Drupal คู่มือ

Translate this page to ...

Chinese (Simplified) Dutch English French German Japanese Korean Spanish Swedish

คู่มือ สร้างเว็บไซต์ด้วย Drupal CMS

คู่มือ Drupal นี้เป็นการสรุปคำอธิบาย อ้างอิงมาจาก Handbook ในเว็บไซต์ Drupal.org แต่เพื่อป้องกันความสับสน จะขอสรุปเฉพาะคอนเซ็ปภาพรวม ไม่เจาะลึกในรายละเอียด ถ้าจะให้นำมาเขียนเป็น คู่มือ Drupal คงต้องใช้เวลาอธิบายกันพอสมควร

โครงสร้างพื้นฐานของ Drupal CMS

คู่มือ Drupal: รู้จัก node, content type และ field

เนื้อหาแต่ละชิ้นในเว็บจะเรียกว่า node โดย node จะมี field พื้นฐาน -- ในหนึ่ง node จะสามารถกำหนดให้เป็น content type ได้แค่ประเภทเดียวเท่านั้น (เช่น Article หรือ Basic page) -- โดยเราสามารถสร้าง-ปรับแต่ง field ให้กับแต่ละ content type ได้อย่างอิสระ

ถ้าเราใช้ Drupal รุ่นเก่า จะต้องติดตั้ง module ชื่อ CCK และถ้าเราใช้ Drupal 7 ความสามารถของ CCK จะรวมมาอยู่ใน Drupal core ซึ่งพร้อมใช้งานในทันที (ในการติดตั้ง Install Drupal แบบ Standard)

คู่มือ Drupal: จัดระเบียบเนื้อหาด้วย taxonomy

Taxonomy เป็น module หลัก ในการทำงานของเว็บ เราสามารถบริหารจัดการคำสำคัญในส่วนต่างๆ เช่น category, tag หรือ metadata ใน Drupal แต่ละ terms จะเก็บอยู่ใน vocabularies โดย module "Taxonomy" จะเป็นตัวจัดการ สร้าง-แก้ไข vocabolaries

ใน Drupal 7 ได้เพิ่มความสามารถในการเพิ่ม field ให้กับ vocabularies และ terms

Taxonomy ช่วยในการจัดระเบียบเนื้อหา รวมทั้งสะดวกในการจัดการผ่านเมนูและลิงก์นำทาง -- หลายๆ modules สามารถใช้งานร่วมกับ taxonomy ที่สร้างไว้แล้ว เช่น การสร้างเมนูโดยที่อ้างอิงจากแท็ก

คู่มือ Drupal: ปรับแต่งการแสดงความเห็น

ใน Drupal อนุญาตให้ผู้ใช้แสดงความเห็นได้ในทุกชนิดของเนื้อหา ตามที่ admin ได้กำหนดสิทธิไว้

แอดมินสามารถกำหนดตัวเลือกพื้นฐานของการแสดงความเห็นในแต่ละชนิดของเนื้อหา โดยสามารถกำหนดสิทธิให้แต่ละ content type อีกทั้งยังสามารถกำหนดแยกเป็นแต่ละ node ได้อีกด้วย

ใน Drupal 7 เราสามารถสร้างช่องใส่ข้อมูลเพิ่มเติมให้กับการแสดงความเห็นได้อีก

คู่มือ Drupal: การทำงานร่วมกับเมนู

เมนูคือการจัดระเบียบของลิงก์ (menu items) สามารถใช้เป็นเมนูนำทางของเว็บไซต์ Menu สามารถปรับแต่งและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในทุกชุดเมนูจะมีการสร้าง Block แบบอัตโนมัติในชื่อเดียวกัน

คู่มือ Drupal: การทำงานร่วมกับ Views

Views คือวิธีการแสดงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ในการสร้างเว็บด้วย Drupal โดย module นี้จะช่วยเรียกเนื้อหาจากฐานข้อมูลและแสดงผลในรูปแบบต่างๆ ตามที่ต้องการ

คู่มือ Drupal: การทำงานร่วมกับ Block (ส่วนประกอบใน regions)

Block คือกล่องของข้อมูล (เช่น กล่อง “User Login” หรือ กล่อง “Who’s online”) ที่แสดงผลอยู่ใน regions (เช่น footer ส่วนล่างของเว็บ หรือ sidebar ด้านข้าง) ในแต่ละหน้าเพจ

เราสามารถจัดการย้ายตำแหน่ง Block ไปตาม regions ต่างๆ ได้ที่เมนู Block Admin (Administer > Site building > Blocks)

คู่มือ Drupal: การทำงานในส่วนข้อมูลผู้ใช้

ใน Drupal 7 เราสามารถเพิ่มรายละเอียดของผู้ใช้ได้ในลัษณะเดียวกับ node โดยเข้าไปที่ Administer > Configuration > People > Account settings และคลิกแท็ป “Manage fields” เพื่อเพิ่มช่องใส่ข้อมูล

คู่มือ Drupal: สร้างหน้าเพจที่ซับซ้อนด้วย Panels

Panels อนุญาตให้แอดมินสร้างหน้าเพจในการใช้งานแบบต่างๆ

 

วิธีใช้ Drupal ตอนที่ 6 – วิธีติดตั้ง Modules

การเพิ่มฟังก์ชั่นให้กับ Drupal เราสามารถเลือกใช้งาน Modules ต่างๆ ตามที่เราต้องการ เพื่อเอามาปรับเสริมใช้งานในเว็บไซต์ของเรา เช่น ตัวเก็บสถิติคนเข้าชมเว็บไซต์, ตัวช่วยในการสร้าง URL alias แบบอัตโนมัติ หรือแม้แต่ Views ในส่วนของการแสดงข้อมูล เป็นต้น

การติดตั้ง Modules ทำได้ 2 วิธี คือ Upload และ Online

วิธีติดตั้ง Modules แบบ Upload

เริ่มต้นด้วยการค้นหาและดาวน์โหลดไฟล์ .tar.gz หรือ .zip จากเว็บ Drupal.org หรือจากที่อื่นๆ นำมาขยายไฟล์ออก แล้วนำมา Upload ผ่านโปรแกรม FTP เข้าสู่เซิร์ฟเวอร์

วิธีใช้ Drupal ตอนที่ 5 – สร้างและแก้ไข Basic page

Basic page ใน Drupal 7 คือหน้าเว็บเพจที่จะใช้งานในลักษณะหน้าเนื้อหาตายตัว ไม่อ้างอิงกับเวลา (ไม่เหมือนข่าว หรือเนื้อหาบล็อก) มักจะใช้ Basic page สำหร้าบหน้าที่เราไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเนื้อหาภายในบ่อย เช่น About us หรือหน้าประกาศโฆษณาพิเศษ เป็นต้น

สร้าง Basic Page ใหม่

การสร้าง Basic page ใหม่ ให้เลือกเมนู Add content และคลิกหัวข้อ Basic page

วิธีใช้ Drupal

Basic page ประกอบด้วย

โดยหน้า Basic page ใน Drupal 7 นั้นประกอบด้วยโครงสร้างหลัก 2 อย่างคือ

วิธีใช้ Drupal ตอนที่ 4 – Taxonomy, Vocabulary & Terms

ส่วนประกอบหนึ่งที่เป็นพื้นฐานของการทำเว็บด้วย Drupal 7 คือการใช้งาน Taxonomy ที่ช่วยในการจัดระเบียบเนื้อหาว่าอยู่ในหมวดหมู่ไหนหรือมีเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรบ้าง ตามคำอธิบายที่เขียนกำกับไว้ว่า Manage tagging, categorization, and classification of your content

การเข้าถึง Taxonomy เข้าผ่านทางเมนู Structure ในแถบ Toolbar (ด้านบนสุด สีดำ) และเลือกหัวข้อ Taxonomy

manage taxonomy in drupal 7

การทำงานของ Taxonomy ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ Vocabulary และ Terms กล่าวคือ Vocabulary เปรียบเสมือนกล่องเก็บข้อมูล และ Terms เป็นข้อมูลที่อยู่ในกล่อง เช่น เราสร้าง Vocabulary ชื่อ "Category" และมี Terms ใช้งาน 3 อัน ชื่อ "ข่าว, บทความ และ สัมภาษณ์"

วิธีใช้ Drupal ตอนที่ 3 – แก้ไขเนื้อหาที่สร้างไปแล้ว

หลังจากที่เรารู้วิธีการสร้างเนื้อหาใหม่ใน Drupal 7 กันแล้ว ก็ต้องมีบ้างที่เราอาจจะสร้างผิด หรือพิมพ์อะไรในบทความผิด หรืออยากจะแก้ไขอะไรในเนื้อหาที่สร้างไปแล้ว ก็เลือกที่เมนู Content ในแถบ Toolbar ด้านบน จะมี List ของเนื้อหาที่เราเคยสร้างไว้ทั้งหมดปรากฎขึ้นมา

All content in drupal 7

ภายในหน้ารายการเนื้อหาทั้งหมดของ Drupal 7 จะรวมข้อมูลในทุกชนิดเนื้อหา ทุก Content types เรียงตามลำดับเวลาแก้ไขล่าสุด โดยบอกข้อมูลของเนื้อหาแต่ละชิ้น

วิธีใช้ Drupal ตอนที่ 2 – การสร้างเนื้อหา

ก่อนที่เราจะเริ่มสร้างเนื้อหาใน Drupal 7 ต้องทำความเข้าใจลักษณะพื้นฐานของ Drupal เล็กน้อย กล่าวคือ เนื้อหา(เกือบ)ทั้งหมดที่เราเพิ่มเข้าไปในระบบ จะถูกเรียกว่า Node (โหนด) โดยแต่ละ Node จะเก็บข้อมูลพื้นฐานที่ประกอบด้วย Title (หัวข้อ) และ Body (รายละเอียด) ซึ่งเราสามารถเพิ่มช่องเก็บข้อมูลอื่นๆ ประกอบ Node ได้อีก (จะกล่าวถึงในภายหลัง) โดยแต่ละโหนดจะถูกเรียกใช้ผ่าน URL path ของระบบ เช่น /node/1 เป็นต้น

basic node path in drupal 7

นอกจากนี้ ระบบ Node ใน Drupal 7 จะบันทึกผูกกับชนิดของเนื้อหา Content types อีกด้วย ซึ่งโดยค่าพื้นฐาน Drupal 7 จะกำหนดชนิดเนื้อหา Content types มาให้ 2 อย่าง

  • Article – ใช้สำหรับสร้างเนื้อหาที่อ้างอิงกับเวลา เช่น ข่าว, ประกาศประชาสัมพันธ์ หรือ บล็อก
  • Basic page – ใช้สำหรับสร้างเนื้อหาคงที่ เช่น หน้าเพจ "เกี่ยวกับเรา"

ซึ่งหากเราต้องการสร้างชนิดเนื้อหาเพิ่มเติม ก็สามารถทำได้โดยคลิกที่เมนู Structure > Content types และ Add content type

basic content types in drupal 7

วิธีใช้ Drupal ตอนที่ 1 – Toolbar, Shortcut & Dashboard

วิธีใช้ Drupal 7 จะเปลี่ยนแปลงไปจากเวอร์ชั่น 6 พอสมควร เพราะมีส่วนของ Toolbar, Shortcut และ Dashboard (แสดงผลแบบ Overlay) เพิ่มเข้ามา เพื่อช่วยให้เราสามารถแยกการจัดการระหว่างหน้าบ้าน (หน้าแสดงข้อมูล) และหลังบ้าน (จัดการข้อมูลในระบบ) ซึ่งการที่เราจะเข้าถึงส่วนของ Toolbar, Shortcut และ Dashboard ได้นั้น เราสามารถเข้าได้โดย

ถ้าลง Drupal 7 แล้วยังไม่ได้เปลี่ยน Theme ในส่วนของหน้าแรก ทางซ้ายมือจะมีช่องสำหรับ Username และ Password

User login form on Left sidebar in Front page

หรือจะพิมพ์ที่ URL ตามด้วยคำว่า user อย่างเช่น http://drupal.poakpong.com/demo/user