแอพให้เราใช้งานกันใน iPhone

ซึ่งถ้าในมุมมองแบบข้างต้นนี้ คือยังศรัทธาและปรับตัวให้เข้ากับแอพ เราก็จะพอมองเห็นการพัฒนาของแอพที่แอปเปิ้ลพยายามเข็นออกมาก่อนหน้านี้ อย่างเช่น Siri ที่เปิดตัวมาในช่วงแรกพร้อมกับความสามารถที่จำกัด แต่ในปัจจุบัน Siri ก็สามารถใช้งานได้มากขึ้น (กว่าเดิม!)

แชร์ไป Facebook

สำหรับการดึงคุณสมบัติการแชร์ข้อมูลไปยัง Facebook เข้ามาผสานไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ทำให้การแชร์สิ่งที่กำลังกระทำ-การดูข้อมูลต่างๆ ส่งไปยัง Facebook ทำได้สะดวกมากขึ้น -- โดยแอปเปิ้ลได้เคยรวมระบบการแชร์ไปยัง Twitter เข้ามาก่อนหน้านี้แล้ว

แต่ในการอัพเดทข่าวสารจากเพื่อนๆ และเครือข่ายใน Facebook ผู้ใช้งานก็ยังจะต้องเข้าผ่านแอพ Facebook หรือผ่าน Safari เหมือนเดิม

Passbook ระบบตั๋วเสมือน

ในความเห็นส่วนตัวคิดว่า Passbook เป็นกลยุทธที่แอปเปิ้ลคิดค้น เพื่อเอามาตอบโจทย์ว่าทำไม iOS 6 ถึงยังไม่มี NFC สักที ทั้งที่ Smartphone รุ่นท๊อปจากค่ายอื่นในท้องตลาด ก็มีฟังก์ชั่น NFC กันเกือบครบแล้ว

แอพ Passbook เป็นการสร้างตั๋วเสมือน พร้อมกับแถบบาร์โค้ด ที่ผู้ใช้สามารถซื้อจากผู้ให้บริการต่างๆ ที่ให้บริการ Passbook แล้วนำไปยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทำการสแกนบาร์โค้ด สำหรับการสั่งซื้อหรือตัดยอดเงินที่อยู่ในตั๋ว

ตัวอย่างเ่ช่น การซื้อตั๋วเครื่องบิน สายการบินจะทำการออกใบ Boarding pass ในรูปแบบของ Passbook โดยให้ผู้โดยสารนำไปสแกนบาร์โค้ดเพื่อแสดงตัวก่อนขึ้นเครื่องบิน หรือการใช้ Passbook เป็นบัตรเติมเงินเพื่อซื้อกาแฟในร้าน Starbuck เป็นต้น

ความเป็นไปได้ในความนิยม จากยอดผู้ใช้ iPhone ทั่วโลก (รวมทั้งในประเทศไทย) การที่ร้านค้าเพิ่มทางเลือกให้บริการ Passbook จะเกิดขึ้นมากอย่างมากมายแน่นอน -- เพราะด้วยความไม่ซับซ้อนมากนักของการใช้งาน เพียงแค่เปลี่ยนจากตั๋วกระดาษมาอยู่ในรูปแบบของตั๋วเสมือนอยู่ในแอพ Passbook แค่นั้น!

ตัวอย่างใกล้ตัวผู้ใช้คนไทย สายการบินนกแอร์ ได้ประกาศพร้อมให้บริการ Passbook ตั้งแต่ iOS 6 ประกาศเปิดตัวได้ไม่นาน

คีย์บอร์ดภาษาไทย

Thai Keyboard in iOS 6

จุดนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในหมู่ผู้ใช้คนไทย หลังจากการอัพเกรด iOS 6 แป้นพิมพ์ภาษาไทยได้ปรับเปลี่ยนจากตำแหน่งที่เคยคุ้นมือ-คุ้นนิ้ว แบบ 3 แถว -- ที่หลายคนไม่ชอบจนต้อง Jailbreak หา Thai Keyboard แบบ 4 แถวมาใช้ -- มาในเวอร์ชั่นนี้ iOS 6 ทางแอปเปิ้ลได้จัดเต็ม เปลี่ยนตำแหน่งแป้นพิมพ์ของ Thai Keyboard เสียใหม่ ให้เหมือน(ใกล้เคียง)กับแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

แต่อุปสรรคในสิ่งใหม่มีอยู่ว่า แป้นพิมพ์ภาษาไทยนั้นใช้พื้นที่ในการแสดงผลจำนวนมาก ไม่เหมือนกับภาษาอังกฤษที่เลือกเฉพาะตัวอักษร A-Z แต่ภาษาไทยใช้แป้นพิมพ์คุ้มมาก เรียกว่ายัดมา 4 แถวยังใส่ไม่หมด บางตัวอักษรยังต้องหลบ-ต้องซ่อน อยู่ในแป้นพิเศษตามมุมต่างๆ ตามความเหมาะสม

แป้นพิมพ์ภาษาไทยใน iOS 6 จึงเปิดตัวมาพร้อมกับการก่นด่าของผู้ใช้คนไทยอย่างกว้างขวาง -- แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่มีตำแหน่งเหมือน(ใกล้เคียง)กับแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ในที่สุดผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็จะปรับตัวให้ชินกับสิ่งใหม่ที่ก้าวเข้ามาในชีวิต แม้ช่วงแรกจะพิมพ์ไปด่าไปก็ตาม -- หรือในทางสุดขั้วก็อาจทนไม่ไหวทำการ Jailbreak หา Keyboard เถื่อนที่พิมพ์ง่ายกว่ามาใช้แทน

ใช้ FaceTime ได้ทุกที่

แอพสำหรับการสนทนาแบบวิดีโอ (Video calling) ระหว่าง iOS ด้วยกัน ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่ยุค iPhone 4 แต่เดิมสามารถใช้งานได้เฉพาะในพื้นที่ ที่มีสัญญาณ Wi-Fi เท่านั้น ไม่สามารถทำงานผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือ -- แต่ใน iOS 6 แอปเปิ้ลได้ปลดล็อกให้ FaceTime ใช้งานได้ในทุกที่ ที่มีสัญญาณมือถือ

อย่างไรก็ตาม การที่ FaceTime สามารถทำงานได้บนสัญญาณมือถือ นั่นก็แปลว่าการใช้งาน FaceTime แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายจากตัวแอพ แต่จะมีค่าบริการถ้าใช้บริการสัญญาณมือถือ -- สำหรับคนที่ใช้ Mobile Data แบบ Unlimited ก็โล่งใจได้ในส่วนนี้

ปลดล็อกอัพโหลดไฟล์รูปใน Safari

ปิดด้วยด้วยความสามารถที่ผู้ใช้หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า iOS มันสามารถอัพโหลดไฟล์ผ่าน Safari ได้ด้วยหรอ -- ก่อนหน้านี้ iOS ไม่อนุญาตให้เลือกไฟล์อัพโหลดผ่าน Safari -- แต่ใน iOS 6 แอปเปิ้ลอนุญาตให้ใช้คุณสมบัตินี้ได้แล้ว.. เห็นข่าวนี้แล้วน้ำตาจะไหล ขอแชร์นะ..

* ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ของ iOS 6 ได้ที่เว็บไซต์ของแอปเปิ้ล