ตำนานแห่งการดื่มชา

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตำนานการดื่มชามีความหลากหลายพอๆ กับประเภทของชาที่เรารู้จักกันดี และยังมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละส่วนของโลกด้วย

ตำนานการแพร่หลายและเชื่อกันมากที่สุดเป็นตำนานจีน คือเมื่อราว 2,737 ปีก่อนครีสตกาล ขณะที่จักรพรรดิเฉินหนงกำลังต้นน้ำอยู่ใต้ต้นชา ได้มีใบชาหล่นลงไปในกาต้มน้ำ จอมราชันพบว่าน้ำที่ต้มกลับกลายเป็นเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่มีรสชาดดีและมีกลิ่นหอม นับจากนั้นมาชาก็เป็นที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลาย

การดื่มชาในยุคแรกๆ ดื่มเพื่อบำบัดโรคมากกว่าที่จะดื่มด่ำรสชาดและกลิ่นหอมของใบชา ต่อมาเมื่อชาเดินทางเข้าสู่อังกฤษ ก็ได้รับความนิยมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต สำหรับการดื่มชายามบ่ายที่เรียกกันว่า afternoo tea มีที่มาจากสุภาพสตรีชั้นสูงชาวอังกฤษที่ต้องการพบปะสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนฝูง จึงมีการเชิญญาติมิตรมาดื่มชายามบ่าย เพราะสมัยนั้นผู้หญิงตะวันตกห้ามไม่ให้ร่วมวงสังคมกับผู้ชายในร้านกาแฟหรือตามสโมสรต่างๆ

ชาวอังกฤษนิยมดื่มชาร้อนควบคู่กับเค้กหรือขนมต่างๆ และหนึ่งในบรรดาชาที่ครองใจพวกเขาก็คือ ทวินนิ่งส์ (Twinnings) ชาอังกฤษแท้ดั่งเดิม คุณภาพชั้นเยี่ยม เป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วโลกเกือบ 300 ปี และได้รับการแต่งตั้งโดยพระราชินีอังกฤษให้เป็นชาประจำราชสำนัก สำหรับชาเอิร์ลเกรย์ก็ได้รับการพัฒนาสูตรจากทวินนิ่งส์นั่นเอง โดยมีการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีชาร์ล เอิร์ล เกรย์ ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้มอบสูตรชาดั่งเดิมให้แก่ร้านชาทวินนี่งส์

ชาทุกประเภทมีที่มาจากต้นชา หรือ camellia sinensis เหมือนกัน ชาไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่มจากธรรมชาติแท้ๆ เท่านั้น แต่ยังมีคุณประโยชน์มากมายด้วยเช่นกัน ชาเป็นแหล่งรวมของสารด้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่จะช่วยป้องกันการเสื่อมโทรมของร่างกาย และในปัจจุบันก็มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันประโยชน์ของชาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ